ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางยังตึงเครียด
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียดต่อเนื่อง
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่สหรัฐ เปิดเผยว่า สหรัฐมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ทางการทูตบางส่วนเดินทางออกจากพื้นที่ พร้อมทั้งปรับลดและจัดสรรกำลังบุคลากรในสถานเอกอัครราชทูตทั่วภูมิภาค เพื่อรับมือกับความพยายามของอิหร่านในการพุ่งเป้าโจมตีพลเมืองชาวอเมริกัน ตลอดจนภัยคุกคามจากกลุ่มฮูตีในเยเมน
ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสอดคล้องกับท่าทีของสหรัฐในช่วงก่อนหน้านี้ ซึ่งได้สั่งอพยพเจ้าหน้าที่การทูตที่ไม่มีภารกิจจำเป็นเร่งด่วนพร้อมครอบครัวออกจากซาอุดีอาระเบีย
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 23 ต.ค. 2569 อยู่ที่ 103.27 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +3.80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 116.72 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +3.55 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
Morgan Stanley เปิดเผยว่า ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบจากภูมิภาคตะวันออกกลางในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงการขนส่งผ่านเส้นทางเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ราว 17 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นประมาณ 94% ของระดับก่อนเกิดสงคราม
โดยปริมาณการขนส่งน้ำมันดิบจากฝั่งทะเลแดงของซาอุดีอาระเบียปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับ 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตก (East-West Pipeline) ยังคงดำเนินการส่งผ่านน้ำมันได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการยกระดับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานภายในซาอุดีอาระเบียโดยกลุ่มฮูตี
Baker Hughes เผยจํานวนแท่นขุดเจาะนํ้ามันดิบสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 23 ต.ค. 69 ปรับเพิ่มขึ้น 1 แท่น จากสัปดาห์ก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 460แท่น ขณะที่แท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติปรับลดลง 1 แท่นจากสัปดาห์ก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 132 แท่น
