เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

นโยบาย “รัฐสวัสดิการ” คำถามถึงพรรคการเมือง

02 มี.ค. 2562 | 11:42น.

คอลัมน์ ดุลยธรรม

โดย ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม.รังสิต

ขณะนี้พรรคการเมืองแต่ละพรรคได้แข่งขันกันนำเสนอนโยบายโดยเฉพาะนโยบายทางด้านเศรษฐกิจและสวัสดิการต่าง ๆ บางพรรคการเมืองเสนอให้ไทยพัฒนาสู่ระบบรัฐสวัสดิการ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นนโยบายที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อประชาชน

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอนโยบายทางด้านสวัสดิการต่าง ๆ และการก้าวสู่ระบบรัฐสวัสดิการนั้นยังไม่สามารถทำได้ในขณะนี้ และอาจส่งผลกระทบต่อฐานะทางการคลังได้ หากไม่มีการปฏิรูประบบภาษีและระบบงบประมาณ รวมทั้งลดการจัดซื้ออาวุธโดยกองทัพ และลดการทุจริตรั่วไหลจากงบฯการใช้จ่ายภาครัฐ

ประเทศที่ใช้ระบบรัฐสวัสดิการนั้นต้องมีสัดส่วนของรายได้ภาษีต่อจีดีพีไม่ต่ำกว่า 40-50% และมีรายจ่ายทางด้านสวัสดิการสังคมต่อจีดีพี 25-30% ขึ้นไป ขณะที่ประเทศไทยมีสัดส่วนรายได้ภาษีต่อจีดีพี 15-18% เท่านั้น นอกจากนี้ ไทยยังจำเป็นต้องปรับโครงสร้างงบประมาณโดยลดสัดส่วนของงบฯประจำลงด้วยการปรับปรุงระบบราชการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดการใช้จ่ายเงินงบประมาณจำนวนมากในการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพ และป้องกันการทุจริตรั่วไหลจากการใช้จ่ายเงินภาครัฐ

นโยบายและมาตรการต่าง ๆ ของหลายพรรคการเมืองมุ่งไปที่การดูแลคนยากจนและผู้มีรายได้น้อย เป็นนโยบาย “เอื้อคนจน” (propoor policy) ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี และนโยบายเหล่านี้ล้วนเป็นประโยชน์ในการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ เพิ่มความเป็นธรรมทางสังคม รวมทั้งมีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังจากที่หลายปี

ที่ผ่านมาเศรษฐกิจเติบโตเฉพาะเศรษฐกิจฐานบน ขณะที่เศรษฐกิจฐานรากยังมีความอ่อนแออยู่ แต่ก่อนจะนำระบบรัฐสวัสดิการมาใช้ พรรคการเมืองต่าง ๆ ต้องตอบคำถามให้ได้ว่าจะนำเงินงบประมาณจากส่วนไหนมาจัดสรร หรือเก็บภาษีจากไหนมาใช้ให้เป็นไปตามนโยบายต่าง ๆ ที่ได้ประกาศเอาไว้โดยไม่ก่อให้เกิดปัญหาฐานะทางการคลัง และปัญหาวินัยการเงินการคลัง

ขณะเดียวกัน ก็ต้องสามารถอธิบายได้ว่าจะจัดสรรงบประมาณอย่างไร จัดสรรทรัพยากรอย่างไรด้วย หากอธิบายได้จะทำให้เราทราบถึงจุดยืนของพรรคการเมือง และเห็นว่าพรรคการเมืองให้ความสำคัญกับเรื่องใดชัดเจนขึ้น

อย่างเช่นรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้งอาจจำเป็นต้องเก็บภาษีลาภลอย ภาษีทรัพย์สินเพิ่มเติม หรือเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีมรดกในอัตราก้าวหน้ามากขึ้น หรือศึกษาการเก็บภาษีจากกำไรการซื้อขายในตลาดทุน เป็นต้น

นอกจากนี้ รัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้งต้องเสนอให้มีการตัดลดงบประมาณในการจัดซื้ออาวุธ เพราะในช่วง 4 ปีที่ผ่านมามีการจัดซื้อรถถังไปแล้ว 52 คัน คิดเป็นเม็ดเงินงบประมาณ 9.2 พันล้านบาท จัดซื้อเรือดำน้ำด้วยงบฯผูกพันมูลค่า 3.6 หมื่นล้านบาท เป็นต้น

เพราะหากสามารถลดงบประมาณที่ไม่จำเป็นลง ลดการรั่วไหล ลดความสูญเปล่า และเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณให้ตรงเป้าหมาย ลดการจัดซื้ออาวุธลงได้ ทำให้รัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้งสามารถจัดสรรงบประมาณเพื่อสวัสดิการสำหรับประชาชน และเพื่อการลงทุนต่าง ๆ ได้ไม่ต่ำกว่า 2-5 แสนล้านบาท ที่สำคัญผู้มีอำนาจรัฐก็ไม่ควรใช้

“กรอบยุทธศาสตร์ 20 ปี” และ “พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง” มาบังคับใช้อย่างไม่เป็นธรรม หรือทำให้พรรคการเมืองต่าง ๆ มีความยากลำบากในการนำเสนอนโยบายสาธารณะที่จะตอบสนองความต้องการของประชาชน เนื่องจากจะทำให้พรรคการเมืองขาดความยืดหยุ่น และขาดความเป็นอิสระในการนำเสนอนโยบาย หรือทำให้รัฐบาลหลังการเลือกตั้งมีความยากลำบากในการดำเนินการตามนโยบายที่สัญญาไว้กับประชาชน

อย่างไรก็ตาม หากผู้มีอำนาจกำกับการทำงานอย่างมีธรรมาภิบาลและตรงไปตรงมา ก็จะช่วยถ่วงดุลไม่ให้มีการนำนโยบายที่อาจก่อให้เกิดปัญหาวินัยการเงินการคลัง และความเสี่ยง

ต่อระบบเศรษฐกิจมาใช้ในการหาเสียงได้มองในแง่บวก พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ด้านหนึ่งอาจทำให้พรรคการเมืองเวลานำเสนอนโยบายต้องคิดให้ละเอียดรอบคอบ มีการศึกษาวิจัยว่าจะ

นำเงินรายได้ นำงบประมาณมาจากไหนเพื่อสนับสนุนนโยบายไม่ให้เกิดปัญหาทางการเงินการคลังในระยะยาว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รัฐสวัสดิการ