เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จัดระเบียบแพลตฟอร์ม เบรกขึ้น GP-ตั้งกติกา ‘ตลาดดิจิทัล’
Economic จัดระเบียบแพลตฟอร์ม เบรกขึ้น GP-ตั้งกติกา ‘ตลาดดิจิทัล’
สมาคมโฆษณาย้ำปีนี้อุตฯ ฟื้น ธุรกิจแห่ทุ่มเม็ดเงินแตะ 8.3 หมื่นล้าน
Business สมาคมโฆษณาย้ำปีนี้อุตฯ ฟื้น ธุรกิจแห่ทุ่มเม็ดเงินแตะ 8.3 หมื่นล้าน
คุม ‘BNPL’ ก่อนเกิดปัญหา
Finance คุม ‘BNPL’ ก่อนเกิดปัญหา
DE ผนึก Meta ยืนยันตัวตนผู้ลงแอด No ID, No Ads
Tech DE ผนึก Meta ยืนยันตัวตนผู้ลงแอด No ID, No Ads
ศูนย์การค้า แห่ผุดบ้านผีสิงทั่วประเทศ รับกระแสฮาโลวีน
Business ศูนย์การค้า แห่ผุดบ้านผีสิงทั่วประเทศ รับกระแสฮาโลวีน
หงส์เลือกคนไม่ผิด
คุยกับเอกราช หงส์เลือกคนไม่ผิด
จุดพลุ ‘นิวฟรอนเทียร์เทค’ ทรู-ซี.พี. ย้ำแนวคิด ‘ทำสิ่งใหม่-ใช้จริง-โตพร้อมพันธมิตร’
Tech จุดพลุ ‘นิวฟรอนเทียร์เทค’ ทรู-ซี.พี. ย้ำแนวคิด ‘ทำสิ่งใหม่-ใช้จริง-โตพร้อมพันธมิตร’
เนรมิตอุดรฯ ‘พืชสวนโลก’  สัมผัสความยิ่งใหญ่ 1 พ.ย.
Economic เนรมิตอุดรฯ ‘พืชสวนโลก’  สัมผัสความยิ่งใหญ่ 1 พ.ย.
คุยกับเศรษฐา : สมการ ‘รายได้สุทธิ’ เปลี่ยนอย่างไร ให้เกษตรกร ‘มีเงินเหลือมากขึ้น’ ?
Columns คุยกับเศรษฐา : สมการ ‘รายได้สุทธิ’ เปลี่ยนอย่างไร ให้เกษตรกร ‘มีเงินเหลือมากขึ้น’ ?
‘มธ.’ ผนึก ASMG-นานาชาติ วางแนวทางดูแล ‘ก่อนมะเร็งกระเพาะอาหาร’
Biz Movement ‘มธ.’ ผนึก ASMG-นานาชาติ วางแนวทางดูแล ‘ก่อนมะเร็งกระเพาะอาหาร’
ดูทั้งหมด

ปลัดกระทรวงดิจิทัลแจงชัดๆ ทุกข้อสงสัย ย้ำ “กม.ไซเบอร์” กำกับระบบสำคัญ ไม่มอนิเตอร์ประชาชน

01 มี.ค. 2562 | 16:24น.

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า หลังจากเมื่อ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ได้ลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ไปเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2562 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) ได้มีการชี้แจงความเข้าใจเกี่ยวกับร่างกฎหมายฉบับนี้ หลังจากมีการส่งต่อเนื้อหาที่คลาดเคลื่อนในสื่อสังคมออนไลน์

นางสาวอัจฉรินทร์  พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) เปิดเผยว่า ขณะนี้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับร่างพ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (ไซเบอร์ซีเคียวริตี้) ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เพิ่งลงมติเห็นชอบให้บังคับใช้เป็นกฎหมายได้  และมีการส่งต่อข้อมูลกันผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดในวงกว้าง  ทั้งที่กฎหมายฉบับนี้มีส่วนสำคัญในการก้าวสู่สังคมดิจิทัลเพื่อให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยในระบบไซเบอร์ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจประเทศ

