เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
KTB ประกาศร่วมทุน BAM จัดตั้งบริษัทร่วมทุนบริหารสินทรัพย์ ทำธุรกิจแก้หนี้เสีย
Finance KTB ประกาศร่วมทุน BAM จัดตั้งบริษัทร่วมทุนบริหารสินทรัพย์ ทำธุรกิจแก้หนี้เสีย
iLaw เผย ประธานสภาสั่ง “ไม่รับ” ร่าง “ลบมรดก 6 ตุลาฯ” ปัดตกรายชื่อประชาชนเกือบ 60,000 ชื่อ
Politics iLaw เผย ประธานสภาสั่ง “ไม่รับ” ร่าง “ลบมรดก 6 ตุลาฯ” ปัดตกรายชื่อประชาชนเกือบ 60,000 ชื่อ
SET ร่วง 32.29 จุด ดิ่งตามหุ้นโลก ‘ต่างชาติ-สถาบัน’ เทขาย ‘DELTA-KCE’ ลบหนัก
Finance SET ร่วง 32.29 จุด ดิ่งตามหุ้นโลก ‘ต่างชาติ-สถาบัน’ เทขาย ‘DELTA-KCE’ ลบหนัก
AAS Motorsport คว้าชัย GT4 
Automotive AAS Motorsport คว้าชัย GT4 
ธปท. เกาะติดเงินเฟ้อ ชี้ระดับ 3.9% เป็นไปตามคาด รับบางช่วงมีโอกาสทะยานแตะ 4%
Finance ธปท. เกาะติดเงินเฟ้อ ชี้ระดับ 3.9% เป็นไปตามคาด รับบางช่วงมีโอกาสทะยานแตะ 4%
วิจิตรตระการตา หนึ่งเดียวในโลก “ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค”
Biz Movement วิจิตรตระการตา หนึ่งเดียวในโลก “ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค”
ราคาทองวันนี้ (6 พ.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 พ.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,450 บาท
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯพยุหยาตราทางชลมารค ถวายผ้าพระกฐิน วัดอรุณฯ
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯพยุหยาตราทางชลมารค ถวายผ้าพระกฐิน วัดอรุณฯ
KKP Research เตือนดอกเบี้ยโลกสูงลากยาว ไทยเสี่ยงรับผลกระทบบาทอ่อน-หนี้รัฐพุ่ง
Finance KKP Research เตือนดอกเบี้ยโลกสูงลากยาว ไทยเสี่ยงรับผลกระทบบาทอ่อน-หนี้รัฐพุ่ง
Money Expo 2026 เชียงใหม่ ส่งโปรโมชั่นการเงิน กระตุ้นเศรษฐกิจส่งท้ายปี
เศรษฐกิจภูมิภาค Money Expo 2026 เชียงใหม่ ส่งโปรโมชั่นการเงิน กระตุ้นเศรษฐกิจส่งท้ายปี
ดูทั้งหมด

เจาะผล PISA ปี 2015 เด็กยากจนติดอันดับท็อปของโลก

10 ก.ค. 2560 | 17:13น.

เมื่อมีการประกาศผลสอบ PISA (Program for International Student Assessment) ผู้คนมักให้ความสำคัญกับเรื่องของลำดับและคะแนนการประเมินผลด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการอ่าน กระนั้น จากการวิเคราะห์คะแนน PISA โดย OECD มีเกณฑ์ชี้วัดตัวหนึ่งเรียกว่า Resilient Student เป็นกลุ่มของเด็กที่สามารถเอาชนะโชคชะตาของตนเองได้ คือแม้จะอยู่ในกลุ่มที่มีสถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคมยากจนที่สุด 25% ของประเทศ แต่สามารถทำคะแนนสอบได้สูงที่สุดในกลุ่ม 25% สูงสุดของโลก หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นเด็กกลุ่ม “ช้างเผือก”

