เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

GO ! แก้ปัญหา “วันนั้น” ของเดือน

26 ส.ค. 2560 | 23:31น.

คอลัมน์ สตาร์ตอัพ “ปัญหา” ทำ “เงิน” โดย มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

 

เกิดเป็นหญิงใครว่าง่ายคะ แค่เข้าสู่ช่วง “วันนั้น” ของเดือน ก็แทบเป็นเรื่องโลกแตกสำหรับหลายคน ทั้งปวดหัว ปวดหลัง หงุดหงิด พุงป่อง สิวขึ้น เหวี่ยงวีนขั้นสุด

ในขณะที่เรากำลังหงุดหงิดว่าวันนี้จะเลือกใช้ผ้าอนามัยแบบ “Airfit” หรือ “Cooling Fresh” ยังมีหญิงสาวอีกหลายร้อยล้านคนทั่วโลก ต้องขาดเรียน ขาดงาน และเก็บตัวอยู่ในบ้าน เพราะยากจนขนาดไม่มีเงินซื้อผ้าอนามัยมาใช้ต่างหาก

“อลิซาเบท ชาร์ฟ” นักศึกษาสาวจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ก็เคยตะลึงไปกับความจริงข้อนี้มาแล้ว ตอนมีโอกาสไปฝึกงาน World Bank ที่โมซัมบิก แล้วพบว่าสาวโรงงานที่นั่นกว่า 20 % ต้องขาดงานอย่างน้อย 30 วันต่อปี เพราะไม่กล้าออกจากบ้านใน “วันมามาก”

อลิซาเบทไม่อยากเชื่อว่าสมัยนี้ยังมีคนประสบปัญหาเรื่องนี้อีก เมื่อหาข้อมูลเพิ่มก็พบว่า ปัญหาการขาดแคลนผ้าอนามัยราคาประหยัดนี้ มีอยู่ในกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ทั้งในแอฟริกา ละตินอเมริกา และเอเชีย

ที่น่าเศร้า คือแทบไม่เคยถูกหยิบยกมาพิจารณาหาทางออกอย่างจริงจังเลย ทั้งที่ส่งผลกระทบทั้งสังคม เศรษฐกิจ และจิตใจของหญิงสาวจำนวนมาก เพราะบางสังคมการพูดเรื่องประจำเดือนเป็นเรื่องต้องห้าม หรือน่าอาย

อลิซาเบทเก็บปัญหาคาใจนี้ไว้จนเรียนจบ ด้วยดีกรีปริญญาโท 2 ใบจากฮาร์วาร์ด แถมประสบการณ์การทำงานด้านไบโอเทคกับบริษัทยาระดับโลก เธอสามารถหางานดี ๆ เงินเดือนสูง ๆ ได้ไม่ยาก แต่กลับตัดสินใจแพ็กกระเป๋ามุ่งหน้าสู่รวันดา 1 ในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก เพื่อหาทางออกเรื่องนี้

ที่นี่เธอพบว่าหญิงสาวกว่า 18% ต้องขาดเรียนขาดงานช่วงมีประจำเดือน เพราะผ้าอนามัยราคาสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำเสียอีก

ทางเดียวที่จะแก้ปัญหานี้ คือ ต้องทำให้ผ้าอนามัยราคาต่ำลง โดยใช้วัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่นเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ และต้องคิดค้นวิธีการผลิตที่ใช้ทรัพยากร เช่น น้ำ ไฟ ให้น้อยที่สุดเพื่อลดต้นทุน

หลังลองถูก ลองผิดมาหลายรอบ ในที่สุดอลิซาเบทก็มาลงเอยที่ “กล้วย” พืชผลทางเกษตรที่หาได้ทั่วไป ราคาถูก และมีกากใยที่ซึมซับของเหลวได้ดี เธอจัดการเขียนโครงการเพื่อขอทุนจาก ฮาร์วาร์ด และมูลนิธิ Echoing Green แล้วก็ได้เงินทุนมาก้อนหนึ่งเพื่อเริ่มทำการทดสอบ และจดสิทธิบัตรขั้นตอนการผลิตที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยไม่ต้องใช้น้ำ และสารเคมีใด ๆ