กระทรวงดีอีขอยืนยันว่า ร่างกฎหมายดังกล่าว ไม่ได้มีการละเมิดสิทธิประชาชน  ข้อมูลที่มีการส่งต่อนั้น ไม่ได้เป็นเนื้อหาของร่างกฎหมายฉบับที่ สนช. ให้ความเห็นชอบ ซึ่งได้ผ่านกระบวนการปรับปรุงเนื้อหาของคณะกรรมาธิการวิสามัญของ สนช. และของสมาชิก สนช. เพื่อให้เป็นประโยชน์กับประชาชนจริงๆ โดยไม่มีส่วนใดที่จะเป็นการใช้อำนาจรัฐโดยพลการ และละเมิดสิทธิประชาชน

“กฎหมายไซเบอร์ซีเคียวริตี้ มุ่งบังคับใช้กับหน่วยงานที่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสนเทศ( Critical Information Infrastructure : CII)ไม่ใช่มุ่งกำกับการใช้งานอินเทอร์เน็ตหรือสื่อสังคมออนไลน์ของประชาชน”

กระบวนการของกฎหมายจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมากำหนดรายชื่อหน่วยงานที่เข้าข่ายเป็น CII อาทิ ด้านสาธารณสุข สถาบันการเงิน โทรคมนาคม ซึ่งมีระบบไอทีที่ถือว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ  โดย CII มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามมาตรการการรักษาความปลอดภัยของระบบตามที่กำหนด และมีทีมเฝ้าระวังการถูกโจมตีโครงข่าย

“ไม่ได้เป็นการมอนิเตอร์การใช้งานอินเทอร์เน็ตของประชาชน  แต่เจ้าหน้าที่ของ CII จะมอนิเตอร์การทำงานของระบบไซเบอร์ไม่ให้ผิดปกติหรือถูกโจมตีเท่านั้น”

และหากพบการโจมตีมีภัยคุกคามทางไซเบอร์ ทางคณะกรรมการจะประกาศระดับภัยคุกคาม  ซึ่งจะแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ไม่ร้ายแรง ร้ายแรง และวิกฤต

“หากเป็นภัยคุกคามทางไซเบอร์ระดับที่ร้ายแรง คณะกรรมการฯ ถึงจะเข้าไปสั่งการเพื่อรับมือ ซึ่งการจะเข้าไปเคหะสถาน เข้าถึงข้อมูล ตรวจค้นหรือยึดอุปกรณ์ใดๆ ที่มีเหตุสงสัยว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของการเกิดภัยคุกคามได้ จะต้องทำโดยขอคำสั่งศาลเท่านั้น  ไม่สามารถทำได้โดยพลการ มิฉะนั้นจะมีความผิดตามกฎหมาย”

ส่วนกรณีที่เป็นภัยคุกคามทางไซเบอร์ระดับวิฤต แม้จะสามารถสั่งการได้ทันทีเพื่อหยุดยั้งเหตุ แต่ภัยคุกคามระดับวิกฤตหมายถึงระบบไซเบอร์ของ CII ต้องถูกโจมตีจนไม่สามารถใช้งานได้ในวงกว้างและมีโอกาสจะลามไปถึงระบบอื่นๆ ทั้งยังต้องมีประชาชนเสียชีวิต ซึ่งทางคณะกรรมการฯ จะมีการประกาศเป็นภัยระดับวิกฤต  รวมถึงการดำเนินการต่างๆ จะต้องทำคู่ขนานกับการแจ้งขอคำสั่งศาลโดยเร็ว

“กฎหมายเพื่อหยุดยั้งภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่โจมตีเข้ามา ไม่มีส่วนใดๆ ที่เปิดช่องให้ตีความไปถึงคอนเทนต์บนออนไลน์ เพราะมี พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ดูแลอยู่แล้ว  ซึ่งการที่ระบุให้สภาความมั่นคงแห่งชาติเข้ามาดูแลในภาวะที่เกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับวิกฤตนั้น เป็นสิ่งที่หลายประเทศก็ดำเนินการเช่นนี้ เพราะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ความมั่นคง แต่ก็เฉพาะกรณีที่เป็นระดับวิกฤตเท่านั้น  ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับคอนเทนต์ ไม่เกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์หรือโซเชียลมีเดียใดๆ”

โดยหลังจากนี้สำนักงานปลัดกระทรวงดีอี ในฐานะผู้ดูแลตามบทเฉพาะจะเชิญผู้เชี่ยวชาญจากทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมยกร่างกฎหมายลูกที่จะต้องออกประกาศตามมาในภายหลัง เพื่อให้มีความโปร่งใส บังคับใช้ได้จริง ไม่ละเมิดสิทธิประชาชน