เทสโก้ โลตัส หนุนหลัก ‘การตลาดนำการผลิต’ชู “โนนเขวาโมเดล” ต้นแบบเกษตรกรรม 4.0
การรวมกลุ่มของเกษตรกรในการวางระบบการผลิตและบริหารจัดการร่วมกัน เพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และคุณภาพของผลผลิต หรือ “เกษตรแปลงใหญ่” ที่มีเกษตรกรเป็นศูนย์กลาง เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญที่รัฐบาลมุ่งมั่นในการส่งเสริมอย่างจริงจัง เพื่อให้เกษตรกรไทยเติบโตได้อย่างเข้มแข็ง เทสโก้ โลตัส จึงผนึกกำลัง กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปั้น “โนนเขวาโมเดล” หนุนเกษตรกรปลูกผักปลอดสาร ส่งขายเทสโก้ โลตัสทั่วภาคอีสาน

สมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย ประธานกรรมการบริหาร เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า เทสโก้ โลตัส เริ่มดำเนินการรับซื้อผลิตผลโดยตรงจากเกษตรกรโดยไม่ผ่านคนกลางขึ้นมตั้งแต่ปี 2553 เพื่อสร้างรายได้ที่เป็นธรรมและยั่งยืนให้กับเกษตรกรทั่วประเทศ โดยซื้อสินค้าเกษตรในราคาที่เป็นธรรมจากเกษตรกรโดยตรง ควบคู่กับการใช้กลไกการตลาดนำการผลิตในการรับซื้อสินค้า ช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนและดำเนินงานได้มีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการให้ความรู้กับเกษตรกร ทั้งในด้านคุณภาพ และความปลอดภัย เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประทานผักผลไม้ที่สด คุณค่าสูงและปลอดภัย
“การดำเนินการดังกล่าว ทำให้กลุ่มเทสโก้ได้พบกับกลุ่มเกษตรกรบ้านโนนเขวา ตำบลดอนหัน อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น กลุ่มเกษตรกร 110 ราย ที่รวมตัวกันอย่างเข้มแข็ง ปลูกผักชนิดต่างๆบนพื้นที่กว่า 450 ไร่ และมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ในการทำการเกษตรแบบใหม่ ตามแนวทางการตลาดนำการผลิตและนโยบายเกษตรแปลงใหญ่ของภาครัฐ แต่กลับเผชิญปัญหา ขาดตลาดรองรับที่แน่นอน ไม่มีแผนการเพาะปลูก ผลผลิตที่ได้จึงต้องจำหน่ายให้กับผู้ค้าคนกลางโดยไม่มีอำนาจในการต่อรองราคา เป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดเป็นโนนเขวาโมเดล”
โดยร่วมกับภาครัฐในการสนับสนุนงบประมาณเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการจัดซื้อปัจจัยการผลิต และก่อสร้างโรงคัดบรรจุพืชผักผลไม้สด (packing house) เพื่อให้เกษตรกรบ้านโนนเขวา เกษตรกรในละแวกใกล้เคียง ทั้งจังหวัดขอนแก่นและมหาสารคาม สามารถใช้โรงคัดบรรจุแห่งนี้เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมผลผลิต

กรมวิชาการเกษตร ก็เข้ามาสนับสนุน แนะนำ และช่วยเหลือเกษตรกรอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การคำนวณต้นทุน การวางแผนการเพาะปลูกตามความต้องการของตลาด การใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทนสารเคมี การปลูกผักให้ได้ตามสเป็คของห้างค้าปลีก จนถึงการผลักดันเรื่องมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัย โดยมีการสุ่มตรวจผักจากทุกแปลง ทุกสัปดาห์ รวมทั้งตรวจรับผักที่เกษตรกรนำมาส่งที่โรงคัดบรรจุทุกครั้งตามข้อกำหนดของผักแต่ละชนิด ในขั้นตอนของการรับซื้อผลผลิต จะมีการตกลงราคากันล่วงหน้ากับเกษตรกร เพื่อให้เกิดรายได้ที่เป็นธรรม มีการวางแผนร่วมกันเป็นรายเดือนหรือสองเดือน ให้เกษตรกรมองเห็นความมั่นคงของรายได้ในอนาคต ทำให้มีกำลังใจในการทำงานและเห็นถึงประสิทธิผลของการทำการเกษตรรูปแบบใหม่
“ผลผลิตจากบ้านโนนเขวา ประกอบด้วย ผักกาดหอม ผักชี ต้นหอม ผักบุ้งจีน คะน้า กวางตุ้ง กระเพา ขึ้นฉ่าย คะน้ายอด จะถูกขนส่งด้วยรถควบคุมอุณหภูมิ เพื่อกระจายไปยังสาขาทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งมอบผักสดคุณภาพสูงและปลอดภัย ในราคาที่เอื้อมถึงให้กับผู้บริโภค กว่าสัปดาห์ละ 11.6 ตัน สร้างรายได้ให้กลุ่มเกษตรกรไม่ต่ำกว่า 1.2 ล้านบาทต่อเดือน” สมพงษ์ กล่าว
การรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรทั้งผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ ตรงจากเกษตรกรโดยไม่ผ่านคนกลาง ในราคาที่เป็นธรรม ส่งผลให้มีเกษตรกร และแหล่งเพาะปลูก เริ่มหันมาปรับปรุงผลผลิตให้มีคุณภาพตามมาตรฐานเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดเพิ่มมากขึ้น โดยในปี 2560 เทสโก้ โลตัสได้รับซื้อผลผลิตกว่า 200,000 ตัน จากแหล่งเพาะปลูก 5,000 แหล่งทั่วประเทศ เช่นเดียวกับกระแสตอบรับของผู้บริโภคที่ให้การสนับสนุนผลผลิตของเกษตรกรเป็นอย่างดี จึงตั้งเป้าเพิ่มปริมาณรับซื้อเป็นสัปดาห์ละ 14 ตันในอนาคตอันใกล้ เพื่อเป็นแรงผลักดันให้ชุมชนมุ่งมั่นในการทำการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ

โนนเขวาโมเดล จึงนับได้ว่าเป็นต้นแบบของความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมของนโยบายภาครัฐทั้ง 3 นโยบาย คือ เกษตรแปลงใหญ่ การตลาดนำการผลิต และประชารัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเดินหน้าขยายผลความสำเร็จไปยังพื้นที่เพาะปลูกอำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี และอำเภอผักไห่ จังหวัดอยุธยา เพิ่มเติม เพื่อกระจายรายได้ให้กับเกษตรกรทั่วประเทศ นำมาซึ่งความยั่งยืนของการรับซื้อผักจากเกษตรกรโดยไม่ผ่านคนกลาง สนับสนุนเกษตรกรไทยให้ก้าวเป็น Smart Farmer อันจะนำมาซึ่งความมั่นคง มั่นคง และยั่งยืนของเศรษฐกิจไทยต่อไป