เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รับมือวิกฤต “น้ำมันแพง” 2 ปี ถกคลังคํ้าเงินกู้แสนล้านโปะกองทุน
Economic รับมือวิกฤต “น้ำมันแพง” 2 ปี ถกคลังคํ้าเงินกู้แสนล้านโปะกองทุน
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (26 ก.ย.) ปรับลง 0.19% อยู่ที่ 84,077 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (26 ก.ย.) ปรับลง 0.19% อยู่ที่ 84,077 เหรียญสหรัฐ
อนุทินโรดโชว์ตลาดหุ้น “นิวยอร์ก” ดึงบิ๊กธุรกิจสหรัฐลงทุนไทย
Finance อนุทินโรดโชว์ตลาดหุ้น “นิวยอร์ก” ดึงบิ๊กธุรกิจสหรัฐลงทุนไทย
ราคาน้ำมันวันนี้ (26 ก.ย.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (26 ก.ย.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
พยากรณ์อากาศ (26 ก.ย.) เกือบทุกภาคฝนตกหนัก 70-80% กทม.ฝนฟ้าคะนองเกือบทั่ว
Uncategorized พยากรณ์อากาศ (26 ก.ย.) เกือบทุกภาคฝนตกหนัก 70-80% กทม.ฝนฟ้าคะนองเกือบทั่ว
“ทรัมป์-สี จิ้นผิง” ปิดฉากซัมมิต AI สหรัฐดึงอียูร่วมสู้ขาดดุลจีน
World “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” ปิดฉากซัมมิต AI สหรัฐดึงอียูร่วมสู้ขาดดุลจีน
“ชัชชาติ” ลงพื้นที่คลองประเวศ บึงหนองบอน เร่งตัดน้ำเข้าแก้มลิง
News “ชัชชาติ” ลงพื้นที่คลองประเวศ บึงหนองบอน เร่งตัดน้ำเข้าแก้มลิง
“ชัชชาติ” กางแผนรับมือฝนตก-น้ำรอระบายทั่วกรุง เดินเครื่องสูบสู้ตลอดคืน ห่วง 200 จุดเสี่ยง
News “ชัชชาติ” กางแผนรับมือฝนตก-น้ำรอระบายทั่วกรุง เดินเครื่องสูบสู้ตลอดคืน ห่วง 200 จุดเสี่ยง
‘มิน อ่อง ไลง์’ เดินเกมดึง ‘สหรัฐฯ’ คืนถิ่น หวังถ่วงดุลจีน-ปลดแซงก์ชั่นเศรษฐกิจ
World ‘มิน อ่อง ไลง์’ เดินเกมดึง ‘สหรัฐฯ’ คืนถิ่น หวังถ่วงดุลจีน-ปลดแซงก์ชั่นเศรษฐกิจ
อนุทิน มอนิเตอร์ฝนหนัก สั่งรับมือน้ำท่วมฉับพลัน ดูแล ปชช.อย่าให้มีปัญหา
Politics อนุทิน มอนิเตอร์ฝนหนัก สั่งรับมือน้ำท่วมฉับพลัน ดูแล ปชช.อย่าให้มีปัญหา
ดูทั้งหมด

อนุทินโรดโชว์ตลาดหุ้น “นิวยอร์ก” ดึงบิ๊กธุรกิจสหรัฐลงทุนไทย

26 ก.ย. 2569 | 06:35น.

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ขึ้นเวทียูเอ็นชูจุดยืน สันติภาพไม่ใช่แค่ปราศจากสงคราม ต้องร่วมมือกันอย่างสร้างสรรค์ย้ำแก้ปัญหาไทย-กัมพูชาต้องใช้เวทีทวิภาคี บุกตลาดหุ้นนิวยอร์กลั่นระฆังเปิดการซื้อขาย พร้อมชวนนักธุรกิจแดนพญาอินทรีลงทุนไทย ชี้มีความพร้อมโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ต้องลงทุนใหม่ เป็นประตูสู่ 700 ล้านคนอาเซียน ไม่ปิดประตู Data Center

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภารกิจเยือนสหรัฐอเมริกาของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย

ระหว่างวันที่ 22-24 กันยายน 2569 เพื่อร่วมประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ครั้งที่ 81 รวมถึงจัดโรดโชว์คู่ขนาน ภายใต้ชื่อ  “ไทยแลนด์ โรดโชว์” ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา 

