เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เอกนิติ-ประธานเฟด’ ร่วมประชุม IMF เปิด 12 ต.ค. ดึงทั่วโลกจับตาไทย
Finance ‘เอกนิติ-ประธานเฟด’ ร่วมประชุม IMF เปิด 12 ต.ค. ดึงทั่วโลกจับตาไทย
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ต.ค. 69) ปรับลง 0.42% อยู่ที่ 85,491 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ต.ค. 69) ปรับลง 0.42% อยู่ที่ 85,491 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
น้ำท่วมกดดันเศรษฐกิจ 2 ปี เสี่ยงปิดกิจการ-ชงรัฐบาลมืออาชีพ
Economic น้ำท่วมกดดันเศรษฐกิจ 2 ปี เสี่ยงปิดกิจการ-ชงรัฐบาลมืออาชีพ
กรมการแพทย์ย้ำดูแลผู้สูงอายุด้วยความเข้าใจ
Biz Movement กรมการแพทย์ย้ำดูแลผู้สูงอายุด้วยความเข้าใจ
“เคาะค่าเหยียบแผ่นดิน” 450 บาท หวังโกย 8 พันล้าน ททท. ลุยดันต่างชาติทะลุ 33 ล้านคน
Biz Movement “เคาะค่าเหยียบแผ่นดิน” 450 บาท หวังโกย 8 พันล้าน ททท. ลุยดันต่างชาติทะลุ 33 ล้านคน
รัฐบาลดึง ‘เนเน่’ แขกพิเศษ นายกฯ โชว์พลังเสียงต้อนรับ 400 ผู้นำการเงินโลก
Politics รัฐบาลดึง ‘เนเน่’ แขกพิเศษ นายกฯ โชว์พลังเสียงต้อนรับ 400 ผู้นำการเงินโลก
Thai PBS เกิดขึ้นได้อย่างไร? ย้อนที่มาจาก ‘ทีวีเสรี’ สู่ ‘สื่อสาธารณะ’
Politics Thai PBS เกิดขึ้นได้อย่างไร? ย้อนที่มาจาก ‘ทีวีเสรี’ สู่ ‘สื่อสาธารณะ’
ICONPHUKET จุดพลุค้าปลีกภูเก็ต ปักหมุดบนแผนที่โลก จุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์แห่งใหม่
Real Estate ICONPHUKET จุดพลุค้าปลีกภูเก็ต ปักหมุดบนแผนที่โลก จุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์แห่งใหม่
ขับรถลุยน้ำท่วม ทำป้ายทะเบียนหาย ขนส่งฯ อัปเดตขั้นตอนล่าสุด ไม่ต้องใช้เล่มจริง
News ขับรถลุยน้ำท่วม ทำป้ายทะเบียนหาย ขนส่งฯ อัปเดตขั้นตอนล่าสุด ไม่ต้องใช้เล่มจริง
ดูทั้งหมด

เผือกร้อน “พาราควอต” หมากเกมนี้ใครได้-ใครเสีย ?

16 ก.พ. 2562 | 16:56น.
คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ

โดย กฤษณา ไพฑูรย์ 

เรื่องของผลประโยชน์หลายหมื่นล้านบาทของยาฆ่าหญ้า “พาราควอต” จนถึงวันนี้ผ่านมาเกือบ 2 ปียังไม่จบ โดยวันที่ปิดต้นฉบับนี้ยังไม่รู้ผล “ชี้ชะตา” ของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ว่าจะใช้ต่อ หรือยกเลิก !

หากย้อนไปลำดับเหตุการณ์มีข้อน่าสังเกต ! ขนาด 3 กระทรวงหลักที่มีรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขนั่งหัวโต๊ะ มีมติชัดเจน 2 ครั้งให้ “ยกเลิก” การใช้สารเคมี 3 ตัวแต่ยังดึงดันจะใช้ต่อไป !

นับตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย. 60 ในการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนปัญหาการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งมี 5 กระทรวงหลักเข้าร่วม “มีมติให้ยกเลิก” การใช้ “พาราควอตและคลอร์ไพริฟอส” และเตรียมกำหนดการใช้ “ไกลโฟเซต” ซึ่งองค์การอนามัยโลกระบุเป็นสารที่อาจก่อมะเร็ง

แต่มติดังกล่าวถูก “เตะถ่วง” พร้อมกับมีการตั้ง “คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการควบคุมวัตถุอันตราย พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต” ที่มี นายภักดี โพธิศิริ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการวัตถุอันตรายเป็นประธาน เพื่อหาข้อเท็จจริงเมื่อเดือนธ.ค.60 โดยขีดเส้นให้จบใน 3 เดือน ระหว่างนั้นมีกลุ่มเกษตรกรร้องเรียนว่าได้รับผลกระทบหากเลิกใช้

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ศึกษาข้อมูลอีกครั้ง เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 61 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เชิญ นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ปัจจุบันเกษียณ) และ นายสมบูรณ์ ยินดียั่งยืน รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม (ปัจจุบันเกษียณ) มาประชุม ซึ่งที่ประชุม 3 กระทรวงยืนมติเดิมให้ระงับการใช้ และเสนอให้คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจทราบ

ระหว่างนั้น “มูลนิธิชีววิถี ไบโอไทย” ได้ออกแถลงการณ์เปิดเผยเบื้องลึก ในการพิจารณาของคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจว่า ไม่ให้มีการนำเอาข้อมูลการวินิจฉัยความสัมพันธ์ของโรคเนื้อเน่ากับสารพาราควอตของ พญ.ฉันทนา ผดุงทศ ผู้อำนวยการสำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค บรรจุอยู่ในรายงาน

รวมทั้งการตัดทิ้งรายงานการวิจัยของ ศ.พรพิมล กองทิพย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งพบขี้เทาในเด็กทารกจำนวนมากกว่าครึ่งหนึ่งของตัวอย่างการศึกษา โดยอ้างว่ายังไม่มีการตีพิมพ์ แต่กลับนำข้อมูลของบริษัทที่ขายสารเคมีและข้อเขียนของอดีตข้าราชการ ซึ่งทำงานให้บริษัทสารเคมี และตีพิมพ์ในวารสารที่มีรายได้จากการโฆษณาสารพิษนำมาอ้างอิงในรายงานฉบับดังกล่าวเข้าพิจารณา

และซ้ำซ้อนอีกครั้งเมื่อนายกฯแต่งตั้ง “คณะกรรมการแก้ไขปัญหาการใช้สารเคมี ป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง” มี นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯเป็นประธาน

แต่เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 กรรมการ 3 คนในคณะกรรมการชุดนี้ได้ยื่นหนังสือลาออกต่อนายกฯ ประกอบด้วย ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วย ศ.พรพิมล กองทิพย์ และ รศ.พวงรัตน์ ขจิตวิชยานุกูล

โดย ศ.นพ.ธีระวัฒน์ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กพอสรุปได้ว่า “นักวิชาการได้นำเสนอข้อมูลที่มีหลักฐานน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์ ทั้งงานวิจัยในประเทศ และงานวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสารวิจัยต่างประเทศจำนวนมาก แต่มิได้มีการพิจารณา บรรจุวาระ แต่ในทางตรงกันข้ามกลับมีหนังสือของ “สมาพันธ์เกษตรปลอดภัย” ที่คัดค้านมติและคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน และข้อเสนอของสภาวิจัยแห่งชาติ (วช.) ที่เสนอให้มีการยกเลิกการใช้สารพิษที่มีความเสี่ยงสูง บรรจุในวาระการประชุม ครั้งที่ 1/2562 ในวันที่ 6 ก.พ. 62 ทั้งที่องค์กรที่ยื่นข้อคัดค้านเป็นองค์กรของสมาคมผู้ค้าสารเคมีกำจัดศัตรูพืช มิใช่ตัวแทนเกษตรกร แสดงเจตนาว่าการดำเนินงานของคณะกรรมการเป็นไปเพื่อสร้างแรงกดดันไม่ให้

มีการทบทวนมติของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งจะจัดประชุมเร็ว ๆ นี้ มิใช่การดำเนินการอย่างโปร่งใส และพบหลักฐานว่า คณะกรรมการชุดนี้ 4 คน มีความเกี่ยวข้องกับบริษัทที่มีการผลิต นำเข้า และจัดจำหน่ายสารเคมีกำจัดศัตรูพืช 3 ชนิดนี้”

และร้อนแรงสุดเมื่อ “แพทยสภา” ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 62 ลงนามโดย ศาสตราจารย์แพทย์หญิงสมศรี เผ่าสวัสดิ์ นายกแพทยสภา มีใจความพอสรุปได้ว่า ในการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนฯของ สธ. 2 ครั้งที่ได้เห็นชอบให้มีการยกเลิกการใช้สารเคมี 3 ชนิด ทางคณะอนุกรรมการบริหารของแพทยสภาได้พิจารณาปัญหาดังกล่าวแล้ว เห็นชอบกับการยกเลิกการใช้สารเคมี 3 ชนิด ตามที่คณะกรรมการขับเคลื่อนฯของ สธ.เสนอ เพื่อคุ้มครองประชาชนให้ได้รับความปลอดภัยในสุขภาพและอนามัย

เช่นเดียวกับ รศ.ดร.เภสัชกรหญิงจิราพร ลิ้มปานานนท์ นายกสภาเภสัชกรรม ได้ออกแถลงการณ์ลงวันที่ 13 ก.พ. 62 พอสรุปได้ว่า สภาเภสัชกรรมขอเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการวัตถุอันตราย ให้ยกระดับสารเคมี 3 ชนิดเป็นวัตถุอันตรายประเภท 4 (เป็นวัตถุอันตรายที่ห้ามผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง) ด้วยเหตุผลสารเคมีทั้ง 3 ชนิดมีพิษสูง โดยเฉพาะพาราควอตได้รับเพียง 1-2 ช้อนชาก็อาจถึงแก่ชีวิต ปัจจุบันกว่า 53 ประเทศได้ยกเลิกการใช้แล้ว

ปัญหาสารเคมี 3 สารเปรียบเหมือนฝุ่น PM2.5 ที่ซ่อนตัวมาระยะหนึ่งและค่อยๆเผยโฉมหน้าออกมา ดังนั้น การตัดสินใจชี้ชะตาใน “วันแห่งความรัก” 14 ก.พ.นี้คาดเดาว่า ยังคงไม่จบง่าย ๆ คงต้องมีการต่อสู้นอกรอบกันต่อไป

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!