เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เร่งรัฐปลดล็อกการค้า หนุนทุนไทยไปนอก-เจาะตลาดส่งออกใหม่
Economic เร่งรัฐปลดล็อกการค้า หนุนทุนไทยไปนอก-เจาะตลาดส่งออกใหม่
รฟม.เร่งแก้ไขกระแสไฟฟ้าลัดวงจร MRT สายสีน้ำเงิน หยุดบริการบางสถานี ประสานขสมก.จัดรถรับส่งผู้โดยสาร
Economic รฟม.เร่งแก้ไขกระแสไฟฟ้าลัดวงจร MRT สายสีน้ำเงิน หยุดบริการบางสถานี ประสานขสมก.จัดรถรับส่งผู้โดยสาร
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระราชทานสัมภาษณ์ที่มาชุดพิธีการทีมชาติไทยในเอเชียนเกมส์
Biz Movement เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระราชทานสัมภาษณ์ที่มาชุดพิธีการทีมชาติไทยในเอเชียนเกมส์
‘แสนสิริ’ ยึดหัวหาด ‘กรุงเทพกรีฑา’ ปั้น 2 คอมมิวนิตี้ตอบโจทย์ Well Living
Real Estate ‘แสนสิริ’ ยึดหัวหาด ‘กรุงเทพกรีฑา’ ปั้น 2 คอมมิวนิตี้ตอบโจทย์ Well Living
มช.สู้ฝุ่น PM 2.5 ภาคเหนือ เปิดตัวโดรนลุยพิกัดไฟป่า
Economic มช.สู้ฝุ่น PM 2.5 ภาคเหนือ เปิดตัวโดรนลุยพิกัดไฟป่า
ระทึกไฟไหม้รางรถไฟฟ้า MRT สถานีเตาปูน
News ระทึกไฟไหม้รางรถไฟฟ้า MRT สถานีเตาปูน
Bangkok Flower Festival 2026 ปลุกสีสัน “ปากคลองตลาด” ผ่านดอกไม้ ศิลปะ และไลฟ์สไตล์
Biz Movement Bangkok Flower Festival 2026 ปลุกสีสัน “ปากคลองตลาด” ผ่านดอกไม้ ศิลปะ และไลฟ์สไตล์
‘บ้านปู’ รุก ดาต้าเซ็นเตอร์ ชูโซลูชั่นระบบไฟฟ้าด่วน
Economic ‘บ้านปู’ รุก ดาต้าเซ็นเตอร์ ชูโซลูชั่นระบบไฟฟ้าด่วน
กลางปีหน้าเปิดบริการเต็มรูปแบบ “The Rest Village ศรีราชา“จุดพักรถมอเตอร์เวย์ใหญ่สุด 121 ไร่
Economic กลางปีหน้าเปิดบริการเต็มรูปแบบ “The Rest Village ศรีราชา“จุดพักรถมอเตอร์เวย์ใหญ่สุด 121 ไร่
วิกฤต “คนไทยรายได้ไม่พอ” ttb ชู RBP เครดิตดี-ดอกเบี้ยถูก
Finance วิกฤต “คนไทยรายได้ไม่พอ” ttb ชู RBP เครดิตดี-ดอกเบี้ยถูก
ดูทั้งหมด

“พันธมิตร”ออกแถลงการณ์เตรียมดำเนินคดีอาญา”ป.ป.ช.”ปมอุทธรณ์รายเดียว คดีสลายชุมนุมปี’51 ชี้ไม่เป็นธรรม สังคมเคลือบแคลง

30 ส.ค. 2560 | 13:50น.

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม เวลาประมาณ 11.30 น. ที่บ้านพระอาทิตย์ ถนนพระอาทิตย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ มีการจัดแถลงข่าวโดยคณะทำงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เรื่อง ‘ดำเนินคดีอาญากับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ’ จากกรณีที่มีการลงมติเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ให้อุทธรณ์คดีการสลายการชุมนุม เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 เฉพาะ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเพียงรายเดียว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีแกนนำ พร้อมด้วยผู้ประสบเหตุในกรณีดังกล่าว รวมถึงประชาชนจำนวนหนึ่งร่วมแถลงข่าว อาทิ นายสุริยะใส กตะศิลา, นายวีระ สมความคิด, นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตร, นายสิทธิชัย มานะเสถียร อดีต ผอ.สำนักงาน ปปช. จังหวัดมหาสารคาม เป็นต้น

นายปานเทพรับหน้าที่อ่านแถลงการณ์ ซึ่งมีเนื้อหาโดยสรุป เกี่ยวกับความเห็นของที่ประชุมคณะทำงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่มีความเห็นร่วมกันว่าการลงมติของ ป.ป.ช. มีความไม่เป็นธรรม ทำให้สังคมเคลือบแคลงสงสัย ว่ามีเจตนาฝืนมติ ป.ป.ช.ชุดเดิมที่ลงมติด้วยเพราะมีพยานหลักฐานชัดเจนว่าจำเลยทั้ง 4 มีความผิดอย่างชัดเจน การเลือกปฏิบัติโดยอุทธรณ์เพียงรายเดียว ทำให้สังคมเปรียบเทียบกับมาตรฐานทุจริตจำนำข้าว สังคมอาจสงสัยว่าบทลงโทษและการจำคุกจริงไม่ได้มีไว้สำหรับพวกพ้อง คณะทำงานพันธมิตร จึงมีมติให้ดำเนินคดีความอาญากับคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่เกี่ยวข้องกับการลงมติดังกล่าว