ไทยมีเด็กกลุ่มช้างเผือก 18.4%

“ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค” นักวิจัยสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้ข้อมูลว่า จากการสอบ PISA ปี 2015 ประเทศไทยมีเด็กกลุ่มช้างเผือกราว 3.33% โดย OECD ได้วิเคราะห์เพิ่มเติมว่า หากเยาวชนกลุ่มที่ยากจนที่สุด 25% นี้มีสถานะทางเศรษฐกิจเทียบเท่าค่าเฉลี่ยทั่วไปของนักเรียนที่เข้าสอบจากทั่วโลกแล้ว จะทำให้ไทยมีจำนวนเด็กกลุ่มช้างเผือกเพิ่มขึ้นเป็น 30,300 คน หรือคิดเป็น 18.4%

เด็กกลุ่มนี้มีทักษะการคิดอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ (Scientific Thinking) มากกว่านักเรียนที่อยู่ในกลุ่มฐานะทางเศรษฐกิจเดียวกันถึง 3 ปีครึ่ง และสูงกว่านักเรียนกลุ่มที่มีระดับเศรษฐฐานะ (ระดับการศึกษา-อาชีพของพ่อแม่, การเข้าถึงทรัพยากรด้านต่าง ๆ) สูงสุดร้อยละ 25% ของประเทศหรือกลุ่มยูนิคอร์นมากกว่า 1 ปีการศึกษา

เมื่อนำข้อมูลมาเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม ซึ่งประชากรส่วนใหญ่ยังมีฐานะยากจน กลับพบว่ามีเด็กช้างเผือกสูงถึง 75.5% ส่วนมาเลเซียและอินโดนีเซียมีสัดส่วนอยู่ที่ 15.5% และ 10.9% ตามลำดับ โดยประเทศที่มีเด็กกลุ่มช้างเผือกมากจะสะท้อนถึงคุณภาพการศึกษาที่ดีมาก เพราะแม้แต่เด็กที่ยากจนและด้อยโอกาสก็ยังสามารถทำคะแนนได้ดีในระดับ Top 25% ของโลกได้

“ดร.ภูมิศรัณย์” บอกว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ เด็กกลุ่มช้างเผือกมีความคาดหวังกับอาชีพของตัวเองน้อยกว่าที่ควรจะเป็น อันเป็นผลมาจากสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ทั้งสภาพเศรษฐฐานะที่ยากจน ขาดแคลนแรงบันดาลใจ และต้นแบบในด้านอาชีพ ทัศนคติของครอบครัวผู้ปกครองที่ขาดความรู้และความเข้าใจในศักยภาพของลูกหลาน ทำให้พวกเขาไม่มีโอกาสศึกษาต่อ หรือไม่ได้ศึกษาต่อในสาขาอาชีพที่มีความถนัดและต้องการ อีกทั้งเด็กบางส่วนจบ ม.3 ก็ออกสู่ตลาดแรงงานกลายเป็นผู้ใช้แรงงานด้อยทักษะ

“ครูเป็นกุญแจสำคัญในการส่งเสริมให้เกิดเด็กช้างเผือก โดยมีคุณสมบัติแตกต่างจากครูกลุ่มอื่น ๆ อย่างการสอนแบบให้เด็กมีส่วนร่วม มีการให้ฟีดแบ็กทั้งคำชมเชย ชี้ข้อบกพร่องให้แก้ไข พร้อมสร้างแรงจูงใจให้เด็กพัฒนาตนเอง ที่สำคัญครูมี Growth Mindset ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ไม่ยอมให้นักเรียนเกิดความล้มเหลว และพาเด็กก้าวข้ามอุปสรรคทางเศรษฐฐานะได้”

แนะปลดล็อก Bottom 40%

“ดร.ไกรยส ภัทราวาท” ผู้ช่วยผู้จัดการด้านวิจัยและนโยบาย สสค. ให้ข้อเสนอแนะว่า การจะค้นหาเด็กกลุ่มช้างเผือกต้องมาจากการจัดทำระบบแนะแนวที่ดีในโรงเรียน ซึ่งจะช่วยให้เด็กได้ข้อมูลสำหรับประกอบการตัดสินใจในการเลือกเรียนต่อ และการประกอบอาชีพในอนาคต อันเป็นแนวทางสำคัญที่ทำให้พวกเขาสามารถเอาชนะโชคชะตาได้ อย่างไรก็ตาม เด็กที่มีปัญหาด้านการศึกษาของไทยส่วนใหญ่มาจากกลุ่มประชากรที่ยากจนที่สุดซึ่งมีมากกว่า 28 ล้านคน คิดเป็น 40% ของประเทศ (Bottom 40%)

