น้ำท่วม 48 จังหวัดกด GDP ไตรมาส 3 หาย 0.55% เสียหาย 2.5 หมื่นล้าน กทม.หนักสุด
น้ำท่วม 48 จังหวัดช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 กระทบเศรษฐกิจไทย คณะเศรษฐศาสตร์ ม.รังสิต ประเมินความเสียหาย 4 วัน แตะ 2.53 หมื่นล้านบาท กด GDP ไตรมาส 3 ลดลง 0.55% “กรุงเทพฯ” เสียหายสูงสุดกว่า 1 หมื่นล้าน ภาคตะวันออก-ภาคกลางตามมา ขณะที่ภาคการผลิตอุตสาหกรรมเสี่ยงรับผลกระทบสูงสุด
รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์พิศาลวานิช อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยบทวิเคราะห์เศรษฐกิจและนโยบายการค้าระหว่างประเทศ เรื่อง “ประเมินน้ำท่วมทำ GDP ไตรมาสที่ 3/2569 ลดลงเท่าไร?” โดยประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์น้ำท่วมใน 48 จังหวัด ระหว่างวันที่ 24-27 กันยายน 2569 รวมระยะเวลา 4 วัน ผลกระทบน้ำท่วม_9
บทวิเคราะห์ระบุว่า สถานการณ์น้ำท่วมเกิดขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจไทยมีทิศทางชะลอตัว โดย GDP เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ขยายตัว 2.8% ในไตรมาส 1/2569 ก่อนลดลงเหลือ 1.9% ในไตรมาส 2/2569 ขณะที่สถานการณ์ฝนตกหนักช่วงปลายเดือนกันยายนเพิ่มแรงกดดันต่อกิจกรรมเศรษฐกิจในหลายพื้นที่ ผลกระทบน้ำท่วม_9
กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงวันที่ 26-27 กันยายน ครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ รวม 48 จังหวัด ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นฐานในการประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจครั้งนี้ ผลกระทบน้ำท่วม_9
ผลการประเมินพบว่า ในกรณีกลาง ความเสียหายทางเศรษฐกิจจากน้ำท่วมตลอด 4 วันอยู่ที่ประมาณ 25,345.4 ล้านบาท และมีผลทำให้อัตราการขยายตัวของ GDP ไตรมาส 3/2569 ลดลง 0.55 จุดเปอร์เซ็นต์
ขณะที่กรณีผลกระทบระดับต่ำ ประเมินความเสียหายไว้ที่ 16,896.9 ล้านบาท มีผลต่อ GDP ประมาณ 0.36 จุดเปอร์เซ็นต์ ส่วนกรณีผลกระทบระดับสูง ความเสียหายอาจเพิ่มเป็น 33,793.9 ล้านบาท และกด GDP ลงประมาณ 0.73 จุดเปอร์เซ็นต์ ผลกระทบน้ำท่วม_9
กทม.เสียหายกว่า 1 หมื่นล้าน
เมื่อแยกผลกระทบรายภูมิภาค กรุงเทพมหานครมีมูลค่าความเสียหายสูงที่สุด โดยกรณีกลางอยู่ที่ประมาณ 10,586.3 ล้านบาท ตามด้วยภาคตะวันออก 5,520.8 ล้านบาท และภาคกลาง 4,401.6 ล้านบาท
ส่วนภาคเหนือมีความเสียหายประมาณ 2,030.5 ล้านบาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1,770.3 ล้านบาท และภาคใต้ 1,035.9 ล้านบาท ผลกระทบน้ำท่วม_9
ในแง่ผลกระทบต่อ GDP กรุงเทพมหานครยังเป็นพื้นที่ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจมากที่สุด คิดเป็น 0.23 จุดเปอร์เซ็นต์ของผลกระทบทั้งหมด รองลงมาเป็นภาคตะวันออก 0.12 จุดเปอร์เซ็นต์ ภาคกลาง 0.10 จุดเปอร์เซ็นต์ ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือแห่งละ 0.04 จุดเปอร์เซ็นต์ และภาคใต้ 0.02 จุดเปอร์เซ็นต์ รวมผลกระทบ 0.55 จุดเปอร์เซ็นต์ ผลกระทบน้ำท่วม_9
อุตสาหกรรมเสี่ยงหนักสุด
สำหรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมากที่สุดในภาพรวมประเทศ พบว่า ภาคการผลิตอุตสาหกรรมมีสัดส่วนสูงสุดถึง 37.1% ตามด้วยเกษตร ป่าไม้ และประมง 12.7% และค้าส่งค้าปลีก 11.8%
ส่วนธุรกิจการเงินและประกันภัยมีสัดส่วน 4.5% การศึกษา 4.5% และกิจกรรมทางเศรษฐกิจอื่น ๆ อีก 29.2% ผลกระทบน้ำท่วม_9
เมื่อพิจารณารายพื้นที่ พบว่าโครงสร้างผลกระทบแตกต่างกันตามฐานเศรษฐกิจของแต่ละภูมิภาค โดยภาคกลางมีภาคการผลิตอุตสาหกรรมเป็นกิจกรรมเสี่ยงอันดับหนึ่ง สัดส่วน 45.9% รองลงมาค้าส่งค้าปลีก 13.0% และเกษตร 7.9%
ภาคตะวันออกมีการผลิตอุตสาหกรรมเป็นกิจกรรมเสี่ยงสูงสุดเช่นเดียวกัน ด้วยสัดส่วน 47.5% ตามด้วยค้าส่งค้าปลีก 11.1% และเหมืองแร่และเหมืองหิน 7.1% ผลกระทบน้ำท่วม_9 ผลกระทบน้ำท่วม_9
เหนือ-ใต้ ภาคเกษตรรับแรงกระแทก
ส่วนภาคเหนือ ภาคเกษตรมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบมากที่สุด สัดส่วน 25.6% ตามด้วยการผลิตอุตสาหกรรม 16.4% และค้าส่งค้าปลีก 11.9%
ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การผลิตอุตสาหกรรมอยู่ในอันดับหนึ่งที่ 21.5% ตามด้วยเกษตรและป่าไม้ 19.4% และค้าส่งค้าปลีก 11.7% ผลกระทบน้ำท่วม_9
สำหรับภาคใต้ ภาคเกษตรมีสัดส่วนความเสี่ยงสูงสุด 30.5% ตามด้วยธุรกิจที่พักแรมและบริการอาหาร 18.2% และการผลิตอุตสาหกรรม 11.7% ผลกระทบน้ำท่วม_9
ค้าปลีก กทม.กระทบสูงสุด
ด้านกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงที่สุด ธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกถูกประเมินว่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด สัดส่วน 23.4% รองลงมาเป็นการเงินและประกันภัย 14.9% และการบริหารราชการ 10.3% ผลกระทบน้ำท่วม_9
ทั้งนี้ บทวิเคราะห์ประเมินว่า ผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในช่วง 4 วันดังกล่าวอาจสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจในช่วงประมาณ 1.69-3.38 หมื่นล้านบาท และเป็นอีกปัจจัยที่เข้ามากดดันการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3/2569 หลังจาก GDP มีทิศทางชะลอลงในช่วง 2 ไตรมาสแรกของปี