6 แบงก์กำไรปี’61 โต 3% ค่าฟีลด-หนี้เสียเพิ่ม-ตั้งสำรองหนี้สูง
ช่วงนี้แบงก์ทยอยโชว์ผลประกอบการปี 2561 กันออกมาแล้ว ซึ่ง 6 แบงก์ ทำกำไรรวมได้ 112,932 ล้านบาท โต 3.15% จากปี’60 ขณะที่คุณภาพหนี้เสียยังเพิ่มขึ้น และตั้งสำรองหนี้เพิ่ม 7.78%
ผู้สื่อข่าวรวบรวมข้อมูล 6 แบงก์พาณิชย์ ซึ่ง 3 แบงก์ใหญ่ที่ประกาศงบฯออกมานั้น ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) มีกำไรลดลงจากปีก่อนราว 7% โดยมีรายได้จากการดำเนินงานจำนวน 1.38 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 1.5% ซึ่งมีแรงส่งด้านรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่โตสูง 4.4% และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) อยู่ที่ 3.21% ลงเบา ๆ จากปี”60
แต่ก็ถูกถ่วงจากเรื่อง 1.รายได้มิใช่ดอกเบี้ยที่ลดลง 4.7% จากประเด็นเดิม ๆ เรื่องการยกเลิกค่าธรรมเนียม (ค่าฟี) การทำธุรกรรมการเงินผ่านดิจิทัล การชะลอตัวของธุรกิจประกันภัย และการลดลงของค่าฟีที่เกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศในครึ่งปีหลัง และ 2.ค่าใช้จ่ายการดำเนินงานของธนาคารที่สูงขึ้นของการลงทุนต่อเนื่อง โครงการทรานส์ฟอร์เมชั่นแบงก์ ด้านหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ขยับขึ้นสิว ๆ หนุนภาระตั้งสำรองลดลง โดยภาพรวมของ SCB ยังดูประคองกำไรเหนือระดับ 4 หมื่นล้านบาทได้ ถือว่ายืนสูงสุดในกลุ่มแบงก์อยู่
นายอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCB กล่าวว่า ปีนี้จะเห็นผลจากโครงการ transformation ที่จะทำให้สามารถขยายธุรกิจได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านการขยายฐานลูกค้า ซึ่งปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มยอดผู้ใช้งานดิจิทัลเป็น 12 ล้านราย จากปีที่แล้ว 9 ล้านราย ส่วนการเติบโตของสินเชื่อรวมอยู่ที่ 5-7% ซึ่งเน้นสินเชื่อของลูกค้าบุคคล เช่น บัตรเครดิต และสินเชื่อธุรกิจขนาดเล็ก ฟากแบงก์กสิกรไทย (KBANK) โดดเด่นด้วยปี”61 ทำกำไรโต 12% ซึ่งมาจากภาระตั้งสำรองหนี้เสียลดลงมากถึง 22% แต่ถ้าดูรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 243,379 ล้านบาท ลดลงราว 2.9% ซึ่งเป็นผลจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยร่วง 9% และค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ เพิ่มขึ้นเกือบ 3% เพราะหนักไปทางใช้เงินทำการตลาด ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ อยู่ที่ 43.96% ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 4.6% โดยมี NIM อยู่ที่ 3.39%
อีกแบงก์ใหญ่ทุนญี่ปุ่น “กรุงศรีอยุธยา” หรือ BAY กำไรโตเฉียด 7% โดยหลัก ๆ มีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นสูงมากถึง 10% ซึ่งมาจากสินเชื่อรายย่อยโตสูง 14% และสินเชื่อลูกค้าบรรษัท (JPC/MNC) และธุรกิจเอสเอ็มอี ที่พุ่งกระฉูด 19% และเกือบ 15% ตามลำดับ ที่น่าสนใจคือ 1.แบงก์ยังสามารถทำรายได้มิใช่ดอกเบี้ยและค่าฟีเพิ่มขึ้นได้สูงอยู่ โดยเฉพาะค่าฟีโต 8% 2.การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย ส่วนหนี้เสีย NPL ก็ขยับขึ้นมา เพราะสินเชื่อเช่าซื้อเพิ่มขึ้น จึงมีการตั้งสำรองหนี้เสียสูงขึ้น 14%
โดย นายโนริอากิ โกโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAY ตั้งเป้าหมายปีนี้ สินเชื่อโต 6-8% ซึ่งมีปัจจัยหนุนจากด้านการลงทุนที่เข้าสู่วัฏจักรขาขึ้น
ส่วนกลุ่มแบงก์เล็ก แบงก์ทิสโก้ (TISCO) ปี”61 กำไรโตถึง 15% ซึ่งมาจากการรับรู้กำไรพิเศษจากเงินลงทุนและการขยายธุรกิจ ขณะที่ด้านรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 9.1% และมี NIM คงที่อยู่ที่ 4.2% ด้านรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยรวม ขยายตัว 8.7% แต่เมื่อมาดู “NPL” พบว่าเพิ่มขึ้นถึง 23.3% อยู่ที่ 2.86% ขณะที่ตั้งสำรองหนี้กลับลดลง 12%
นายสุทัศน์ เรืองมานะมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ กล่าวว่า ทิศทางดำเนินงานในปี”62 คาดว่าสินเชื่อรวมโต 4% โดยสินเชื่อจำนำทะเบียน ภายใต้แบรนด์ “สมหวัง เงินสั่งได้” ตั้งเป้าโต 30-40% โดยจะขยายสาขาอีก 60 แห่งเป็น 300 สาขาส่วนเช่าซื้อรถยนต์โต 4-5% โดยสินเชื่อบ้านจะอยู่ในระดับที่ทรงตัว เช่นเดียวกับสินเชื่อเอสเอ็มอี ด้านสินเชื่อรายใหญ่คาดว่าจะโตได้ราว 5-10% ด้านค่าฟีโต 5% มาจากแบงก์แอสชัวรันซ์และธุรกิจจัดการกองทุน
แบงก์แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ที่ปี’61 กำไรโต ส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของกำไรจากเงินลงทุนและรายได้เงินปันผล และแบงก์ซีไอเอ็มบี ไทย ที่กำไรเหลือ 6.9 ล้านบาท ร่วงถึง 98% แต่ก็มีหนี้เสียลดลงมากถึง 10%
มุมนักวิเคราะห์ นายณัฐชาติ เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ คาดว่า ปีนี้ สินเชื่อโตราว 5-7% หลัก ๆ มาจากโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐ ที่จะหนุนให้เอกชนข้ามาลงทุน ส่วนทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น น่าจะทำให้แบงก์มี NIM เพิ่มขึ้น และหลังตัวเลขกำไรกลุ่มแบงก์ปี”61 ออกมา อาจจะปรับประมาณการโดยรวมของปีนี้
ที่เหลือยังต้องจับตาดูแบงก์ฮอตที่จะประกาศอย่างคู่แบงก์ที่จะควบรวมอย่าง “แบงก์ธนชาต (TBANK)-แบงก์ทหารไทย (TMB)” และแบงก์ใหญ่เจ้าปัญหา “แบงก์กรุงไทย” (KTB) รวมถึงแบงก์เจ้าสัวธนาคารกรุงเทพ (BBL)
ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat ![]()
หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!
