เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

ตั้งโต๊ะล่าชื่อถอด กกต.กลางราชประสงค์ จนท.รุดเจรจา-ให้กลับบ้าน ผู้ชุมนุมโวยโดนยึดเครื่องเสียง

31 มี.ค. 2562 | 17:15น.

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 31 มีนาคม ที่บริเวณแมคโดนัลด์​ ราชประสงค์​ นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือ ฟอร์ด เส้นทางสีแดง นางสุดสงวน สุธีสร หรือ อ.ตุ้ม อดีตอาจารย์คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ พร้อมด้วย นายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง และกลุ่มกิจกรรมประชาชนอยากเลือกตั้ง ได้ตั้งโต๊ะล่ารายชื่อเพื่อปลดคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนที่รักประชาธิปไตย รวมทั้งประชาชนที่สัญจรอยู่รอบบริเวณราชประสงค์ ร่วมลงชื่อเป็นผู้ร้องต่อ ปปช. ให้ถอดถอน กกต.จากการปฏิบัติหน้าที่อย่างไม่โปร่งใส โดยขณะนี้มีประชาชนร่วมลงชื่อผ่านแบบรณรงค์ทางเว็บไซต์ Change.org จำนวนกว่า 8 แสนรายชื่อ โดยตั้งเป้าให้ครบ 1 ล้านรายชื่อเพื่อยื่นต่อ ปปช.ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประชาชนทยอยร่วมลงชื่อถอดถอน กกต.อย่างต่อเนื่อง และมีการตั้งโต๊ะแจกขนมจีนกับประชาชนที่สัญจรรอบบริเวณ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประมาณ 60 นาย จากสถานีตำรวจลุมพินี และกำลังเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน บกน. 5 จำนวน 1 หมวด 50 นาย ที่จะอยู่ประจำจุดจนกว่าจะเสร็จสิ้นกิจกรรม

โดยขณะที่กิจกรรมดำเนินไปนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการเข้าเจรจากับนายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือฟอร์ด เส้นทางสีแดง

นายอนุรักษ์กล่าววา ก่อนที่จะชุมนุมตนได้ทำหนังสือแจ้งความประสงค์ที่จะชุมนุมกับผู้กำกับ สน.ลุมพินี และได้รับอนุญาตเรียบร้อยแล้ว แต่ปรากฏว่าทันทีที่เริ่มกิจกรรมก็เจอกับการขัดขวางไม่ให้ใช้สถานที่ ส่วนเครื่องเสียงก็ได้ขออนุญาตและโดยผู้กำกับแจ้งว่าให้ไปขออนุญาตที่เขต โดยตนได้นั่งรถไปขออนุญาตที่เขต แต่มีตำรวจยศ สารวัตร ของ สน.ลุมพินี โทรศัพท์เข้ามาหาตน บอกว่าไม่ต้องไปเพราะเขตปิดแล้ว และให้กลับบ้าน เมื่อเสร็จกิจกรรมก็จ่ายค่าปรับ 200 บาท แต่เมื่อเริ่มกิจกรรมนอกจากขวางไม่ให้ใช้พื้นที่แล้วยังยึดเครื่องเสียงด้วย และอ้างว่าผิดกฎหมาย ทั้งที่ประชาชนไม่มีเจตนาที่จะฝ่าฝืนตั้งแต่ต้น

