วันชัย ลี้นะวัฒนา ปั้น “เอช เซม” สู่เบอร์หนึ่งรถใช้มอเตอร์
“วันชัย ลี้นะวัฒนา” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถกอล์ฟไฟฟ้า รถสามล้อไฟฟ้า ภายใต้แบรนด์เอสอีวี และรถสามล้อเครื่องยนต์อเนกประสงค์ ภายใต้แบรนด์เอสทีซี
นับเป็นผู้บริหารหนุ่มอีกคนที่จับเทรนด์นี้ได้อย่างแม่นยำ เขาใช้เวลาเพียงไม่กี่ปี ขยายตลาดรถใช้มอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ อัตราการเติบโตก้าวกระโดดเป็นเท่าตัวจนถึงสองเท่าตัวเกือบทุกปี
ชูปัจจัยดันตลาดโตดับเบิล
เมื่อต้นปี 2561 บริษัทได้ประกาศนโยบาย “กลยุทธ์ 5 เพิ่ม” เพื่อใช้เป็นแนวทางในการทำงานและดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน สามารถทำรายได้เกิดความเชื่อมั่นในตัวสินค้าและผลิตภัณฑ์ ทั้งการเพิ่มเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย เพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า เพิ่มความรู้และเทคโนโลยีให้ทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพิ่มจำนวนบุคลากรในด้านต่าง ๆ เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ และเพิ่มความหลากหลายของตัวสินค้าและบริการ อันนี้แหละคือปัจจัยหลักที่ทำให้เราโตแบบก้าวกระโดด
เพิ่มแรกตัวแทนจำหน่าย
เอช เซมฯตั้งเป้าเพิ่มเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายภายในสิ้นปี 2561 อีก 25% สำหรับรถสามล้อเครื่องยนต์อเนกประสงค์เอสทีซีเพิ่มดีลเลอร์ขึ้นอีก 10 ราย จากเดิมที่มีอยู่ 40 รายทั่วประเทศ เป็น 50 ราย ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ในส่วนของการเพิ่มสาขาของโชว์รูมรถกอล์ฟไฟฟ้าและรถสามล้อไฟฟ้าเอสอีวีนั้น
ปีนี้เปิดโชว์รูมใหม่อีก 1 สาขาที่จังหวัดเชียงราย ภายใต้การบริหารงานของทวียนต์ ส่วนปีหน้ากำลังเล็งที่ประจวบฯ, เชียงใหม่, ชลบุรี, สุราษฎร์ธานี และกระบี่
ยกระดับความพึงพอใจ
เพิ่มที่ 2 คือ เพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า ด้วยทีมงานที่มีประสบการณ์ในการให้บริการมากกว่า 40 ปี ภายใต้แนวคิด “ให้บริการอย่างมืออาชีพ” หรือ “expert service” ด้วยทีมวิศวกรและทีมช่างบริการ ที่จะวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาที่เกิดจากทุกการใช้งาน หมด
กังวลเรื่อง “อะไหล่” เพราะเรามีคลังอะไหล่มากกว่า 10,000 รายการ และด้วยระยะเวลาในการรับประกันสินค้าสูงสุดถึง 5 ปี ผนวกกับการให้บริการตรวจเช็กฟรีถึงพื้นที่นัดหมาย (onsite services) ทำให้ลูกค้าเบาใจเรื่องอายุการใช้งานของสินค้าและภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง และผลสรุปการประเมินความพึงพอใจในด้านการบริการของลูกค้าเฉลี่ยอยู่ที่ 97% ซึ่งสูงขึ้นจากเมื่อปีที่ผ่านมา (96%)
เติมความรู้ทีมงาน
เพิ่มที่ 3 คือ เพิ่มความรู้และเทคโนโลยีให้ทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สินค้ามีคุณภาพมาตรฐานสากลและตอบโจทย์การใช้งานได้ลงตัวในทุกกิจการ เมื่อเดือนมิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา บริษัทได้ผ่านการรับรองมาตรฐานระบบการบริหารงานคุณภาพไอเอสโอ 9001 : 2015 และเป้าหมาย
ต่อไป คือ การผ่านการรับรองระบบการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมขององค์กร หรือไอเอสโอ 14001 : 2015 ภายในปี 2562
เสริมทัพบุคลากร
เพิ่มที่ 4 คือ เพิ่มจำนวนบุคลากรในด้านต่าง ๆ เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ โดยเมื่อปี 2559 บริษัทได้เริ่มก่อสร้างโรงงาน สำนักงานของบริษัท และบริษัทในเครือ บนพื้นที่ 70 ไร่ ณ อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ด้วยเงินลงทุนประมาณ 500 ล้านบาทประกอบด้วย 6 อาคาร ได้แก่ อาคาร