เนื้อหาในแถลงการณ์ มีดังนี้

แถลงการณ์ฉบับที่ 3/2560 คณะทำงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

เรื่องดำเนินคดีอาญากับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จากกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจิตรแห่งชาติ (ปปช.) ได้ลงมติเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2560 ให้อุทธรณ์คดีการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 เฉพาะ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเพียงคนเดียว และลงมติไม่อุทธรณ์คดีนี้กับนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ นั้น คณะทำงานด้านกฎหมายและคดีความของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทนายความ ผู้เสียหาย และผู้ที่เกี่ยวข้องได้มาประชุมกันและมีความเห็นดังนี้

การลงมติครั้งนี้มีความไม่เป็นธรรม และทำให้สังคมมีความเคลือบแคลง สงสัย ว่าคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีเจตนาที่จะกระทำฝืนมติคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติชุดเดิมที่ลงมติด้วยเพราะมีพยานและหลักฐานว่าจำเลยทั้ง 4 มีความผิดอย่างชัดเจน ในขณะที่มติของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็ได้พิพากาอย่างไม่เป็นเอกฉันท์ อันรวมถึงนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี , พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ด้วย

จึงไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะไม่ทำการอุทธรณ์จำเลยที่เหลือทั้ง 3 คน แม้จะมีเพียงเสียงเดียวในศาลฎีกาที่เห็นควรพิพากษาลงโทษจำเลยที่เหลือทั้ง 3 คน แต่ก้เป็นคำวินิจฉัยส่วนตนที่มีน้ำหนัก จึงยังไม่สามารถทำให้มติคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจรติแห่งชาติชุดเดิมสิ้นกระแสสงสัยได้โดยไม่ทำการอุทธรณ์

การไม่อุทธรณ์บุคคลดังกล่าวข้างต้นนั้น จึงเท่ากับเป็นการช่วยเหลือจำเลยทั้ง 3 มิให้มีการพิจารณาในที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาอย่างชัดเจน

เมื่อรวมกับพฤติการณ์ที่ทราบกันโดยทั่วไปในสังคมนี้ว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเสียงข้างมากในยุคปัจจุบันได้มาจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และส่วนที่เหลือก็สืบเนื่องต่อมาจากสมัยรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวิตร อีกทั้งยังเป็นที่ทราบกันดีว่า พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ จำเลยในคดีนี้ เป็นน้องชายของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกอบกับพฤติการณ์ของกรรมการบางรายในคณะกรรมการปปช.ที่เคยแสดงความเห็นและมีความพยายามที่จะถอนคดีนี้ออกจากการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมาก่อนหน้านี้ ทำให้สังคมอาจเชื่อว่ามีการเลือกปฏิบัติ ไม่อุทธรณ์จำเลยที่เหลือทั้ง 3 คน เพราะต้องการช่วยเหลือพรรคพวกเฉพาะกลุ่มโดยไม่สนใจความยุติธรรมให้กับผู้บาดเจ็บล้มตายในคดีการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 หรือไม่

การกระทำดังกล่าว ย่อมไม่สามารถสร้างความปรองดองให้กับคนในชาติได้ เพราะความขัดแย้งที่ผ่านมาเกิดขึ้นเพราะความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นในกระบวนการยุติธรรม ที่ผู้มีอำนาจในแต่ละยุค พยายามใช้ทุกกลไกของรัฐ ล้างความผิดให้กับพรรคพวกของตนเอง และใช้ กระบวนการยุติธรรมเพื่อทำลายฝ่ายตรงกันข้ามตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา

การเลือกปฏิบัติโดยการลงมติให้อุทธรณ์เฉพาะ พล.ต.ท. สุชาติ เหมือนแก้ว อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเพียงคนเดียวเท่านั้น ย่อมทำให้สังคมสามารถเปรียบเทียบกับมาตรฐานคดีทุจรติจำนำข้าว ที่ผู้บังคับบัญชาแม้เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็ต้องได้รับบทลงโทษด้วย แต่กลับปรากฏว่าคสช.และหน่วยงานความมั่นคงกลับถอนกำลังทหารในการประกบติดตาม และปล่อยให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หนีคำพิพากษาของศาลไปได้

ในขณะที่คณะกรรมการปปช.ซึ่งมีองค์ประกอบเสียงข้างมากที่เกิดขึ้นในยุครัฐประหารครั้งนี้ไม่อุทธรณ์คดีนี้เพื่อเป็นประโยชน์แก่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ , พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธและ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ
กรณีนี้ย่อมให้สังคมอาจมีความสงสัยว่าบทลงโทษและการจำคุกจริงไม่ได้มีไว้สำหรับพวกพ้องของตัวเองหรือชนชั้นนำที่จะเป็นหุ้นส่วนอำนาจการเมืองในอนาคตหรือไม่ การกระทำเช่นนี้ย่อมทำให้สังคมถูกแบ่งชนชั้นในการเลือกปฏิบัติในกระบวนการยุติธรรม หากเป็นเช่นนั้น ย่อมจะสร้างความแตกแยกในสังคมให้เกิดขึ้นต่อไปอย่างแน่นอน

คณะทำงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจึงมีมติให้ดำเนินคดีความอาญากับคณะกรรมการปปช.ที่เกี่ยวข้องกับการลงมติดังกล่าวต่อไป
ด้วยจิตคารวะ

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

วันที่ 30 สิงหาคม 2560

ณ บ้านพระอาทิตย์

 

ที่มา : มติชนออนไลน์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเมือง ป.ป.ช.