รับมือ ปลายวัฏจักรเศรษฐกิจ
คอลัมน์ ลงทุนทั่วโลก
โดย สุรศักดิ์ ธรรมโม บลจ.วรรณ
ผมใช้พื้นที่บทความนี้ในช่วงกว่า 2 ปีที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นถึงเรากำลังอยู่ในปลายวัฏจักรเศรษฐกิจโลก แต่ประเด็นที่ต้องคิดต่อมาในเชิงการลงทุน คือ เราจะจัดสรรพอร์ตการลงทุนอย่างไรในภาวะจากนี้ไป ?
ก่อนอื่น ผมต้องย้ำก่อนวัฏจักรเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำ และเราไม่ควรกังวลตราบใดที่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยเชิงเทคนิค (technical recession) อันเป็นอาการตามปกติในช่วงปลายวัฏจักรไม่เป็นวิกฤตการเงินขนาดใหญ่ (great recession) เช่น ปี 2551 หรือวิกฤตเศรษฐกิจถดถอยขนาดใหญ่ (great depression) ในปี 2472 เป็นต้น กล่าวได้ว่า มองไปข้างหน้า ถ้าเศรษฐกิจจีนไม่ชะลอตัวอย่างรุนแรงมาก โอกาสที่เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวครั้งใหญ่จะมีความเป็นไปได้ต่ำ
ดังนั้น ในแง่นี้พื้นฐานเศรษฐกิจโลกในปีนี้และ 2 ปีต่อไป แม้ว่าจะชะลอลงเมื่อเทียบกับ 1-2 ปีที่ผ่านมา แต่เมื่อเทียบกับปี 2551 ถือว่าปัจจุบันดีกว่ามาก ซึ่งนี่คือข่าวดี ขณะที่ข่าวไม่ดี คือ เมื่อพื้นฐานปัจจุบันยังดีอยู่ การคาดหวังว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่แบบ มาตรการ QE และการลดดอกเบี้ยลงต่ำกว่า 0% รวมทั้งมาตรการการคลังที่กระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่
เมื่อแนวโน้มข้างหน้า การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในภาพใหญ่อาจจะไม่สดใสนัก กลยุทธ์การลงทุนจากนี้ไปอาจจะต้องพิจารณาไปภาพย่อย ภาพอุตสาหกรรมและภาพหุ้นรายตัวมากขึ้น โดยในเชิงเศรษฐกิจมหภาครายประเทศพบว่า ประเทศหรือภูมิภาคที่ยังอยู่ในช่วงวัฏจักรขาขึ้นทางเศรษฐกิจอยู่จากโครงสร้างประชากรที่อยู่ในวัยหนุ่มสาว การบริโภคที่ยังขยายตัวได้สูง การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากนิยามนี้จะพบว่าประเทศที่เข้าข่ายจะมี อินเดีย บราซิล และเวียดนาม เป็นต้น
ขณะที่ในเชิงสินทรัพย์เสี่ยงประเภทหุ้น แม้ว่าภาพใหญ่ ระยะสั้นข้างหน้า หุ้นอาจจะเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ควรเพิ่มน้ำหนักการลงทุนมากนัก แต่ถ้าดูในรายอุตสาหกรรมเราจะพบว่ายังมีโอกาสมหาศาลในการลงทุนด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคและโครงสร้างประชากร จะมีหลายธุรกิจและหลายบริษัทที่ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงตรงนี้ เป็นต้น เช่น รถไฟฟ้า เวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ เป็นต้น นอกจากนี้ การที่ระบบโทรคมนาคมจะเริ่มก้าวไปสู่ระบบ 5G ในเร็ว ๆ นี้
ซึ่งถ้า 5G เกิดขึ้น การส่งข้อมูลในปริมาณมหาศาลผ่านโทรศัพท์มือถือและเครือข่ายคอมพิวเตอร์ไม่เพียงจะทำได้ แต่จะทำได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น ทำให้การใช้ cloud และ machine learning รวมทั้ง big data ตลอดจน internet of things จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก และเปลี่ยนโฉมหน้าธุรกิจและอุตสาหกรรมครั้งใหญ่ของโลก เพราะฉะนั้น การเลือกหุ้นที่จะได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างนี้จะเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อภาพใหญ่แนวโน้มตลาดหุ้นอาจจะไม่ดีเท่าปีก่อน อาจจะกดดันราคาหุ้นของบริษัทเหล่านี้ให้ลดลง แต่นี่คือโอกาสในการลงทุนนี้เอง
สำหรับผู้รับความเสี่ยงได้ต่ำ การลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือในระดับสูงยิ่งเป็นสิ่งจำเป็น เพราะในปลายวัฏจักรเศรษฐกิจ เรามักจะพบว่าความเสี่ยงของการผิดนัดชำระหนี้ (default risk) จะเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกที่มีลักษณะปกป้องหรือคุ้มครองเงินต้น เป็นสิ่งที่น่าสนใจในการลงทุนเช่นกัน
ถึงที่สุดแล้ว ถ้าสินทรัพย์ที่เราลงทุนเป็นสินทรัพย์ที่ดี ความผันผวนในระยะสั้น-กลางเป็นสิ่งที่เราไม่ควรกังวลมากนัก เพราะรางวัลของการลงทุนในสินทรัพย์ดีจะกลับมาตอบแทนผู้ลงทุนในอนาคตแน่นอน
ในช่วงโอกาสปีใหม่ 2562 ผมขออวยพรให้ผู้อ่านหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ มีความสุข สุขภาพแข็งแรง สมปรารถนาในลักษณะเร็วกว่าที่คาด มากกว่าที่คิด ทุก ๆ คนครับ