กสทช.แจงยิบคุมเข้มรายจ่าย เร่ง “สตง.” ตรวจงบฯปีล่าสุดช่วยการันตี-
กสทช.พ้อ ! รายงาน สตง.ติงการใช้งบประมาณเป็นข้อมูลเก่า ย้ำตั้งแต่ปี 2559 ได้ปรับปรุงระเบียบ-คุมเข้มการใช้เงิน “ค่าโกอินเตอร์-พี.อาร์.” ลดฮวบ แจงใช้จัดซื้อพิเศษได้ราคาถูกกว่า เหตุตัดตัวกลางซื้อตรงจากบริษัท เร่ง สตง.ตรวจผลงานปี”59-60 ช่วยยืนยันสาธารณะ โชว์ 5 ปีส่งงบประมาณเหลือเข้าคลังกว่า 1.7 หมื่นล้าน เงินประมูลคลื่นอีก 1.26 แสนล้าน
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรณีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ส่งรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินปี 2558 มาให้เมื่อ 10 ส.ค. 2561 โดยท้วงติงเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง ทางสำนักงาน กสทช.ได้ส่งหนังสือชี้แจงกลับเมื่อ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา
“จริง ๆ ก่อนที่สตง.จะส่งรายงานมาให้ ได้แจ้งว่า ทราบดีว่า กสทช.ได้ปรับปรุงระเบียบงบประมาณ ระเบียบพัสดุหลายส่วน ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา แต่ สตง.ก็จำเป็นต้องทำรายงานสรุปตามข้อเท็จจริง ณ เวลานั้นไปก่อน จึงได้เร่งขอให้ สตง.ช่วยรีบประเมินผลงานและการเบิกจ่ายงบประมาณในปี 2559 และ 2560 ให้เสร็จเร็ว ๆ เพราะจะได้เห็นภาพชัดเจนว่า กสทช.ได้ปรับปรุงทุกอย่างให้มีประสิทธิภาพขึ้นมากแล้ว”
แจกคูปองทีวีดิจิทัลดันงบฯพุ่ง
งบประมาณด้านประชาสัมพันธ์ที่ สตง.ตั้งข้อสังเกตว่า มีการกระจายไปอยู่ในหลายส่วนงาน แทนที่จะอยู่กับสำนักสื่อสารองค์กร (สบ.) ที่เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงนั้น เป็นเพราะในปี 2558 โครงสร้างการบริหารงานยังแยกตามภารกิจของสายงาน อาทิ สายงานโทรคมนาคม จึงทำให้แผนงานด้านการประชาสัมพันธ์ไปแทรกอยู่ในแต่ละสายงานหลัก แต่ปัจจุบันได้บูรณาการให้มีเอกภาพแล้ว โดยมี สบ.เป็นศูนย์กลางทำแผนประชาสัมพันธ์ประจำปี
“งบฯปี 2558 เหมือนจะเยอะ แต่เป็นเพราะอยู่ในช่วงแจกคูปองส่วนลดทีวีดิจิทัล จึงต้องสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน และมีการจัดประมูลคลื่นด้วย งานประชาสัมพันธ์ในส่วนอื่นไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย และปีหลังจากนั้นก็ลดลง”
โดยค่าใช้จ่ายประชาสัมพันธ์ในปี 2557 อยู่ที่ 188.13 ล้านบาท ในปี 2558 ลดลง 16.48% มาอยู่ที่ 157.13 ล้านบาท ปี 2559 ลดอีก 25.17% ปี 2560 อยู่ที่ 91.23 ล้านบาท ลดอีก 22.41%
จัดซื้อวิธีพิเศษราคาถูกกว่า
ส่วนการท้วงติงเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ และตกลงราคาเกินกว่าครึ่งหนึ่งของโครงการทั้งหมดนั้น เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า เป็นการซื้อตรงไปที่บริษัทผู้ผลิต บริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ โดยไม่ผ่านนายหน้าคนกลาง เพื่อให้ได้ราคาถูกที่สุด และในส่วนที่เป็นครุภัณฑ์ยังเป็นการจัดซื้อพร้อมกับการบำรุงรักษาต่อเนื่อง
“จัดซื้อด้วยวิธีพิเศษหรือตกลงราคา มีน้อยแล้ว ที่เหลืออยู่ก็เป็นการซื้อตรง ไม่ผ่านเอเยนซี่ให้ต้องบวกราคาเพิ่ม”
สำหรับการตั้งราคากลางในการจัดซื้อจัดจ้างที่ถูกติงว่า สูงกว่าหน่วยงานอื่นนั้น พร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริง และจะตั้งคณะกรรมการสอบทันทีหากพบว่าราคาสูงกว่าจริง แต่เบื้องต้นพบว่า เกิดจากการตั้งราคากลางโดยใช้ราคาเดิมตั้งแต่ปี 2556-2557 ซึ่งปกติผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวมานานแล้วราคาจะลดลง รวมถึงต้องตรวจสอบด้วยว่า ราคาที่ สตง.นำมาเทียบเป็นราคาตลาด ณ ปัจจุบันหรือไม่ เพราะถ้าเป็นราคาปี 2561 ย่อมถูกกว่าปี 2558 ซึ่งเป็นปีที่จัดซื้ออยู่แล้ว
“ยืนยันว่า การจัดซื้อจัดจ้างของสำนักงาน ได้ปรับปรุงมาโดยตลอด เพื่อให้มีความรัดกุมเข้มงวด ซึ่งในปัจจุบันได้ยึดตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560”
คุมโครงการวิจัย-เผยแพร่บนเว็บ
ส่วน “ค่าจ้างที่ปรึกษา” ที่ สตง.ท้วงติงว่ามีการเบิกจ่ายในลักษณะการทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “MOU” กับสถาบันการศึกษา มูลนิธิสมาคม รวมถึงบริษัทเอกชน โดยไม่ผ่านกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและไม่มีการทำสัญญาเพื่อให้มีผลผูกพันตามกฎหมายมากนั้น ตั้งแต่ปี 2559 ได้มีการออกระเบียบให้ทุก MOU ต้องมีการทำสัญญาและระบุเงื่อนไขการจ่ายเงินแต่ละงวดให้ชัดเจนแล้ว
ทั้งยังได้จัดทำทะเบียนควบคุมรวมถึงการรวบรวมรายงานจากการจ้างที่ปรึกษาจ้างวิจัยต่าง ๆ ให้เป็นระบบ พร้อมทั้งเผยแพร่สู่สาธารณะด้วยการนำขึ้นเว็บไซต์ของ กสทช.เกือบครบทั้งหมดแล้ว เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดจากการใช้งบประมาณแล้ว
ค่าโกอินเตอร์ลดฮวบ
สิ่งที่ยืนยันได้ชัดว่า กสทช.ได้มีการปรับปรุงการใช้งบประมาณอย่างชัดเจน คือ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่างประเทศที่ สตง.เคยท้วงติงไว้ ปัจจุบันมีการใช้งบประมาณส่วนนี้น้อยลงมาก โดยจากปี 2556 ที่มีถึง 127.19 ล้านบาท ปี 2557 ลดลง 21.02% ปี 2558 เหลือ 59.58 ล้านบาท ลดลง 40.69% ในปี 2559 ยังลดลงอีก 22.56% จนในปี 2560 เหลือ 52.44 ล้านบาท
เช่นเดียวกับค่ารับรอง ที่ปี 2556 อยู่ที่ 7.58 ล้านบาท ปี 2560 อยู่ที่ 2.97 ล้านบาท ค่าตอบแทนที่ปรึกษา และผู้ปฏิบัติงานประจำ กรรมการ กสทช.ปี 2556 อยู่ที่ 102.73 ล้านบาท ปี 2560 อยู่ที่ 77.93 ล้านบาท
ทั้งการนำเงินงบประมาณที่เหลือส่งเข้ากระทรวงการคลังเป็นรายได้แผ่นดิน ของสำนักงาน กสทช. มียอดเพิ่มสูงขึ้นทุกปี จาก 531 ล้านบาทในปี 2556 เพิ่มเป็นกว่า 4,000 ล้านบาทตั้งแต่ปี 2558 จนในปี 2560 อยู่ที่ 5,000 ล้านบาท รวมทั้งหมดกว่า 1.73 หมื่นล้านบาท ไม่นับรวมเงินประมูลคลื่นความถี่ที่-ต้องส่งเป็นรายได้แผ่นดินไปแล้วกว่า 1.26 แสนล้านบาท
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
