เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
Real Estate กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
SD ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
Automotive ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
“ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
Real Estate “ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
Finance แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
Finance ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
HONGQI E-HS9 SUV EV ขับเฟิร์ม ทรงดี
Automotive HONGQI E-HS9 SUV EV ขับเฟิร์ม ทรงดี
เปิดมหกรรมชายแดนสระแก้ว 2026 ดัน 200 คูหา เชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก
Economic เปิดมหกรรมชายแดนสระแก้ว 2026 ดัน 200 คูหา เชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก
อิเล็กทรอนิกส์ไทยโตแรง 41% แต่เครื่องใช้ไฟฟ้ายังสะดุด จับตานำเข้าพุ่งทะลุเท่าตัว
Economic อิเล็กทรอนิกส์ไทยโตแรง 41% แต่เครื่องใช้ไฟฟ้ายังสะดุด จับตานำเข้าพุ่งทะลุเท่าตัว
อุตุฯ เตือน 30 จังหวัด รับมือฝนตกหนัก-ท่วมฉับพลัน อันดามันคลื่นสูง 4 เมตร เรือเล็กงดออกจากฝั่ง
News อุตุฯ เตือน 30 จังหวัด รับมือฝนตกหนัก-ท่วมฉับพลัน อันดามันคลื่นสูง 4 เมตร เรือเล็กงดออกจากฝั่ง
ดูทั้งหมด

กางแผนปั้นกระทรวงอุดมศึกษา เชื่อมโยงองค์กรรัฐ-ลดงบวิจัยซ้ำซ้อน

15 มี.ค. 2562 | 12:12น.

เปิดไทม์ไลน์ปั้น ก.อุดมศึกษา หลัง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการฯผ่านฉลุย ชูเป้าหมายประเทศจะขับเคลื่อนด้วยงานวิจัย เตรียมรื้อโครงสร้างภายในหน่วยงานเกี่ยวข้อง วช.และ สกว. ภายในปี 2565 คาดปรับเป็นองค์การมหาชนได้ตามแผน ลดข้อจำกัดระยะเวลาการให้ทุนวิจัยจากเดิมปีต่อปี เป็น 3-5 ปี พร้อมเปิดทางให้ตำแหน่งอธิการบดีนั่งเป็นปลัดกระทรวงได้

จ่อใช้ กม.การอุดมศึกษา

รายงานข่าวจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ระบุถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมว่า หลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้มอบให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดำเนินการยกร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมนั้น ล่าสุด (5 มี.ค. 62) สนช.ได้พิจารณาเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว รวมถึงกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องรวมทั้งสิ้น 11 ฉบับ โดยขั้นตอนต่อจากนี้ คือ การประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้กฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการต่อไป

ภายหลังจากการประกาศใช้กฎหมายแล้วนั้น สิ่งที่จะต้องเปลี่ยนแปลง คือ โครงสร้างของกระทรวง ที่จะมีการปรับเปลี่ยนบทบาทหน้าที่ในบางหน่วยงาน เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐที่ต้องการขับเคลื่อนประเทศด้วยงานวิจัย มารวมไว้ในองค์กรเดียวกัน เพื่อให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับเทรนด์การศึกษาโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วปรับโครงสร้างภายใน

สำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะต้องผนวกรวมกันภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษาฯดังกล่าว เช่น สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) อีกด้วย รวมถึงหน่วยงานกว่า 7 องค์กร ที่อยู่ภายใต้เครือข่ายองค์กรบริหารงานวิจัยแห่งชาติ (คอบช.) เช่น สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ สวทน. และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือ สกอ. เป็นต้น

ทั้งนี้ ยกตัวอย่างหน้าที่ของ สกว. จะถูกปรับจากบทบาทหน้าที่จากเดิมที่เป็นแหล่งเงินทุนให้กับนักวิจัย ก็ปรับเปลี่ยนไปทำหน้าที่ของ วช.แทน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของการขับเคลื่อนนโยบาย และยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ เป็นต้น นอกจากนี้ พระราชบัญญัติดังกล่าวได้ผ่านขั้นตอนการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคประชาชนที่สนใจไปตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว เพื่อให้เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้

