เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
เศรษฐกิจภูมิภาค CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
“พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
Real Estate “พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
Real Estate ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
ดูทั้งหมด

คลังต่อจิ๊กซอว์คุมน็อนแบงก์เบ็ดเสร็จ

16 ต.ค. 2561 | 09:49น.

ปัจจุบันมีธุรกิจที่มีลักษณะเป็นการให้สินเชื่อ หรือคล้ายกับการให้สินเชื่อแก่ประชาชนอยู่หลายประเภท ทั้งสินเชื่อทะเบียนรถ (จำนำทะเบียน) การให้เช่าซื้อ ลีสซิ่ง แฟกตอริ่ง สหกรณ์ รวมถึงหนี้นอกระบบ ทว่าการกำกับดูแลของภาครัฐยังทำได้ไม่ทั่วถึงนัก เนื่องจากหากไม่ใช่ธุรกิจที่เป็นบริษัทลูกของสถาบันการเงิน ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงไม่ได้เข้าไปกำกับดูแลโดยตรง ทำให้ความเข้มข้นในการตรวจสอบเบาบางลงไป

ดังนั้น กระทรวงการคลังจึงพยายามต้อนธุรกิจเหล่านี้เข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากการดึงหนี้นอกระบบเข้าสู่ระบบภายใต้สินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์) ที่ต้องขอใบอนุญาต (ไลเซนส์) ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ก็เปิดกว้างมากขึ้นให้ผู้ประกอบการพิโกไฟแนนซ์สามารถรับจำนำทะเบียนรถได้ด้วย เพียงแต่จะให้สินเชื่อได้ไม่เกิน 50,000 บาท/ราย ขณะที่อัตราดอกเบี้ย เรียกได้ไม่เกิน 36%

ฝั่งแบงก์ชาติก็รับลูกจัดระเบียบธุรกิจจำนำทะเบียนรถในส่วนที่เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ โดยเตรียมประกาศหลักเกณฑ์การกำกับในเดือน พ.ย.นี้ ซึ่งในส่วนนี้จะโฟกัสในส่วนของผู้ประกอบการที่เป็นบริษัทลูกของสถาบันการเงิน โดยหากจะทำธุรกิจรับจำนำทะเบียนรถก็จะต้องมีไลเซนส์การประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล (P-loan) ที่ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท ให้สินเชื่อได้ไม่จำกัด ขึ้นกับหลักประกัน และคิดดอกเบี้ยได้ไม่เกิน 28%

นอกจากนี้ ล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบหลักการของร่างพระราชบัญญัติการกำกับดูแลผู้ให้บริการทางการเงิน ไปเมื่อ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา โดย “พรชัย ฐีระเวช” ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง บอกว่า คลังเสนอ “ร่าง พ.ร.บ.น็อนแบงก์” เนื่องจากปัจจุบันมีผู้ให้บริการทางการเงินบางประเภทมีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ เพราะมีธุรกรรมรวมกันถึง 1 ล้านล้านบาท แต่ธุรกิจเหล่านี้ยังไม่มีหน่วยงานภาครัฐกำกับดูแลอย่างชัดเจน เวลาเกิดปัญหาต้องไปอาศัยอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคบ้าง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บ้าง ในการช่วยดูแลประชาชน ทำให้ธุรกิจดังกล่าวขาดแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานและเป็นธรรม

“ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแลผู้ให้บริการทางการเงินอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งคุ้มครองผู้ใช้บริการและส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของประเทศจึงต้องออกกฎหมายนี้”

ทั้งนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวจะมีด้วยกัน 74 มาตรา ซึ่งการกำกับดูแลจะมี “คณะกรรมการกำกับดูแลผู้ให้บริการทางการเงิน” มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน ทำหน้าที่กำกับนโยบาย การให้ใบอนุญาต การขึ้นทะเบียน รวมถึงการวินิจฉัยต่าง ๆ และจะมีการจัดตั้ง “สำนักงานคณะกรรมการกำกับดูแลผู้ให้บริการทางการเงิน” ขึ้นมา มีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ ทำหน้าที่เป็นหน่วยปฏิบัติในการกำกับดูแล

“พรชัย” แจงว่า คณะกรรมการจะเป็นผู้บอกว่าธุรกิจประเภทใดบ้างที่เข้าข่ายเป็นผู้ให้บริการทางการเงิน โดยในระยะเริ่มแรกกำหนดไว้ 5 ประเภท ใน 2 กลุ่มใหญ่ ๆ กลุ่มแรก “ต้องมีใบอนุญาต” ได้แก่ ผู้ให้บริการทางการเงินประเภทให้สินเชื่อ ประกอบด้วย สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ และสินเชื่อทะเบียนรถ ส่วนกลุ่มที่ 2 “ต้องขึ้นทะเบียน” ได้แก่ ผู้ให้บริการทางการเงินประเภทที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ ได้แก่ การให้เช่าซื้อ ลีสซิ่ง และแฟกตอริ่ง

“ทั้งหมดนี้เฉพาะผู้ประกอบการที่ไม่ได้มีบริษัทแม่เป็นสถาบันการเงิน ก็จะต้องมาขอใบอนุญาตหรือขอจดทะเบียนกับทางสำนักงาน ซึ่งหัวใจสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ คือ คลัง ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลการให้บริการที่มีมาตรฐาน และมุ่งไปสู่การให้บริการผู้บริโภคอย่างเป็นธรรม (market conduct) ที่จะเทียบเคียงได้กับการทำงานของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) หรือเทียบเคียงได้กับการทำงานของ ธปท.”

โดยการกำหนดอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ นั้น กรณีกลุ่มแรก ปัจจุบันมีแนวทางอยู่แล้ว คือ พิโกไฟแนนซ์ ไม่เกิน 36% ส่วนจำนำทะเบียนกรณีผู้ประกอบการรายใหญ่ไม่เกิน 28% ส่วนกรณีกลุ่มที่ 2 เช่าซื้อลีสซิ่ง และแฟกตอริ่งนั้น ทางคณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้นมาในไม่เกิน 1 ปีหลังกฎหมายมีผลบังคับใช้จะพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์อีกที

ทั้งนี้ หลังจากนั้นคณะกรรมการจะประกาศให้ธุรกิจมาขอไลเซนส์หรือขึ้นทะเบียน โดยหากไม่ดำเนินการกรณีกลุ่มแรกจะมีโทษอาญา จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนกลุ่มที่ 2 จะมีโทษปรับทางปกครอง ไม่เกิน 1 แสนบาท

สำหรับขั้นตอนต่อไป “พรชัย” บอกว่า จะเข้าสู่กระบวนการของคณะกรรมการกฤษฎีกา เมื่อจบแล้วก็จะเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และเชื่อว่ารัฐบาลให้ความสำคัญในการผลักดันร่างกฎหมายให้มีผลบังคับใช้ให้ทันในช่วงการทำงานของรัฐบาลชุดนี้

เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้ถือว่าเป็น “หัวใจสำคัญของระบบการเงินของประเทศไทย” เลยทีเดียว