‘ไทย’ ในสายตา ‘การ์มิน’ ทำไมได้เป็นฐานผลิตแห่งใหม่ ?
เมื่อปลายปี 2025 ที่ผ่านมา “การ์มิน”(Garmin) ผู้พัฒนาเทคโนโลยีระบบนำทาง และอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะระดับโลก สร้างบิ๊กเซอร์ไพรส์ด้วยการประกาศตั้งโรงงานแห่งแรกในประเทศไทยที่จังหวัดชลบุรี โดยคาดการณ์ว่าจะสามารถเริ่มเดินสายการผลิตได้ภายในไตรมาส 4/2569
การประกาศลงทุนครั้งนี้ไม่ใช่แค่การขยายฐานการผลิตให้รองรับกับการเติบโตของตลาดแก็ดเจตสุขภาพที่ได้รับอานิสงส์จากความร้อนแรงของเทรนด์ Longevity เท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งที่สะท้อนว่า “ไทย” คือหนึ่งในตลาดสำคัญของการ์มินด้วย
“ไทย” ตลาดใหญ่สุดใน SEA
“สค็อปเพน ลิน” ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป การ์มิน เอเชีย ฉายภาพความน่าสนใจของ “ตลาดประเทศไทย” ว่า ไทยคือตลาดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีการเติบโตแข็งแกร่งมาก ทำให้มีจำนวนทีมงานมากที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคด้วย
ที่สำคัญ “คนไทย” ยังเป็นกลุ่มที่ชอบเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงวัฒนธรรมทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นตะวันตก ตะวันออก ไทยเดิม ทุกอย่างอยู่ร่วมกันได้ ทำให้เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่น่าสนใจมาก
และเพื่อรองรับการเติบโตของตลาดในประเทศไทย ปีนี้การ์มินจึงสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรอีกมากมาย ทั้งในฝั่งค้าปลีกและตัวแทนจำหน่ายเฉพาะทาง เช่น เครือเซ็นทรัล และ BaNANA เป็นต้น ส่วนเรื่องการขยายฐานผลิตแห่งใหม่อาจเปิดเผยรายละเอียดและความชัดเจนได้ในช่วงต้นปี 2027
“การเลือกไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการขยายฐานการผลิตแห่งใหม่ สะท้อนถึงการลงทุนครั้งใหญ่ในประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดที่สำคัญของการ์มิน”
CIRQA มาแรงในหมู่คนไทย
ด้าน “มิสซี่ ยาง” ผู้จัดการประจำ การ์มิน ประเทศไทย เสริมว่า สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับตลาดประเทศไทยอีกอย่าง คือสัดส่วนผู้ใช้ CIRQA รายใหม่ในประเทศไทยสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก สะท้อนถึงความต้องการที่มีอยู่มาก และทำให้ CIRQA กลายเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ช่วยการ์มินในการขยายตลาดในประเทศไทยอย่างดี
“จริง ๆ พวกเราก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมผลิตภัณฑ์นี้ถึงได้รับความนิยมในหมู่คนไทยมากขนาดนั้น แต่จากที่สังเกตเห็นก็มองว่าเป็นเรื่องของวิถีชีวิตและมุมมองด้านแฟชั่น ผู้คนต้องการสวมใส่อุปกรณ์เพื่อติดตามสุขภาพ โดยที่อุปกรณ์ชิ้นนั้นต้องสามารถเป็นเครื่องประดับได้ด้วย”
อีกสิ่งที่สะท้อนความสำคัญของตลาดประเทศไทยไม่แพ้กัน คือการจัดงาน “Garmin Health Summit 2026” ครั้งแรกเมื่อปลายเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นบิ๊กอีเวนต์ที่รวมผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ นักวิจัย และผู้นำจากหลากหลายอุตสาหกรรมทั่วโลกมาร่วมฉายภาพอนาคตการดูแลสุขภาพผ่านนวัตกรรมดิจิทัล พร้อมนำเสนอการประยุกต์ใช้ข้อมูลจากอุปกรณ์สวมใส่ เพื่อพัฒนาโซลูชั่นสุขภาพที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง
“ไทย” ตลาดแห่งนวัตกรรม
ในฝั่งของธุรกิจ B2B หรือ “Garmin Health” ที่นำข้อมูลจากอุปกรณ์สวมใส่มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาโซลูชั่นสุขภาพดิจิทัลและส่งเสริมสุขภาวะ โดยเชื่อมโยงเทคโนโลยีและข้อมูลสุขภาพ
เข้ากับบริการของพันธมิตรในหลายอุตสาหกรรม เช่น การดูแลสุขภาพ ฟิตเนส และประกันภัย ก็มีอินไซต์เกี่ยวกับตลาดประเทศไทยที่น่าสนใจไม่แพ้กัน