“การเลือกตั้งมีเพื่ออะไร ประชาธิปไตยประชาชนมีสิทธิเสรีภาพที่จะแสดงออกตามกฎหมาย คำสั่ง คสช.ที่ห้ามชุมนุมเกิน 5 คนถูกยกเลิกไปแล้ว แต่สถานการณ์ในวันนี้คืออะไรทหารสั่งตำรวจมาให้ขัดขวางการทำกิจกรรมของประชาชนในทุกรูปแบบ เพื่อไม่ให้ประชาชนพูดถึงเรื่องของการโกงเลือกตั้งทหารตั้งและปิดปากประชาชนไม่ให้พูดและประชาธิปไตยในประเทศนี้มีเพื่ออะไรเราจะมีการเลือกตั้งไปเพื่ออะไรเลือกตั้งให้โกงและเผด็จการปกครองประเทศต่อไปหรือ พวกเราเป็นกลุ่มประชาชนที่เคลื่อนไหวด้วยอุดมการณ์เราไม่เคยรับเงินใครมาการเคลื่อนไหว เราจะทำให้ประชาธิปไตยบริสุทธิ์และยุติธรรม” นายอนุรักษ์กล่าวและว่า ถ้าหากเวลา 17.00 น. เครื่องเสียงไม่มา ตนและกลุ่มรวมทั้งประชาชนจะออกไปเดินประท้วงบนถนนเพื่อให้ทราบว่าเจ้าหน้าที่ปิดกั้นการแสดงออกของประชาชน”

ต่อมานายอนุรักษ์ได้อ่านคำประกาศชัยชนะของประชาชน ของกลุ่มประชาชนอยากเลือกตั้ง โดยมีเนื้อหาดังนี้

ในฐานะกลุ่มกิจกรรมภาคประชาชนที่รณรงค์การเลือกตั้งอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกันยายน 2561 จนถึงวันที่มีการเลือกตั้งเป็นเวลากว่า 7 เดือนเต็ม กลุ่มประชาชนอยากเลือกตั้งในฐานะตัวแทนของประชาชนขอประกาศแถลงการณ์ต่อสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ ดังนี้

1.การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 เป็นการเลือกตั้งที่เต็มไปด้วยการทุจริต ใช้กลโกงทุกอย่างเพื่อให้พรรคการเมืองที่สนับสนุนเผด็จการทหาร (พรรคพลังประชารัฐ) ชนะเลือกตั้งทุกรูปแบบ ทั้งการซื้อเสียง การพิมพ์บัตรเกิน การนับคะแนนที่ไม่โปร่งใส การบังคับให้ทหารต้องลงคะแนนเลือกพรรคพลังประชารัฐ ฯลฯ การเลือกตั้งครั้งนี้นับเป็นการเลือกตั้งครั้งที่สกปรกที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ไม่ต่างจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2500 สมัยจอมพล ป.พิบูลสงครามเมื่อ 62 ปีก่อน

2.ถึงแม้จะมีการทุจริตมากมาย แต่พรรคที่สนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตยก็ยังได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง โดยหลังการนับคะแนนครบ 100% พรรคเพื่อไทยได้รับจำนวน ส.ส.รวม 138 เสียง พรรคที่ทหารให้การสนับสนุนคือพรรคพลังประชารัฐได้จำนวน ส.ส.รวม 118 เสียง จำนวน ส.ส.ที่พรรคอันดับหนึ่งชนะพรรคอันดับสองถึง 20 เสียงถือว่าเป็นชัยชนะที่ขาดลอย

3.การเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนเจ้าของประเทศได้ตัดสินแล้วว่าต้องการพรรคการเมืองที่สนับสนุนประชาธิปไตยมากกว่าพรรคการเมืองที่สนับสนุนเผด็จการทหาร ดูได้จากจำนวน ส.ส. (Electoral Votes) ของพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยได้ ส.ส.รวม 254 เสียง (ประกอบด้วยพรรคเพื่อไทย 138 อนาคตใหม่ 88 เสรีรวมไทย 11 ประชาชาติ 6 เศรษฐกิจใหม่ 6 เพื่อชาติ 5 ) ในขณะที่พรรคการเมืองที่ประกาศตนว่าสนับสนุนเผด็จการทหารได้ ส.ส.รวมกันเพียง 123 เสียง (ประกอบด้วยพรรคพลังประชารัฐ 118 รวมพลังประชาชาติไทย 5) ที่เหลือเป็นพรรคการเมืองขนาดกลางและขนาดเล็กที่ไม่ประกาศตนอย่างชัดเจนว่าสนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตยหรือเผด็จการทหาร พรรคเหล่านี้จึงเป็นพรรคที่พร้อมจะจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคที่ชนะเลือกตั้ง

