TACC ย้ายเข้าเทรด SET วันนี้! เล็งขยายฐานนักลงทุน รุกเครื่องดื่มสุขภาพปั้นรายได้ใหม่
TACC ย้ายจาก mai เข้าซื้อขายใน SET วันนี้ หวังขยายฐานนักลงทุนสถาบันทั้งไทยและต่างชาติ พร้อมโชว์ผลงานครึ่งปีแรก 2569 กำไรสุทธิ 204 ล้านบาท โต 34.1% เดินหน้ารุกธุรกิจเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพผ่าน TACC Plus สร้างเครื่องยนต์เติบโตใหม่ระยะยาว
นางสาวไตรทิพย์ ศิวะกฤษณ์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TACC เปิดเผยว่า บริษัทพร้อมย้ายหลักทรัพย์จากตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป หลังผ่านคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยจะอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร หมวดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม

การย้ายเข้าซื้อขายใน SET ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับองค์กร และเพิ่มโอกาสขยายฐานนักลงทุนให้ครอบคลุมทั้งนักลงทุนสถาบันในประเทศ นักลงทุนต่างประเทศ และนักลงทุนรายย่อย รวมถึงเพิ่มการรับรู้และความสนใจต่อบริษัทในวงกว้าง
สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีรายได้จากการขาย 1,321.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 213.8 ล้านบาท หรือ 19.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 1,107.7 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 204 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.8 ล้านบาท หรือ 34.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 152.2 ล้านบาท
ปัจจัยสนับสนุนการเติบโตมาจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ร่วมกับ 7-Eleven ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจเชิงกลยุทธ์หลัก (Key Strategic Partner) ควบคู่กับการขยายฐานลูกค้าใหม่ทั้งกลุ่มธุรกิจ B2B และ B2C รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้รายได้และกำไรเติบโตต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าขยายธุรกิจเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ (Health & Wellness Beverage) ผ่านบริษัทย่อย TACC Plus โดยมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างแบรนด์ของตนเอง (Own Brand) เพื่อสร้างเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ (New Growth Engine) เพิ่มความหลากหลายของแหล่งรายได้ และรองรับการเติบโตในระยะยาว
นางสาวไตรทิพย์ กล่าวว่า การย้ายเข้าซื้อขายใน SET จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มนักลงทุนที่หลากหลายมากขึ้น โดยบริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาธุรกิจ การบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ควบคู่กับการดำเนินงานภายใต้หลักธรรมาภิบาล เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต