เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

จบภารกิจ”ศิริ”รมว.พลังงาน ปตท.สผ.”กินรวบ”ก๊าซบงกช-เอราวัณ

16 ธ.ค. 2561 | 15:01น.

เป็นไปตามขั้นตอนที่วางเอาไว้ทุกประการ เมื่อ ครม.มีมติอนุมัติ (13 ธันวาคม 2561) รายชื่อผู้ชนะการประมูลในระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต (production sharing contract หรือ PSC) เพื่อยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยแปลง G1/61 (แหล่งเอราวัณเดิม) กับแปลง G2/61 (แหล่งบงกชเดิม) ให้บริษัท ปตท.สผ.เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ (สัดส่วนลงทุนในแหล่ง 60%) กับบริษัท เอ็มพี จี2 (ประเทศไทย) (สัดส่วนลงทุนในแหล่ง 40%) เป็นผู้ชนะในแหล่ง G1/61 กับบริษัท ปตท.สผ.เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ (สัดส่วนลงทุนในแหล่ง 100%) อีกเช่นกัน เป็นผู้ชนะในแหล่ง G2/62 หรือเท่ากับบริษัท ปตท.สผ. เป็นผู้ชนะประมูลทั้ง 2 แหล่ง

นับเป็นชัยชนะที่เหนือกว่า บริษัท Chevron Thailand Holdings Ltd. กับบริษัท มิตซุย ออยล์ เอ็กซโปลเรชั่น คัมปะนี ลิมิเต็ด ในฐานะพันธมิตรร่วมกัน (สัดส่วนลงทุนในแหล่ง 74% กับ 26% ตามลำดับ) หรือการประมูลครั้งนี้จะแข่งขันกันอยู่แค่ 2 กลุ่ม ซึ่งในอดีตก็เป็นผู้บริหาร (operation) แหล่งบงกช-เอราวัณ ในระบบสัมปทานเดิมด้วยกันทั้งคู่

โดยที่ไม่มีคู่เปรียบราคาประมูลที่เป็นบุคคลที่ 3 เนื่องจากผู้เข้าร่วมประมูลรายอื่นต่างทยอย “ถอนตัว” หรือ “ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติเบื้องต้น” กันหมด จากเงื่อนไขสำคัญที่ดูเหมือนถูก “ออกแบบ” มาให้ผู้รับสัมปทานรายเดิมมีข้อ “ได้เปรียบ” ผู้ที่จะเข้ามาใหม่ ไม่ว่าจะเป็น 1.ปริมาณผลิตก๊าซขั้นต่ำต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 10 ปี (G1/61 800 ล้าน ลบ.ฟุต/วัน-G2/61 700 ล้าน ลบ.ฟุต/วัน) 2.ราคาเสนอขายก๊าซธรรมชาติที่ “ไม่สูง” ไปกว่าราคาเฉลี่ยของราคาก๊าซธรรมชาติในปัจจุบัน 3.สัดส่วนการแบ่งผลกำไรให้กับรัฐต้องไม่ต่ำกว่า 50% พร้อมผลประโยชน์พิเศษ และ 4.ความจริงที่รับรู้กันดีในวงการปิโตรเลียมที่ว่า แหล่งก๊าซในอ่าวไทยมีการผลิตที่ลดลง และจะค่อย ๆ หมดไปในอีก 10 ปีข้างหน้า

ข้อเท็จจริงเหล่านี้ ทำให้ “ผู้มาใหม่” หรือผู้ที่ลงทุนอยู่แล้วในแหล่งเดิม อาทิ บริษัท Total E&P Thailand ตัดสินใจถอนตัวไม่เข้าร่วมประมูล เมื่อเปรียบเทียบระบบ PSC ใหม่ จะให้ผลประโยชน์ที่ “น้อยกว่า” ระบบสัมปทานเดิม โดยโครงสร้างหลุมก๊าซในอ่าวไทยมีลักษณะเป็น “กระเปาะ” ที่ยากแก่การขุดเจาะ ซึ่งหมายถึงจะต้องใช้เงินลงทุนมากขึ้นสำหรับผู้มาใหม่ ที่มีความชำนาญไม่เท่ากับกลุ่มเดิม ประกอบกับสัญญาระบบ PSC ให้กระจายหุ้นในแหล่งให้กับเอกชนรายอื่นได้หลังจากระยะเวลาผ่านไป 1 ปี

