ดร.รักษ์ ชูบิสซิเนสโมเดลใหม่ บสย. “ค้ำ SMEs ตรงตัว” ลดภาระงบฯรัฐ
ฤกษ์งามยามดี บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดตัว “ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร” ผู้จัดการทั่วไปคนใหม่อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา หลังจากได้รับอนุมัติแต่งตั้งจากคณะกรรมการ บสย. ที่มี “สุรชัย ดนัยตั้งตระกูล” เป็นประธาน และเริ่มงานมาตั้งแต่วันที่ 17 ธ.ค. 2560 แล้ว
โดย “สุรชัย” กล่าวย้อนถึงผลงานของ บสย. ในปี 2561 ที่ผ่านมาว่า มียอดค้ำประกันรวมที่ 88,878 ล้านบาท ถือว่าน่าพอใจ เพราะกว่าโครงการ SMEs ทวีทรัพย์ (PGS7) จะเริ่มได้ก็กลางปี ขณะเดียวกันผลงานที่โดดเด่นก็คือ บสย.มีการสร้างความร่วมมือกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐอื่น ๆ มากขึ้น จนกระทั่งยอดค้ำประกันสินเชื่อในกลุ่มแบงก์รัฐเพิ่มขึ้นถึง 14% หรือ 42,533 ล้านบาท
ส่วนเป้าหมายค้ำประกันสินเชื่อในปี 2562 นี้ “ดร.รักษ์” บอกว่า ได้ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 107,000 ล้านบาท หรือเติบโตมากกว่า 10% จากปีที่ผ่านมา โดยนอกจากจะยังมี PGS7 ที่ยังดำเนินการต่อในปีนี้แล้ว ที่สำคัญจะมีการผลักดัน “new business model” ที่จะนำรูปแบบการค้ำประกันแบบ “direct guarantee” ที่จะหันมาดูความเสี่ยงเป็นรายผู้ประกอบการ แทนการรับความเสี่ยงแบบเป็น “พอร์ตโฟลิโอ” มาใช้มากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพางบประมาณจากภาครัฐ
“การค้ำประกันแบบ direct guarantee เคยทำมาแล้วในอดีต โดยจะดูว่าถ้าเสี่ยงมาก พรีเมี่ยม (ค่าธรรมเนียม) ก็จะสูง แต่วิธีการที่จะใส่พรีเมี่ยม ปีที่ 1 ถึงปีที่ 7 เราสามารถพิจารณา ยิ่งมี direct guarantee ในพอร์ตมาก ก็จะมีลูกเล่นในการปรับค่าฟี เช่น ฟรีในปีแรก แล้วไปเพิ่มในปีที่ 2 เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้เรากำลังทบทวนพอร์ตโฟลิโออยู่ ปัจจุบันเรามี PGS อยู่ 95% มี direct guarantee ประมาณ 5% สิ่งที่เราจะทำก็คือจะเพิ่มจาก 5% นี้” ดร.รักษ์กล่าว
ทั้งนี้ new business model จะผลักดันผ่านกลยุทธ์ที่เรียกว่า SOS ได้แก่ 1.SMEs capacity enhancer 2.opportunity gateway และ 3.second chance provider โดยนอกจากการค้ำประกันสินเชื่อแล้ว บสย.จะต้องเข้าไปเสริมความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการ ผ่านการร่วมมือกับแบงก์รัฐด้วยกัน
ขณะเดียวกันต้องปรับกระบวนการอนุมัติค้ำประกันให้เป็น one stop service ที่ทาง บสย.จะทำหน้าที่ในการวิเคราะห์สินเชื่อเบื้องต้น พร้อมกับประสานแบงก์จัดให้มี “สินเชื่อพร้อมค้ำ” ไว้รองรับในกรณีลูกค้าขอสินเชื่อไม่เกิน 15 ล้านบาท