“ยอร์น วัตซ์เก้” ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายขาย Garmin Health กล่าวว่า ภาพรวมของ Garmin Health ทั่วโลกและทั่วเอเชียเติบโตมากกว่า 25% ในปีที่ผ่านมา ซึ่งบางตลาดมีพัฒนาการดีมาก และเติบโตมากกว่า 100% เช่น เวียดนาม เป็นต้น
ขณะที่ “ไทย” Garmin Health มีความร่วมมือกับพันธมิตรในหลายอุตสาหกรรม เช่น กลุ่มที่ใช้ชุดเครื่องมือพัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อพัฒนาบริการการรักษาทางไกล (Telemedicine) และกลุ่มธุรกิจประกันภัยอีกหลายราย
“ไทยเป็นตลาดที่มีความเป็นนวัตกรรมสูงมาก มีการพัฒนาโซลูชั่นสุขภาพในทุกกลุ่มธุรกิจ โดดเด่นในทุก ๆ ด้าน ทั้งการดูแลสุขภาพ และการวิจัยและพัฒนา ซึ่งมีหลายโครงการที่กำลังจะเริ่มต้นความร่วมมือกันในอนาคตอันใกล้ด้วย”
‘One Size Not Fit All’ สูตรปั้นสินค้าให้ Win แบบ ‘Garmin’
ตลาดแก็ดเจตสุขภาพมีแต่จะแข่งขันดุเดือดขึ้นตามเทรนด์ Longevity ที่ขยายตัว ทำให้ผู้เล่นแต่ละรายต้องงัดกลยุทธ์มามัดใจผู้บริโภค โดย “การ์มิน” (Garmin) หนึ่งในผู้นำของตลาดนี้ใช้พลังของอีโคซิสเต็มในการต่อยอดผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ จนสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
“ซูซาน ไลแมน” รองประธานฝ่ายขายและการตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค การ์มิน กล่าวว่า การ์มินทำรายได้ในปี 2025 ที่ 7.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2024 ที่ 6.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยปี 2026 ตั้งเป้าว่าต้องมีรายได้มากกว่า 8.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ขณะที่การจัดส่งสินค้าทำไปมากกว่า 20 ล้านชิ้น และเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่มากกว่า 100 ล้านรายการต่อปี โดยแนวคิดที่อยู่เบื้องหลังการออกแบบผลิตภัณฑ์ของการ์มินคือ “One Size Not Fit All”สินค้าแบบเดียวตอบโจทย์ความต้องการของทุกคนไม่ได้ ทุกรุ่นออกแบบมาเพื่อรองรับวัตถุประสงค์เฉพาะ
เช่น สมาร์ทวอตช์ที่มีตั้งแต่รุ่นอเนกประสงค์ ใช้งานทั่วไป รุ่นสำหรับสายออกกำลังกาย รุ่นพิเศษสำหรับผู้หญิงสายแฟชั่น และรุ่น MARQ ตอบโจทย์คนที่ต้องการดีไซน์แบบพรีเมี่ยม ไปจนถึงสมาร์ทแบนด์ CIRQA ที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการใช้งาน เป็นต้น
“การเปิดตัว CIRQA ทำให้เห็นอินไซต์ที่น่าสนใจหลายอย่าง ลูกค้าที่มีสมาร์ทวอตช์อยู่แล้ว ก็ซื้อ CIRQA มาใส่เพิ่ม เพราะต้องการติดตามข้อมูลสุขภาพต่อเนื่อง แต่ไม่ต้องการรับแจ้งเตือนตลอดเวลา รวมถึงยังเป็นสินค้าชิ้นแรกที่ทำให้คนเข้าสู่อีโคซิสเต็มของการ์มินด้วย เพราะตอบโจทย์สายชิล ๆ ใส่ดูข้อมูลสุขภาพทั่วไป และไม่ต้องจ่ายค่าสมาชิกตามรอบ”
“ซูซาน” กล่าวด้วยว่า สิ่งที่ทำให้การ์มินแตกต่างจากผู้เล่นรายอื่น คือกลยุทธ์การขยายธุรกิจแนวดิ่ง (Vertical Integration) การ์มินเป็นผู้ดำเนินการเองทั้งกระบวนการ ตั้งแต่พัฒนาด้านวิศวกรรม การผลิต การตลาด ตลอดจนการให้บริการ ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพทั้งสายการผลิต และเพิ่มความสามารถในการปรับตัวให้เท่าทันการเติบโตของอุตสาหกรรม
ปัจจุบันการ์มินมีพนักงานมากกว่า 23,000 คน ใน 102 สำนักงาน ครอบคลุม 37 ประเทศทั่วโลก และ
มีโรงงานผลิต 12 แห่ง ได้แก่ สหรัฐ, เนเธอร์แลนด์, โปแลนด์, สหราชอาณาจักร, จีน, ไต้หวัน และไทย (เร็ว ๆ นี้) ขณะที่การดำเนินงานในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกมี 27 สำนักงาน พนักงาน 11,500 คน โดยมีศูนย์วิจัย พัฒนา และผลิตหลักอยู่ที่ไต้หวัน
“แต่ละปีการ์มินทุ่มงบประมาณก้อนใหญ่ไปกับการวิจัยและพัฒนาวิศวกรรม เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีความแม่นยำสูง และแบตเตอรี่ใช้งานได้นาน รวมถึงศึกษาความเป็นไปได้ใหม่ ๆ อยู่เสมอ เช่น Smart Ring และอุปกรณ์สวมใส่ประเภทอื่น ๆ เพื่อรับกับเทรนด์สุขภาพที่โตขึ้นเรื่อย ๆ”