NIO ลั่นไทยมีลุ้นขึ้นไลน์รถอีวี ส่ง 2 โมเดลเสริมทัพจับลูกค้าพรีเมี่ยมใน 3 ปี
กลุ่มรถยนต์ NIO เผยมีโอกาสลงทุนโรงงานขึ้นไลน์ประกอบรถยนต์ในไทย ร่วมกับพันธมิตรอย่างกลุ่มธนบุรี เดินหน้าเพิ่มความแข็งแกร่งในตลาด เผยมีลุ้นส่งแบรนด์ NIO และ ONVO หลังเตรียมแผนส่งรถอีก 2 รุ่น ภายใน 3 ปีจากนี้
นายแดเนียล จิน รองประธาน บริษัท NIO Inc. และในฐานะประธานแบรนด์ Firefly เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทได้ตัดสินใจเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย กับพันธมิตรสำคัญ กลุ่มบริษัท ธนบุรี บลูสกาย จำกัด ถือเป็นความสำเร็จที่น่าพอใจและโอกาสทางธุรกิจที่ดี
โดยขณะนี้บริษัทยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้ในการเข้ามาลงทุน เพื่อขึ้นไลน์ประกอบรถยนต์ในเครือ NIO ยังประเทศไทย แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดที่ชัดเจนได้
เนื่องจากยังต้องรอดูความเหมาะสม และการตอบรับของลูกค้าในประเทศไทย รวมทั้งยังต้องพิจารณาโมเดลที่เหมาะสมด้วย อีกทั้งประเทศไทยยังอยู่ระหว่างขั้นตอนของการพิจารณาโครงสร้างภาษีใหม่ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจลงทุน อย่างไรก็ตามบริษัทยังไม่ปิดรับโอกาสตรงนี้
อย่างไรก็ตามบริษัทมีแผนที่จะแนะนำรถยนต์ 2 รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดประเทศไทย ภายในระยะเวลา 3 ปีจากนี้ ซึ่งมีความเป็นไปได้ทั้งรถแบรนด์ NIO และ ONVO เนื่องจากบริษัท และกลุ่มธนบุรี ได้มีสัญญาทางธุรกิจ ร่วมกันในเฟสแรก นานถึง 10 ปี
นายจินกล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทได้ตัดสินใจเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยแล้ว หากเป็นไปได้ก็ยังมองถึงโอกาสการตั้งโรงงาน หรือขึ้นไลน์ผลิตรถยนต์ในประเทศไทยด้วย แต่ทั้งหมดยังต้องศึกษารายละเอียดอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะภาษี
ด้าน นายรัฐพล วิริยะพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธนบุรี เปิดเผยว่า บริษัทได้ลงทุนในส่วนของรถยนต์ Firefly ไปกว่า 20 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นส่วนของการสต๊อกอะไหล่คงคลัง 10 ล้านบาท เพื่อรองรับการบริการหลังการขายให้กับลูกค้า
และการลงทุนแฟลกชิปโชว์รูมรถยนต์ Firefly แบบสแตนด์อะโลนแห่งแรกของโลก มูลค่าอีก 10 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 350 ตร.ม. ที่ชั้น 5 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์
และภายในไตรมาสแรกของปีหน้า (ม.ค.-มี.ค. 2570) บริษัทมีแผนลงทุนเพิ่มอีกไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท เพื่อขึ้นศูนย์แฟลกชิปเซอร์วิสแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อดูแลและให้บริการหลังการขายสำหรับลูกค้า เบื้องต้นคาดว่าจะใช้พื้นที่บริเวณดาวน์ทาวน์ของกรุงเทพฯ
ส่วนเป้าหมายยอดขายรถยนต์ Firefly ปีนี้บริษัทตั้งเป้าไว้ที่ 100 คัน จากปัจจุบันที่มียอดขายไปแล้วกว่า 30 คัน
ปัจจุบันในส่วนของงานบริการหลังการขายนั้นเราใช้รูปแบบออนไซต์เซอร์วิส คือวิ่งเข้าไปให้บริการลูกค้าถึงบ้าน และหากจำเป็นต้องซ่อมหนักเราก็มีอู่สีและตัวถังในเครือธนบุรีรองรับ ส่วนลูกค้าที่ต้องการทดสอบรถเราก็พร้อมนำรถไปให้ลูกค้าทดสอบถึงบ้านเช่นเดียวกัน
“ส่วนศูนย์แฟลกชิปเซอร์วิสเราลงทุนเเน่ ๆ ปีหน้าจะได้เห็นความชัดเจน แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะอยู่พื้นที่ไหน”
ล่าสุดเพื่อฉลองการเปิด Firefly แฟลกชิปโชว์รูมแบบสแตนด์อะโลนแห่งแรกของโลก บริษัทได้เปิดตัว Firefly Comfort Plus รถไฟฟ้า 100% ราคา 759,000 – 799,000 บาท ที่มาพร้อมแบตฯ 42 kWh วิ่งระยะทาง 400 km. (NEDC)
โดยเพิ่มสีพิเศษ สีชาไทย Thai Tea เพิ่มฝาท้ายไฟฟ้า, กระจกมองข้างพับไฟฟ้า, ที่ชาร์จไร้สาย Wireless Charge, ช่องชาร์จ USB Type C ด้านหลัง และพละกำลังเพิ่มเป็น 160 แรงม้า 0-100 กม./ชม. ไวขึ้นเป็น 7.9 วินาที ล้อ 18 นิ้ว ดีไซน์ใหม่
ส่วนลูกค้าเก่าที่ซื้อไปแล้วสามารถเข้ามาติดตั้งฝาท้าย เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าเพิ่มเติมฟรี และฟรีประกันชั้น 1 ปีที่ 2 ให้ฟรีด้วย