อย่างไรก็ตาม ชัยชนะของ ปตท.สผ.ครั้งนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริงทางธุรกิจที่ว่า แหล่งก๊าซธรรมชาติบงกช-เอราวัณนั้นคิดเป็นร้อยละ 75 ของกำลังการผลิตก๊าซในอ่าวไทยทั้งหมด หรือจัดเป็นแหล่งก๊าซที่ใหญ่ที่สุดในอ่าว โดยเฉพาะ “แหล่งบงกชเดิม” เพียงแหล่งเดียว คิดเป็นยอดขายก๊าซถึงร้อยละ 25 ของบริษัท ปตท.สผ. นั่นหมายถึง ความสำคัญของแหล่งก๊าซแหล่งนี้ในอ่าวไทยมีความหมายอย่างยิ่งต่อการ “อยู่รอด” ของบริษัท ปตท.สผ.

ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่บริษัท ปตท.สผ. มีความ “จำเป็น” ที่จะต้องทุ่มเทเพื่อชัยชนะ ไม่ว่าจะเป็นการจับมือกับพันธมิตรรายใหม่อย่างบริษัท เอ็มพี จี2 (ประเทศไทย) ซึ่งก็คือบริษัทลูกของ “มูบาดาลา” ยักษ์ใหญ่ทางด้านปิโตรเลียม เพื่อมาสู้กับกลุ่มเชฟรอน ในแปลง G1/61 แหล่งเอราวัณ ซึ่งเชฟรอนเป็นผู้ operate ในระบบสัมปทานเดิม โดยสะท้อนออกมาจาก “ข้อเสนอ” ราคาก๊าซธรรมชาติตามเงื่อนไขที่กำหนดให้ผู้ประมูลต้องเสนอราคาที่ “ไม่สูงไปกว่าราคาเฉลี่ย” กล่าวคือ165 บาท/ล้าน BTU ในแปลงเอราวัณเดิม กับ 214.26 บาท/ล้าน BTU ในแปลงบงกชเดิม โดย ปตท.สผ.เสนอค่าคงที่ราคาก๊าซทั้ง 2 แปลงเท่ากัน ที่ราคา 116 บาท/ล้าน BTU หรือยอมลดลง (เฉือนราคาก๊าซที่ขายอยู่ในปัจจุบัน) ถึง 49 บาท/ล้าน BTU และ 98.26 บาท/ล้าน BTU ตามลำดับ

กลายเป็นว่า ปตท.สผ.มี “ส่วนลด” ค่าใช้จ่ายราคาก๊าซธรรมชาติให้กับประเทศชาติไปถึง 550,000 ล้านบาท ในระยะเวลา 10 ปี ตามเงื่อนไขการผลิตก๊าซขั้นต่ำ (ซึ่งเอาเข้าจริงจะต้องมีการเค้นก๊าซจากทั้ง 2 แหล่งผลิตเกินกว่าเงื่อนไขขั้นต่ำอยู่แล้ว) หรือปีละ 55,000 ล้านบาท ส่งผลให้กระทรวงพลังงานสามารถ “เคลม” ส่วนลดดังกล่าว คิดคำนวณกลับมาเป็นการประหยัดค่าไฟฟ้าได้ประมาณ 29 สตางค์/หน่วย เป็นระยะเวลา 10 ปี (ปัจจุบันใช้ก๊าซธรรมชาติผลิตไฟฟ้าร้อยละ 58 ของก๊าซธรรมชาติทั้งหมด จนประมาณการว่าหากเฉลี่ยส่วนลดให้ผู้ใช้ก๊าซทุกรายตามสัดส่วนการใช้ก๊าซ จะสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าลงได้ประมาณ 17 สตางค์/หน่วย)

เท่ากับ “จบภารกิจ” ของ ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ตามที่ได้รับมอบหมายก่อนการเลือกตั้งใหญ่ของประเทศจะมาถึง

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat
.
หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!