Skip to content

ระวัง “เลือกตั้ง” ฉุด ศก.

25 ม.ค. 2562 | 16:37น.
ระวัง “เลือกตั้ง” ฉุด ศก.

คอลัมน์ สามัญสำนึก

โดย สมปอง แจ่มเกาะ

จะเรียกว่า เป็นการเริ่มต้นศักราชใหม่ 2562 อย่าง “เนิบ ๆ” ก็คงไม่ผิดนัก สำหรับเศรษฐกิจไทย ภายใต้การบริหารประเทศของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

ซึ่งปีนี้ก็กำลังจะครบ 5 ปี ในวันที่ 22 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ายึดอำนาจการปกครองประเทศ

และนี่ก็จะย่างเข้าสัปดาห์ที่ 3-4 เข้าสู่ช่วงปลายเดือนมกราคม ทุกอย่างยังดูนิ่ง ๆ เงียบ ๆ ไม่คึกคักเท่าที่ควร

หลังหยุดยาวปีใหม่ กลับมาทำงาน ได้มีโอกาสนั่งพูดคุยกับนักธุรกิจน้อยใหญ่ หรือบางรายก็ใช้วิธีโทรศัพท์ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ไม่ดี-แย่”

ที่สำคัญ คือ ยังไม่มีสัญญาณบวกอะไรให้พอใจชื้นขึ้นมาได้บ้าง

ไม่ต่างจากบรรดาร้านรวงเล็กใหญ่ที่ต่างก็โอดครวญเป็นเสียงเดียวกันว่า หลังปีใหม่เป็นต้นมา การค้าการขายไม่ดีขึ้นเลย

เช่นเดียวกับพ่อค้าแม่ขายตามตลาดนัดที่บอกอย่างตรงไปตรงมาว่า ค้าขายฝืดเคียง บางวันคนขายมากกว่าคนซื้อเสียด้วยซ้ำไป

วกกลับไปเดินสำรวจห้างสรรพสินค้าก็พบว่า ช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ แม้ผู้คนจะเดินช็อปปิ้งกันขวักไขว่ แต่ส่วนใหญ่ก็เน้นเดิน window shopping ส่วนวันจันทร์-ศุกร์ ปกติคนเข้าห้างก็ค่อนข้างบางตา แต่พอตกเย็นย่ำค่ำหรือหลังทุ่มไปแล้ว

พนักงานชั้น 2 ชั้น 3 ชั้น 4 หรือชั้นบน ๆ ขึ้นไป ก็เริ่มยืนตบยุง ยืนแต่งหน้า เช็กสต๊อกเตรียมกลับบ้าน เพราะไม่มีลูกค้าเดินขึ้นชั้นบน ๆ ส่วนที่ลูกค้าจะหนาตาและจับจ่ายอยู่บ้างหลัก ๆ เป็นโซนซูเปอร์มาร์เก็ต หาซื้อของกินของใช้ที่จำเป็น

ไม่แปลกใจที่หากใครเดินไปห้างก็จะเห็นภาพของการยกสินค้ามาตั้งกองจัดโปรโมชั่น ลดราคา ส่วนสินค้าปกติก็งัดไม่ตาย แคมเปญเงินผ่อน 0% 10 เดือน มาจูงใจ หรือบางโซน เช่น คลินิกความงาม ที่อยู่ชั้นบน ๆ ก็จะต้องใช้พริตตี้สาวสวยมายืนป่าวประกาศผ่านโทรโข่ง เครื่องขยายเสียง ดึงลูกค้าเข้าร้าน

อย่างน้อยที่สุด ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ก็สะท้อนให้เห็นว่า คนระมัดระวังการใช้จ่าย และอีกไม่นาน วันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ก็จะเป็นช่วงตรุษจีน ถึงเวลาต้องจับจ่ายใช้เงินก้อนอีก เมื่อในกระเป๋าเงินไม่เพิ่ม ก็ต้องเบรกหรือชะลอการใช้เงินที่ไม่จำเป็นเอาไว้ก่อน

ขณะที่กำลังซื้อ-เศรษฐกิจในประเทศ กำลังตกอยู่ในอาการซึม ๆ แต่อีกด้านหนึ่ง การเมือง-การเลือกตั้ง กลับเริ่มมีความคึกคักมากขึ้น บรรดาพรรคการเมืองใหญ่น้อยต่างมีกิจกรรมแทบทุกวัน ทั้งเปิดตัวผู้ลงสมัคร ลงพื้นที่พบปะประชาชน แถลงนโยบาย พบปะสื่อ ฯลฯ จิปาถะ พร้อมกับภาพของป้ายโฆษณาหาเสียงที่มีให้เห็นอย่างดาษดื่น เกลื่อนเมือง ขณะที่ขบวนรถแห่ก็วิ่งโฆษณาไปทั่วสารทิศต่างก็สรรหาคำพูดและนโยบายที่สวยหรูมาหว่านล้อมจูงใจสารพัด

หลายคนอาจจะเคลิบเคลิ้มไปว่า “เลือกตั้ง” จะเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยให้เศรษฐกิจและคนไทยมีเงินในกระเป๋ามากขึ้น

“ไม่เห็นน้ำตัดกระบอก ไม่เห็นกระรอกก่งหน้าไม้” ท่องสุภาษิตบทนี้ไว้ให้ดี

อีกด้านหนึ่ง ปัจจัยทางการเมือง-การเลือกตั้ง ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ หากพิจารณาลงไปในรายละเอียดจะพบว่า ยังแฝงด้วยปัจจัยเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่คาดไม่ถึงอีกหลายด้าน

หลังเลือกตั้งจบลงจะเป็นอย่างไร ยังไม่มีใครกล้าฟันธง รูปร่างหน้าตารัฐบาลจะเป็นอย่างไร พรรคไหนจะได้เป็นรัฐบาล พรรคไหนจะเป็นฝ่ายค้าน ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี ใครจะเข้ามานั่งบริหารกระทรวงเศรษฐกิจสำคัญ ฯลฯ

สิ่งเหล่านี้ล้วนมีความหมายกับเศรษฐกิจไทยในวันข้างหน้าอย่างมีนัยสำคัญ

เพราะนี่คือ การเปลี่ยนถ่ายอำนาจการปกครองประเทศครั้งสำคัญ

ผลการเลือกตั้งที่ออกมา อำนาจการปกครองประเทศจะตกอยู่กลุ่มอำนาจเดิม หรือกลุ่มอำนาจใหม่

นี่คือปัจจัยสำคัญที่ต่างประเทศเฝ้าจับตามอง และคงไม่มีใครกล้าผลีผลามในแง่ของการตัดสินใจลงทุน

ถึงบรรทัดนี้ หากจะบอกว่าเศรษฐกิจไทย (ยัง) ไร้ความชัดเจนก็คงไม่ผิดนัก

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เลือกตั้ง 2562