คอลัมน์ สามัญสำนึก
โดย พัฒนพันธุ์ วงษ์พันธุ์
วันนี้เสียงบ่นเรื่องการจราจรที่ติดขัดมหาโหด โดยเฉพาะถนนสายสำคัญ เส้นเลือดใหญ่การจราจรคนกรุง พอเกิดปัญหาจะลามเป็นงูกินหางทันที วันไหนฝนตกลงมาผสมโรง ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
หลาย ๆ คนมองโลกในแง่ดี เมื่อรถไฟฟ้าเส้นหลัก ๆ ทยอยสร้างเสร็จ อย่างสีเขียวกำลังจะเปิดบริการไปถึงปากน้ำภายในปีนี้
ส่วนต่อขยายสายสีเขียวอีกฟาก ที่เลาะไปตามพหลโยธิน สะพานใหม่ การก่อสร้างรุดหน้าไปเยอะมาก ภายในปี-สองปีนี้ก็น่าจะได้ใช้บริการ
หรือสายสีน้ำเงินที่เชื่อมจากหัวลำโพงไปเพชรเกษม บางแค ชัดเจนว่าจะเปิดบริการในปี 2562 จากนั้นจะเป็นคิวสายสีแดง เชื่อมจากฝั่งธนบุรี (ที่สร้างเสร็จนานแล้ว) บางซื่อ-รังสิตในอีก 2 ปีข้างหน้า
ที่ตามมาคือ สายสีชมพู แคราย-มีนบุรี และสายสีเหลืองลาดพร้าว-สำโรง สองสายนี้ใช้เวลาก่อสร้างเร็วกว่าเส้นอื่น ๆ เพราะเป็นโมโนเรล
ดู ๆ ไปเมื่อถึงเวลานั้นก็น่าจะพอผ่อนหนักเป็นเบา แม้ว่าจะยังมีรถไฟฟ้าอีกหลายเส้นทางที่ยังสร้างไม่เสร็จ อาทิ สีส้ม มีนบุรี-ตลิ่งชัน ซึ่งแบ่งการก่อสร้างเป็น 2 เฟสสายสีม่วงใต้ เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ
ทั้งสีส้มและสีม่วงกว่าจะเสร็จทั้งหมด คาดว่าใช้เวลานานกว่าเส้นอื่น ๆ เนื่องจากครึ่งหนึ่งเป็นระบบใต้ดิน อีกครึ่งเป็นทางยกระดับ
แต่มีไม่น้อยไม่ได้คิดแบบนั้น ไม่เชื่อว่าระบบขนส่งมวลชนโดยเฉพาะรถไฟฟ้าจะแก้ปัญหาจราจรเมืองหลวงของไทย ซึ่งติดลำดับติดขัดที่สุดในโลก
หลัก ๆ คือ คนยังเชื่อว่าขับรถไปทำงานเสียค่าใช้จ่ายถูกกว่าใช้บริการขนส่งมวลชน
การมีรถส่วนตัวไว้ใช้สักคัน ตอบโจทย์การใช้ชีวิตมากกว่า
คำนวณคร่าว ๆ ถ้าอยู่คอนโดฯในเมืองอาจเป็นแค่หลักร้อยต้น ๆ แต่ถ้าอยู่ชานเมืองต่อรถไฟฟ้า 2 สาย ยังไม่รวมปลีกย่อยอื่น ๆ รถเมล์ วินมอเตอร์ไซค์ มากกว่าค่าน้ำมันแน่นอน
เอาเข้าจริงแล้ว ปัญหารถติดมหาโหดเป็นชั่วโมง ๆ จะไปโทษพฤติกรรมคนไทย ถึงมีขนส่งมวลชน แต่ก็ยังขับรถไปทำงานอยู่ ก็คงไม่ถูกเสียทีเดียว
ในเมื่อเวลานี้กรุงเทพฯเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง ทั้งการบริหารประเทศ ธุรกิจ การค้า การท่องเที่ยวเป็นศูนย์รวมคนเป็นสิบ ๆ ล้านคน
โครงการพัฒนาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นช่วงสิบกว่าปีให้หลังมานี้ มุ่งตอบโจทย์ “มิกซ์ยูส” รวมทุก ๆ สิ่งไว้ในสถานที่เดียวกัน แต่ละแห่งยังใหญ่โตระดับ “อภิมหาโปรเจ็กต์” ทั้งนั้น
ดูแค่ “วันแบงค็อก” ธุรกิจในเครือ เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ซึ่งกำลังจะกลายเป็นผู้สร้างเร็กคอร์ดมากมาย ด้วยเงินลงทุน 1.25 แสนล้านบาท
ส่วนพื้นที่อาคารทั้งหมดมากถึง 1.83 ล้านตารางเมตร เนื่องจากมีโรงแรม 5 แห่ง, ที่พักอาศัย 3 ตึก, ออฟฟิศบิลดิ้งเกรด A อีก 5 ตึก ไฮไลต์คือ ตึก 90 ชั้น ความสูง 380 เมตร
อาจารย์ปริญญา ตรีน้อยใส คอลัมนิสต์มติชนสุดสัปดาห์ให้ข้อมูลว่า ในปี 2560 ประเทศไทยมีการปลูกสร้างทั่วประเทศ 1.5 แสนอาคาร คิดเป็นพื้นที่รวม 60 ล้านตารางเมตร แต่วันแบงค็อกแห่งเดียวมีพื้นที่ 1.83 ล้านตารางเมตร
เฉพาะการขุดดินออกไปเพื่อก่อสร้างฐานราก คาดว่าจะมีปริมาณถึง 1.8 ล้านลูกบาศก์เมตร
คิดแบบหยาบ ๆ รถบรรทุก 1 คัน บรรทุกได้ 10 ลูกบาศก์เมตร เท่ากับจะต้องใช้รถขนดินเป็นแสนเที่ยวโดยที่ยังไม่รวมการขนส่งวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ อีกมหาศาล
ไม่รวมถึงว่าภายหลัง “อภิมหาโปรเจ็กต์” นี้เสร็จสิ้น แต่ละวันจะมีคนเข้า-ออกเท่าไหร่ น้ำเสียที่ปล่อยออกมา ไฟฟ้าที่ใช้
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ วันนี้กรุงเทพฯไม่ได้มี “อภิมหาโปรเจ็กต์” แค่วันแบงค็อกแห่งเดียว
โลกนี้จึงไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ ความเจริญของบ้านเมือง ถนนหนทาง คมนาคมทันสมัย อาคารทันสมัยใหญ่โต ล้วนต้องแลกมากับหลาย ๆ สิ่งที่เรานึกไม่ถึง