“หากภาครัฐสามารถค้นพบและพัฒนากลุ่มเด็กช้างเผือกได้ รวมถึงส่งเสริมปัจจัยบวกทางการเรียนรู้ให้กับเด็กกลุ่มเด็กยากจนอื่น ๆ ไปพร้อมกัน ก็จะช่วยลดจำนวนเด็กกลุ่มผลการเรียนอ่อนหรือมีทักษะด้อยมาตรฐาน นั่นหมายความว่า ประเทศไทยต้องปลดล็อกกลุ่ม Bottom 40% กล่าวคือ ต้องเปิดโอกาสให้คนไทยทุกช่วงรายได้และทุกพื้นที่มีโอกาสทางการศึกษาในการพัฒนาตัวเองไปสู่ทักษะขั้นสูง ทั้งการศึกษาสายอาชีพ และสายอุดมศึกษาที่มีคุณภาพ”

“ในช่วง 5 ปีแรกภาครัฐต้องปลดล็อกความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งกองทุนเพื่อช่วยเหลือเด็กเยาวชนยากจนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 54 เป็นอีกมาตรการที่สามารถเข้ามาช่วยยกระดับศักยภาพของเด็กกลุ่มนี้ ถือว่าเป็นการติดกระดุมเม็ดแรกที่ต้องติดให้ถูกต้อง แทนที่จะไปดูแลเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้สูง หลังจากนั้น 5 ปีต่อไปต้องให้กลุ่ม Bottom 40% ก้าวไปสู่ระดับการศึกษาที่ดีและถึงขีดสุดทางศักยภาพของเขา เพราะในอีก 10 ปีข้างหน้า คนกลุ่มนี้จะเข้าสู่ตลาดแรงงานที่เป็นกำลังสำคัญของประเทศ”

รัฐต้องเพิ่มงบฯวิจัยและพัฒนา

“ดร.ดิลกะ ลัทธพิพัฒน์” นักเศรษฐศาสตร์ด้านการพัฒนาทุนมนุษย์ ธนาคารโลก ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า ค่าคะแนน PISA ของเด็กเพิ่มขึ้นมา 100 คะแนน จะเทียบเท่ากับ 1 Standard Deviation ของผลคะแนน PISA ซึ่งส่งผลต่ออัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศนั้น ๆ ให้สูงขึ้นถึงร้อยละ 1.8 ต่อปี โดย 15 ปีที่มีการทดสอบ PISA ไทยมีคะแนนเฉลี่ยประมาณ 400 คะแนนมาตลอด และความสามารถของเด็กไทยห่างจากประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกและเอเชีย-แปซิฟิกเกือบ 3 ปีการศึกษา โดยมีเด็กไทยเกินครึ่งที่มีความสามารถต่ำกว่าระดับมาตรฐาน และมีเด็กไทยที่อยู่ในกลุ่มมาตรฐานสูงของ PISA เพียง 1%

นอกจากนั้น จากการศึกษาพบว่าประเทศที่เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี ซึ่งจะมีคนไปทำงานด้านการวิจัยและพัฒนาได้นั้นต้องมีคนที่อยู่ในกลุ่มมาตรฐานสูง จำนวน 7,000-8,000 คนต่อ 1 ล้านคน แต่ประเทศไทยกลับมีเพียง 1,000 คนต่อ 1 ล้านคน

“แม้รัฐบาลออกโครงการต่าง ๆ ที่ช่วยให้ไทยก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลาง อย่างการกำหนด 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve Industry) การสนับสนุนทุนสตาร์ตอัพ ยกเว้นภาษีลงทุนด้านการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมรวมถึงมีโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC แต่ปัญหาคือเกิดคอขวดซึ่งเราไม่มีคนที่เป็นครีมของประเทศมากพอ ถือเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการขับเคลื่อนประเทศ ทางออกคือรัฐต้องเพิ่มงบฯลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา รวมถึงสร้าง Ecosystem ของนวัตกรรมให้มีศักยภาพมากขึ้นด้วย”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การศึกษา