“เราจะนำกระบวนการทำงานบางส่วนของแบงก์มาทำ เพื่อลดโหลดของแบงก์ ซึ่งพนักงาน บสย.ส่วนใหญ่เป็นแบงเกอร์มาก่อน ผมกำลังจะปลุกเสือให้ตื่นขึ้นมา นำทักษะเก่า ๆ ของเขากลับมาอย่างการวิเคราะห์สินเชื่อเบื้องต้นที่เรียกว่า 5C โดยจะช่วยลดโหลดของแบงก์ และลดการปฏิเสธสินเชื่อจากธนาคารได้” ดร.รักษ์กล่าว
“ดร.รักษ์” บอกว่า มีโครงการที่ บสย.กำลังจะทำร่วมกับแบงก์รัฐ คือ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ธพว.) กับธนาคารออมสิน คือ โครงการ “รักษ์พี่วิน” ที่จะช่วยเหลือกลุ่มผู้ขับขี่จักรยานยนต์รับจ้างราว 1.5 แสนราย ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล โดยที่แบงก์จะเป็นผู้สนับสนุนวงเงินสินเชื่อสำหรับปรับปรุงรถ ซื้ออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง หรือแม้กระทั่งซื้อรถใหม่ และมี บสย.เข้าไปค้ำประกันให้ ซึ่งจะเริ่มดำเนินการได้ในเร็ว ๆ นี้ หลังจากก่อนนี้ได้ทำโครงการ “ฮัก TAXI” ร่วมกับ ธพว.ไปแล้ว
“เราจะดูว่าสภาพของรถที่เขาใช้เป็นอย่างไร มีความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้บริการหรือไม่ โดยจะทำร่วมกับแบงก์รัฐ ในการให้วงเงินที่อาจจะไม่เกิน 5 หมื่นบาท มี บสย.เข้าไปค้ำประกัน ซึ่งจะทำให้ผู้ที่ขับวินมีเงินในการปรับปรุงรถให้ปลอดภัย สามารถซื้ออุปกรณ์ เช่น หมวกกันน็อก เป็นต้น” ดร.รักษ์กล่าว
ขณะเดียวกัน บสย.จะให้โอกาสเอสเอ็มอีที่เป็น “คนเคยล้ม” (เป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL) ที่มีอยู่กว่า 1 แสนราย โดยจะเข้าไปช่วยค้ำประกันเงินกู้ที่เป็นส่วนเพิ่ม (top up) จากวงเงินสินเชื่อที่ทาง ธพว. หรือสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ให้อยู่แล้ว
“การสร้างโอกาสที่ 2 ให้คนเคยล้ม ผมว่ามันเป็นโอกาสที่จะทำให้ลูกเมียเขาลืมตาอ้าปากได้ สามารถทำให้ลูกน้องคู่ใจมีงานทำต่อไปได้” ดร.รักษ์กล่าว
นอกจากนี้ บสย.จะเข้าไปสนับสนุนค้ำประกันสินเชื่อให้ผู้ประกอบการที่ไปทำมาค้าขายในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม) จากปัจจุบันที่ผู้ประกอบการเหล่านี้จะต้องนำทรัพย์สินในประเทศไทยค้ำประกันขอกู้เงินไปทำธุรกิจในประเทศเหล่านี้ ซึ่งจะทำร่วมกับธนาคารที่มีสินเชื่อในกลุ่ม CLMV อย่างธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) เป็นต้น
“ดร.รักษ์” กล่าวด้วยว่า บสย.ยังมีแผนเข้าไปสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการสร้าง new S-curve โดยจะค้ำประกันสินเชื่อปรับปรุงเครื่องจักรเพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตให้แก่ผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่รอบ ๆ กรุงเทพฯ
ทั้งหมดนี้คือทิศทางธุรกิจของ บสย. ภายใต้การนำของผู้จัดการทั่วไปคนใหม่ นับตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป
ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat ![]()
หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!