ด้าน รองศาสตราจารย์กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้รอเพียงการประกาศใช้กฎหมายอย่างเป็นทางการรวม 11 ฉบับที่ประกอบไปด้วยกฎหมายหลักและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ การจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษาฯครั้งนี้ยังรวมหน่วยงานของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาไว้ในโครงสร้างกระทรวงดังกล่าวด้วย เนื่องจากกระทรวงวิทย์ถือเป็นหน่วยงานที่ต้องเป็นผู้ใช้งานวิจัย และเทคโนโลยีต่าง ๆ ซึ่งหากเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่น ๆ เท่ากับว่าได้ใช้ทรัพยากรร่วมกันระหว่างหน่วยงานรัฐอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ ยังมองว่าสถาบันระดับอุดมศึกษาของไทยสามารถเข้ามาใช้เครื่องมือต่าง ๆ ร่วมกับกระทรวงวิทย์ และอาจนำไปสู่ความร่วมมือหรือการต่อยอดด้านอื่น ๆ ได้อีกด้วย

นอกจากนั้น สนช.มองว่าการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ถือเป็นนโยบายระดับชาติที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องร่วมมือกัน โดยภายใต้กระทรวงดังกล่าวจะต้องจัดตั้งสำนักงานนโยบาย เพื่อกำหนดทิศทางด้านการวิจัยได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญคือจะได้ใช้งบประมาณเพื่อเป็น “ทุนวิจัย” ได้เกิดประโยชน์สูงสุดและไม่เกิดความซ้ำซ้อนในหัวข้อการวิจัย อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะมีการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษาฯได้มองเห็นถึงปัญหาด้านการวิจัย คือ การให้ทุนที่ซ้ำซ้อน คือศึกษาในเรื่องเดียวกัน ฉะนั้น การมีกระทรวงการอุดมศึกษาฯจะทำให้ผู้วิจัยจะต้อง “เปิดเผยข้อมูล” คือ หัวข้อการวิจัย ยื่นเสนอการวิจัยไปที่หน่วยงานใดบ้าง เป็นต้น

วางอนาคตเป็นองค์การมหาชน

รศ.กิตติชัย กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า เพื่อประโยชน์ด้านการวิจัยของประเทศในระยะยาว หลังจากที่กระทรวงดังกล่าวดำเนินการมาแล้ว 3 ปี ก็จะต้องปรับจากรูปแบบกระทรวงมาสู่การเป็นองค์การมหาชน ด้วยเหตุผลที่ว่าต้องการปรับเปลี่ยนระยะเวลาการให้เงินสนับสนุนด้านการวิจัยที่กำหนดไว้ที่ปีต่อปี มาเป็นแบบ 3 ปี หรือ 5 ปี เพื่อความต่อเนื่องในงานวิจัยด้วย นอกจากนี้ในแง่เชิงการบริหารยังกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี สามารถเข้ามาเป็นปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯได้อีกด้วย

รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า ภายหลังจากที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา พร้อมทั้งประกาศใช้กฎหมายอย่างเป็นทางการแล้ว ในช่วงรอยต่อนั้น คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่ถูกจัดตั้งโดยคณะรัฐมนตรีนั้น สามารถทำงานในช่วงรอยต่อเพื่อเตรียมความพร้อมการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษาฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการกำหนดระเบียบข้อบังคับอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม สำหรับอายุการทำงานของคณะกรรมการขับเคลื่อนฯได้กำหนดไว้เพียง 3 ปีเท่านั้น

สำหรับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แบ่งเป็น 3 ระยะ ประกอบด้วย ระยะที่ 1) ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม

2) ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ 3) ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ 4) ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา 5) ร่างพระราชบัญญัติการบริหารส่วนงานภายในของสถาบันอุดมศึกษา และ 6) ร่างพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการวิจัย

ส่วนระยะที่ 2 ประกอบด้วย 1) ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 2) ร่างพระราชบัญญัติสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ 3) ร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา

ส่วนระยะที่ 3 ประกอบด้วย 1) ร่างพระราชบัญญัติการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม และ 2) กฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สนช