ผ่านมาสิบปี อลิซาเบทยังปักหลักอยู่ที่รวันดา บริหารสตาร์ตอัพเล็ก ๆ ของเธอ

สตาร์ตอัพแห่งนี้ชื่อว่า SHE ผลิตผ้าอนามัยทำจากกล้วย ยี่ห้อ Go! ซึ่งเป็นชื่อที่สาว ๆ ในออฟฟิสคิดกันขึ้นโดยย่อมาจาก Girls on the Go!

Go! มีหน้าตาและคุณสมบัติเหมือนผ้าอนามัยทั่วไปที่เราคุ้นตา บรรจุในแพ็กเกจสีสันสดใส และมีราคาแค่แพ็กละ 70 เซ็นต์ (1 แพ็กมี 10 ชิ้น) ถูกกว่าผ้าอนามัยทั่วไปในตลาดถึง 35 %

กลุ่มเป้าหมายคือ หญิงสาวที่มีรายได้ไม่เกิน 2 เหรียญต่อวัน มีช่องทางการขายหลัก ๆ ได้แก่ เครือข่าย NGOs โรงเรียน และตั้งแผงขายตามงานในชุมชนต่าง ๆ

ปีที่แล้ว SHE ขายผ้าอนามัยได้ 227,000 แผ่น ช่วยให้สาว ๆ กว่า 11,000 คนไม่ต้องขาดเรียนหรือขาดงานและยังช่วยให้ความรู้ด้านสุขอนามัยช่วงมีประจำเดือนแก่เด็กนักเรียนอีกกว่าพันคน ตามโรงเรียนห่างไกล ปัจจุบัน SHE มีพนักงานเกือบ 30 คน และทำให้ชาวสวนกว่า 600 รายมีรายได้จากการขายผลผลิตตรงมาที่โรงงาน

อลิซาเบทมีแผนจะขยายการผลิตในประเทศให้ได้มากขึ้น และยังตั้งเป้าจะลงไปสำรวจความเป็นไปได้ในการผลิตในประเทศอื่น ๆ ด้วย เช่น ยูกันดา เคนยา บังกลาเทศ และอินเดีย

ผลงานของอลิซาเบททำให้บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Johnson & Johnson เข้าร่วมเป็นที่ปรึกษา ส่งผู้เชี่ยวชาญมาคอยให้คำแนะนำ โดยมองเห็นศักยภาพในการขยายผลต่อยอดโมเดลนี้ไปในอีกหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่ที่มีโอกาสเติบโตสูง

เทคนิคที่ SHE พัฒนาขึ้นโดยไม่ต้องใช้น้ำในการผลิตเลย ทำให้เหมาะที่จะนำไปใช้กับอีกหลายประเทศที่ยากจนเพราะจะช่วยลดต้นทุนไปได้ถึง 20 เปอร์เซ็นต์

ถ้า 10 กว่าปีก่อนมีคนบอกอลิซาเบท ว่า เธอจะคิดค้นการทำผ้าอนามัยจากกล้วยและวิธีผลิตโดยไม่ต้องใช้น้ำและสารเคมีขึ้นมา เธอคงไม่เชื่อ เพราะแม้แต่บริษัทใหญ่ที่เธอเคยไปขอคำแนะนำยังถึงกับส่ายหัวว่าเป็นไปไม่ได้

หากสถานการณ์สร้าง “วีรบุรุษ” ความขัดสน ก็เป็นแหล่งกำเนิดของ “นวัตกรรม” ดี ๆ ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ผู้คนมาแล้วมากมาย และ Go! เป็นหนึ่งในนั้น ต้องขอบคุณความมุ่งมั่นของอลิซาเบทที่ไม่ยอมแพ้อุปสรรคตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผลงานของเธอทำให้หญิงสาวมากมายดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างอิสระไม่ต้องกังวลกับ “วันนั้น” ของเดือนอีกต่อไป

 

ภาพจาก www.newsofrwanda.com