โดยมีรัฐมนตรี ผู้บริหารภาครัฐ เอกชน และภาคตลาดทุนไทย ร่วมเดินทาง อาทิ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ, นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี),  นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.), ไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO), อรกัญญา พิบูลธรรม กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารแห่งอเมริกา เนชั่นแนล แอซโซซิเอชั่น และ ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย กรรมการผู้จัดการ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP)  

ชูปฏิรูป UN สร้างความไว้ใจ 

ทั้งนี้ การเยือนสหรัฐอเมริกานับเป็นครั้งแรกของนายอนุทิน ในฐานะนายกรัฐมนตรี โดยเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ เพื่อต้องการใช้โอกาสนี้พบกับผู้นําประเทศต่าง ๆ รวมถึงภาคเอกชน สภาธุรกิจและนักลงทุนต่าง ๆ  เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในประเทศไทยมากขึ้น 

นายกรัฐมนตรีระบุว่า แม้ต่างประเทศรู้จักประเทศไทยอยู่แล้ว แต่การมาสร้างความเชื่อมั่นก็จะเน้นประเด็นความเป็นหุ้นส่วน และการเป็นประเทศที่มีความพร้อมในทุก ๆ ด้าน ทั้งการเป็นส่วนกระจายสินค้าและแหล่งผลิตสินค้าต่าง ๆ ที่พร้อมรับการลงทุน

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้กล่าวอภิปรายทั่วไปต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 (UNGA 81) ภายใต้หัวข้อ “Restoring Trust, Managing Transformation: A United Nations that Delivers for All” โดยย้ำจุดยืนของไทยในการสนับสนุนการปฏิรูปองค์การสหประชาชาติ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ทุกประเทศมีเสียงอย่างเท่าเทียม และฟื้นฟูความเชื่อมั่นต่อระบบพหุภาคี ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว 

องค์การสหประชาชาติก่อตั้งมาครบ 80 ปีแล้ว และในวันนี้ไทยเรียกร้องให้มีการปฏิรูปองค์การสหประชาชาติ โดยเริ่มต้นจากการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ (Trust) ซึ่งความไว้เนื้อเชื่อใจไม่สามารถเกิดขึ้นจากการบังคับ แต่ต้องสร้างขึ้นจากความร่วมมือและการมีส่วนร่วม นายกรัฐมนตรีเสนอให้เริ่มจากการรวมกลุ่มย่อยและขยายไปสู่กลุ่มที่ใหญ่ขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ประเทศที่อาจไม่เคยมีเสียงหรือมีพื้นที่อย่างเพียงพอ ได้มีส่วนร่วมและส่งเสียงในการกำหนดอนาคตร่วมกัน 

อนุทิน

ย้ำใช้ทวิภาคีแก้ปัญหาไทย-กัมพูชา

ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีย้ำถึงความสำคัญของ “สันติภาพ” ซึ่งในมุมมองของไทยไม่ได้หมายถึงเพียงการปราศจากสงคราม แต่ต้องรวมถึงความร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ เพื่อสร้างความมั่นคงและความมั่งคั่งร่วมกันอย่างยั่งยืน ในถ้อยแถลงนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในหลายพื้นที่ทั่วโลก รวมถึงสถานการณ์ปาเลสไตน์ ตลอดจนการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ผ่านกลไกการเจรจาทวิภาคี พร้อมย้ำว่า กระบวนการภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) เป็นเรื่องของการกำหนดเขตแดนทางทะเลเท่านั้น 

นอกจากนี้ ไทยยังสนับสนุนการสร้างสันติภาพและการปรองดองแห่งชาติในเมียนมา นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงความพยายามของไทยในการร่วมมือกับสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) เพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติด รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งเป็นภัยคุกคามข้ามพรมแดนที่ทุกประเทศจำเป็นต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง 

ลั่นระฆังเปิดตลาดซื้อขาย

นอกจากภารกิจที่ขึ้นกล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติแล้ว นายอนุทินยังร่วมกิจกรรม “ไทยแลนด์ โรดโชว์” ซึ่งเป็นกิจกรรมคู่ขนาน เพื่อนำเสนอศักยภาพของประเทศไทย สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างประเทศถึงโอกาสในการเข้ามาลงทุนและเติบโตร่วมกับประเทศไทยในระยะยาว 