สำนักงาน อาคารคลังสินค้า อาคารผลิตรถสามล้อเอสทีซี ทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า อาคารผลิตรถกอล์ฟไฟฟ้า อาคารปรับสภาพรถแทรกเตอร์เพื่อส่งออกต่างประเทศ อาคารสวัสดิการส่วนกลาง รวมทั้งแผนกตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ และส่วนพื้นที่ของแผนกสีโดยเฉพาะ และเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล การเพิ่มจำนวนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและความชำนาญในด้านต่าง ๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็น และล่าสุด ณ เดือนพฤศจิกายน 2561 บริษัทมีจำนวนพนักงานทั้งสิ้น 422 คนจากเดิม 214 คน เพิ่มขึ้นคิดเป็น 97 เปอร์เซ็นต์
โชว์ความหลากหลายสินค้าเพิ่มสุดท้าย คือ เพิ่มความหลากหลาย
ของตัวสินค้าและบริการ ในปีนี้เราได้ทยอยแนะนำสินค้ารุ่นใหม่ ๆ ออกสู่ตลาด เริ่มเมื่อช่วงต้นปี แนะนำรถกอล์ฟไฟฟ้าอเนกประสงค์เอสอีวี CLASSIC Firenze ด้วยรูปลักษณ์สุดคลาสสิกเพิ่มทางเลือกให้กับกลุ่มลูกค้า ต่อมาช่วงกลางปีในงานบิ๊กมอเตอร์เซล 2018 บริษัทได้เปิดตัวรถสามล้อไฟฟ้าโฉมใหม่ด้วยกัน 3 รุ่น คือ เอสอีวี รุ่นเจนได, รุ่นฟูโตโร่ และรุ่นเฟล็กซ์ โดยเพิ่มประสิทธิภาพและฟังก์ชั่นการใช้งาน อาทิ การเพิ่มกำลังขับเคลื่อน รีโมตสตาร์ต รวมถึงระบบชาร์จแบบรวดเร็ว เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน
และล่าสุดในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปยังได้แนะนำรถกอล์ฟไฟฟ้า รุ่น Force มีให้เลือกแบบ 4 ที่นั่ง และ 8 ที่นั่ง ระบบขับเคลื่อน 5 กิโลวัตต์ สามารถขับขี่ด้วยความเร็วสูงสุด 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เสริมความทนทานด้วยกระจกหน้าแบบสะแทลิไนท์ เป็นกระจกที่มีความแข็งแรงกว่าปกติ เวลาเกิดความเสียหายจะแตกออกเป็นเม็ดเล็ก ๆ คล้ายเมล็ดข้าวโพด (เหมือนกระจกรถยนต์) มาพร้อมปุ่มกดฉุกเฉินสามารถตัดระบบไฟฟ้าได้ทั้งหมดในกรณีเกิดอุบัติเหตุหรือไฟฟ้าลัดวงจรในขณะขับขี่ ยิ่งไปกว่านั้นสามารถปรับเบาะที่นั่งเลื่อนหน้า-หลังและปรับพนักพิงเอียงได้ และมีกล่องเก็บของท้ายรถขนาดใหญ่
ชูจุดขายเช่าซื้อ
นอกจากนี้ยังได้เพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าในเรื่องของการรับบริการเพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างของแต่ละธุรกิจ อาทิ โปรแกรมการเช่า มีทั้งแบบเช่า-ซื้อ (leasing) และเช่า (rent) โดยการเช่า-ซื้อ (leasing) หรือการเช่าดำเนินงาน สามารถเช่าได้สูงสุด 2-3 ปี เหมาะสำหรับลูกค้านิติบุคคล กลุ่มบริษัท โรงงาน หรือโรงแรม หากหมดสัญญาสามารถรับรถคันใหม่ได้ทันที รวมถึงฟรีค่าบริการและอะไหล่ตลอดสัญญาเช่า ช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ
สำหรับแบบเช่านั้นสามารถเช่าแบบรายวัน รายเดือน หรือรายปี สามารถเลือกเช่าแบบมีคนขับให้ หรือจะขับเองก็ได้ กลุ่มลูกค้าจะเป็นงานคอนเสิร์ต งานทำบุญ หรืองานอีเวนต์ต่าง ๆ เป็นต้น
ปี 2562 ตั้งเป้าโตเท่าตัว
สำหรับปี 2561 บริษัททำรายได้ที่ 300 ล้านบาท ส่วนปี 2562 จะขยายเป็น 450 ล้านบาท โตมากกว่า 200% โดยล่าสุดโรงงานที่อยุธยา ยังได้ขยายกำลังผลิตเพิ่มจากเดิม ผลิตรถกอล์ฟและสามล้อไฟฟ้า 200 คันต่อเดือน เพิ่มเป็น 400 คันต่อเดือนในปี 2562 และรถสามล้อใช้เครื่องยนต์ ผลิต 100 คันต่อเดือน เป็น 200 คันต่อเดือนในปี 2562