4. หลังจากที่ กกต.ได้ประกาศผลการเลือกตั้งครบ 100% มีความพยายามของเผด็จการทหารพยายามสร้างความสับสนให้กับประชาชนว่าพรรคพลังประชารัฐเป็นฝ่ายชนะเลือกตั้ง โดยอ้างอิงคะแนนเสียงความนิยมของพรรค (Popular Votes) ที่ได้สูงมากจนผิดสังเกต และคะแนนที่สูงขึ้นมากนี้มาจากการหยุดนับคะแนนไปถึง 5 วัน และมีสื่อมวลชนบางสำนักที่รับใช้เผด็จการทหารรายงานข่าวจนทำให้ประชาชนจำนวนมากมีความเข้าใจว่าพรรคการเมืองที่ชนะเลือกตั้งคือพรรคพลังประชารัฐ

โดยกลุ่มประชาชนอยากเลือกตั้งขอประกาศว่า 1.หลักในการคำนวณว่าพรรคการเมืองใดชนะเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นในประเทศไทยหรือต่างประเทศที่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย พรรคการเมืองที่ชนะเลือกตั้งจะยึดจากจำนวนเสียงของ ส.ส.ที่ประชาชนเลือก (Electoral Votes) ไม่ใช่คะแนนความนิยมของพรรค (Popular Votes) จึงเป็นการชัดเจนที่ไม่ต้องสงสัยว่าพรรคการเมืองที่ชนะเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 คือพรรคเพื่อไทยที่ได้ ส.ส.รวม 138 ที่นั่ง ชนะห่างพรรคพลังประชารัฐที่ได้ 118 ที่นั่งถึง 20 ที่นั่ง และเป็นชัยชนะที่กล่าวได้ว่าขาดลอย

2.พรรคการเมืองที่ชนะเลือกตั้งคือพรรคเพื่อไทยจะต้องเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลโดยเลือกเชิญพรรคที่มีจุดยืนสนับสนุนประชาธิปไตยและแนวนโยบายที่มีประโยชน์ต่อประเทศชาติมาตั้งรัฐบาลของประชาชน และพรรคพลังประชารัฐจะต้องยุติการเคลื่อนไหวปล่อยข่าวว่าตนเองชนะเลือกตั้ง พยายามแข่งขันจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคเพื่อไทย สร้างความสับสนให้กับคนไทย การไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ และไม่ยอมรับหลักการประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่น่าละอาย พรรคการเมืองเช่นนี้ไม่มีความเหมาะสมที่จะเข้าไปทำงานในรัฐสภาไม่ว่าจะในฐานะฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน

3.พรรคเพื่อไทยจะต้องเสนอรายชื่อนายกรัฐมนตรีจากรายชื่อแคนดิเดตของพรรคที่มี 3 คนเท่านั้น ไม่ยกตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่ควรเป็นของพรรคเพื่อไทยให้กับพรรคการเมืองอื่น พรรคเพื่อไทยจะต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชนที่ต้องการเห็นนายกรัฐมนตรีมาจากพรรคเพื่อไทย

4.นับจากวันที่ประชาชนประกาศชัยชนะนี้ ทหารทุกคนจะต้องเลิกแต่งเครื่องแบบออกมาข่มขู่คุกคามนักศึกษา ประชาชน ไม่ห้ามการแสดงออกความคิดเห็นทางการเมืองอีกต่อไป เพราะนั่นคือสิทธิ เสรีภาพ ของประชาชนที่ได้กลับคืนมาแล้วในวันที่มีการประกาศการเลือกตั้ง

 

 

ที่มา : มติชนออนไลน์