ที่ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (New York Stock Exchange: NYSE) นายอนุทินได้ร่วมพิธีลั่นระฆังเปิดการซื้อขาย (Opening Bell) ซึ่งถือเป็นนายกฯ คนที่ 3 ที่ได้ร่วมลั่นระฆังเปิดการซื้อขายต่อจากนายเศรษฐา ทวีสิน และ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พร้อมกันนี้ยังเป็นสักขีพยานการลงนามความร่วมมือระหว่างตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE)  

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า MOU ครั้งนี้ครอบคลุมความร่วมมือ 5 ด้าน ได้แก่ การจดทะเบียนหลักทรัพย์พร้อมกันในตลาดหุ้นไทย และ NYSE, การพัฒนาและจดทะเบียนข้ามตลาดของกองทุน ETF, การพัฒนาข้อมูลตลาดและผลิตภัณฑ์ดัชนี, การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการด้าน ESG รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลและองค์ความรู้ระหว่างสองตลาดหลักทรัพย์

หัวใจสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้อยู่ที่การขยาย “ทางเชื่อม” ระหว่างเงินทุนสหรัฐกับตลาดทุนไทย โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ มองว่าจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการระดมทุนให้บริษัทจดทะเบียนไทย และสร้างโอกาสในการเข้าถึงนักลงทุนสถาบัน รวมถึงแหล่งเงินทุนในตลาดทุนชั้นนำของโลก   

ขณะเดียวกัน ยังเปิดโอกาสให้นักลงทุนทั่วโลกเข้าถึงการลงทุนในประเทศไทยได้มากขึ้น ตลอดจนเพิ่มช่องทางให้บริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยสามารถระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ไทย ซึ่งสอดรับกับโครงการ BOI to IPO ที่มุ่งผลักดันบริษัทที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยเข้าสู่ตลาดทุน   

เปิดโอกาสใหม่แก่นักลงทุน 

ด้านนายอนุทินมองว่า บันทึกความเข้าใจฉบับนี้เป็นมากกว่าข้อตกลงระหว่างตลาดหลักทรัพย์สองแห่ง แต่สะท้อนถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา รวมถึงทำให้ตลาดทุนสองประเทศมีความใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น

ขณะที่สหรัฐอเมริกาเป็นหนึ่งในพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของไทย นิวยอร์กคือหัวใจสำคัญของการเงินโลก ความร่วมมือที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่าง NYSE และ SET จะช่วยสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้แก่บริษัทและนักลงทุนในทั้งสองประเทศ พร้อมทั้งกระชับความเชื่อมโยงของตลาดและส่งเสริมการลงทุนข้ามพรมแดนให้มากยิ่งขึ้น การลงนามในวันนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนศักยภาพดังกล่าวให้กลายเป็นความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม

นักลงทุนสนใจตลาดหุ้นไทย 

ขณะที่นายพิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) ซึ่งร่วมเดินทางไปกับคณะนายกรัฐมนตรี ได้ให้ความเห็นว่า ตลาดหุ้นไทยกลับมาอยู่ในความสนใจของนักลงทุนในฐานะหนึ่งในตลาดที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด ปัจจัยบวกทั้งการเมืองที่มีเสถียรภาพมากขึ้น และมุมมองเชิงบวกจาก Moody’s ช่วยหนุนความเชื่อมั่น

สิ่งที่ต้องทำต่อคือบริษัทจดทะเบียนต้องแสดงการเติบโตของกำไร เป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการลงทุนต่อ GDP เป็น 30% และความมุ่งมั่นในการปฏิรูปผ่านการเข้าเป็นสมาชิก OECD จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจของตลาดไทย นอกจากนี้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าต่างประเทศช่วยให้ต้นทุนการกู้ยืมของไทยอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ แต่ไทยต้องรักษาวินัยการเงินการคลังและเสถียรภาพไว้ให้ได้ เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาว

ย้ำจุดแข็งไทยประตูสู่อาเซียน  

นายกรัฐมนตรียังใช้ช่วงเวลา 3 วันที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา โดยพบนักธุรกิจบริษัทชั้นนำในสหรัฐอเมริกา จัดโดยสภาธุรกิจสหรัฐ-อาเซียน (U.S.-ASEAN Business Council) และหอการค้าสหรัฐ (U.S. Chamber of Commerce) โดยนายกฯ สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนว่า ประเทศไทยอยู่ในตำแหน่งที่เป็นศูนย์กลางอาเซียน ที่การมาลงทุนหรือค้าขายจะไม่ได้แค่การค้าขายกับคนเพียง 70 ล้านคน แต่เป็นประตูสู่คน 700 ล้านคนของอาเซียน และในทางการค้าประเทศไทยได้เดินหน้าทำข้อตกลงการค้ากับหลายประเทศ หลายเขตเศรษฐกิจ รวมถึงสหรัฐ ที่กำลังสรุปเงื่อนไขเจรจาช่วงสุดท้ายแล้ว

และประเทศไทยได้มีการปรับปรุงแก้ไขระบบ Thailand Fast Pass ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากของการทำธุรกิจลง และภายในปี 2030 ไทยจะอยู่ในกลุ่ม 20 ประเทศที่มีความสามารถในการแข่งขันสูงที่สุดของโลก  ทั้งนี้ไทยพร้อมเป็นทั้งแหล่งลงทุนและหุ้นส่วนที่ภาคธุรกิจสหรัฐสร้างการลงทุน การจ้างงาน ความมั่งคั่งร่วมกัน และเติบโตไปด้วยกัน

ลงทุนไทยไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ 

ขณะที่บริษัทการเงินของโลก Jefferies Group LLC ได้จัดเวทีให้นายกรัฐมนตรีพบกับกองทุนชั้นนำของสหรัฐอเมริกา โดยนายกฯ กล่าวว่า นักลงทุนที่เข้ามาดำเนินโครงการใหม่ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นสร้างระบบนิเวศธุรกิจใหม่ เพราะประเทศไทยสั่งสมฐานการผลิต กลุ่มอุตสาหกรรม ระบบคมนาคม และเครือข่ายผู้ผลิตและซัพพลายเออร์ที่ให้บริการแก่ลูกค้าทั่วโลก สามารถใช้ไทยเป็นฐานการดำเนินธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์ในประเทศ เพื่อเข้าถึงตลาดในภูมิภาคได้

ไทยยังมีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทานโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ความต้องการระบบจัดเก็บข้อมูล การส่งผ่านข้อมูลที่รวดเร็ว ระบบไฟฟ้าที่มีความมั่นคง และโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับบริการดิจิทัล กลายเป็นโอกาสสำคัญดึงดูดกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่าเพิ่มเข้ามาสู่ประเทศไทยได้

ขณะเดียวกันเศรษฐกิจไทยยังคงมีเสถียรภาพ จากเงินสำรองระหว่างประเทศของไทยที่แข็งแกร่ง หนี้สาธารณะที่อยู่ภายใต้กรอบเพดานตามกฎหมาย ส่งผลให้ประเทศไทยยังคงมีพื้นที่ทางการคลังในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยภายนอก

รัฐบาลยังยินดีต้อนรับการลงทุนใน Data Center แต่ก็ตระหนักถึงผลกระทบด้านการใช้พลังงานและทรัพยากรน้ำ จึงมีการทบทวนหลักเกณฑ์ เพื่อดึงดูดโครงการที่มีความเหมาะสม เพื่อสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจในระยะยาว

TU ชี้โอกาสดีดึงลงทุนไทย

นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU เปิดเผยถึงภาพการลงทุนของประเทศไทย ภายหลังรัฐบาลเดินสายโรดโชว์และพบปะนักลงทุนต่างประเทศว่า บรรยากาศโดยรวมกำลังเคลื่อนไปในทิศทางที่ค่อนข้างเป็นบวก จากการที่รัฐบาลไทยออกไปพบปะกับนักลงทุนในหลายประเทศช่วงที่ผ่านมา และได้นำเสนอแผนการลงทุนต่าง ๆ ของประเทศไทยให้นักลงทุนได้รับทราบ ผมคิดว่าจะเป็นโอกาสที่ดีที่จะสามารถนำเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้าสู่ประเทศไทยได้ 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหุ้น อนุทิน ชาญวีรกูล