เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
Biz Movement หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
Politics รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
Politics ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
Finance หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
Finance สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
Finance ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณ 68,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณ 68,850 บาท
มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก มอบเงินช่วยเหลือชาวเนปาล ประสบอุทกภัย-ดินถล่ม
Biz Movement มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก มอบเงินช่วยเหลือชาวเนปาล ประสบอุทกภัย-ดินถล่ม
สรรพากรเผยความคืบหน้าคดีหุ้นชิน สืบทรัพย์-สอบสวนตามกฎหมาย ชี้อายุความ 10 ปี
Finance สรรพากรเผยความคืบหน้าคดีหุ้นชิน สืบทรัพย์-สอบสวนตามกฎหมาย ชี้อายุความ 10 ปี
ประกันสังคมขาย BCP 3 ล้านหุ้น ลดถือเหลือ 9.94% จังหวะราคาพุ่งสูงสุดรอบ 29 ปี
Finance ประกันสังคมขาย BCP 3 ล้านหุ้น ลดถือเหลือ 9.94% จังหวะราคาพุ่งสูงสุดรอบ 29 ปี
ดูทั้งหมด

คาถา 7 ข้อ 

06 พ.ค. 2562 | 21:01น.

คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ

โดย สาโรจน์ มณีรัตน์

 

นั่งอ่านหนังสือเรื่อง “เมื่อหัวว่าง จึงสร้างสรรค์” ที่เขียนโดย “กวีวุฒิ เต็มภูวภัทร” แล้ว รู้สึกว่าน่าจะนำเกร็ดบางเรื่องที่เขาเขียนมาคิดต่อ โดยเฉพาะกับชื่อหนังสือ เพราะผมเองก็มักเป็นเช่นนั้น

แต่อาจไม่ได้สร้างสรรค์เท่าเขา

แค่คิดออก

คิดว่าดีที่สุดแล้ว

ต่อจากนั้น ผมก็รีบหาปากกาจดไว้กันลืม แต่พอคิดอะไรได้ดีกว่าเก่า ผมก็รีบจดอีก ซึ่งเป็นอย่างนี้อยู่หลายครั้ง แต่ถามว่าดีจริง ๆ ที่พอจะนำไปใช้ในการทำอะไรต่อมั้ย น้อยครั้งมาก

“กวีวุฒิ” บอกว่า เขาถูกน้อง ๆ นักศึกษาที่ไปสอนตามมหา’ลัยถามอยู่บ่อยครั้งว่าจะทำธุรกิจอะไรดี ?

เขาจึงให้คาถาไป 7 ข้อ

หนึ่ง ใครที่คุณอยากแก้ปัญหาให้เขา

สอง อะไรคือปัญหาของคนคนนั้น

สาม ขนาดของปัญหาใหญ่แค่ไหนในสังคมโลกใบนี้

สี่ ใช้อะไรในการบรรเทาปัญหาเหล่านั้น

ห้า จะเสนอนวัตกรรมอย่างไร

หก อะไรคืออุปสรรคจนทำให้ล้มเหลว

เจ็ด ต้องใช้เงินเท่าไหร่ในการหยุดยั้งปัญหา

ซึ่งผมอ่านคาถาของเขาทั้ง 7 ข้อ รู้สึกว่าถ้าใครอยากจะทำธุรกิจจริง ๆ อาจจะนำไปใช้ได้ หรือใช้ไม่ได้ เพราะคำอธิบายของเขาบางอย่างเข้าใจยาก แต่ก็ไม่ถึงกับที่จะพยายามไม่เข้าใจ

พูดง่าย ๆ คือสามารถเข้าใจได้

โดยเฉพาะข้อ 7 ที่เขาพยายามเชื่อมโยงให้เห็นว่า การทำธุรกิจอะไรสักอย่างจะต้องมี “ต้นแบบ” หรือ “prototype” ในภาษาอังกฤษ และ “ต้นแบบ” จะต้องผ่านการทดสอบ ทดสอบ และก็ปรับ ปรับ ปรับ

ด้วยการนำไปให้เพื่อนสนิทชิม ใช้ และทดลอง เพื่อให้พวกเขา “ตำหนิอย่างสร้างสรรค์” ในการนำมาแก้ไข ข้อผิดพลาดให้เหลือน้อยที่สุด หรือถ้าเป็นไปได้ ไม่มีข้อตำหนิเลยยิ่งดี

ผมอ่านแล้ว รู้สึกว่าเป็นเรื่องดี

เพราะถ้าเราอ่านบทสัมภาษณ์ ดูรายการโทรทัศน์บางรายการที่สัมภาษณ์นักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จ เรามักจะพบว่าพวกเขาเริ่มต้นจากการทำอะไรไปให้เพื่อนชิม ใช้ และทดลองก่อน

จากนั้นถ้าเพื่อน ๆ เห็นว่าดี อร่อย และน่านำไปใช้ให้กับตัวเอง และครอบครัว เขาจะเปลี่ยนจาก “ใช้ฟรี” มา “ช่วยเหลือเพื่อน” แทน

ถ้าสมมุติเขามีเพื่อนสนิท 10 คน ก็จะมีเพื่อนช่วยเหลือ 10 คน แต่ถ้าเขามีเพื่อนอื่น ๆ ในเฟซบุ๊กอีก 100 คน ใน 100 คนอาจจะซื้อสินค้าของเขาสัก 20-30 คนก็เป็นไปได้

แต่อย่างน้อยใน 70-80 คนที่เหลือก็ถูกรับรู้ผ่านโลกเสมือนจริง ๆ ไปแล้วว่า “นายเอ” หรือ “นางสาวบี” ทำอะไรอยู่

ขอเพียงให้ “ต้นแบบสินค้า” ของเราดีจริง ๆ

ถูกทดสอบ และปรับ ปรับ ปรับจริง ๆ จนเห็นแล้วว่าสินค้าของเราถูกการยอมรับอย่างกว้างขวาง ในที่สุดสินค้าเหล่านั้นจะถูกบอกต่อ จนกลายเป็นกลยุทธ์ปากต่อปาก กระทั่งทำให้สินค้าของเราเป็นที่ต้องการของตลาด

ผมว่านักธุรกิจรุ่นใหม่หลายคนใช้วิธีนี้ค่อนข้างเยอะ และหลายคนประสบความสำเร็จ แม้พวกเขาอาจจะเรียนหนังสือมหา’ลัย หรืออยู่ในช่วงเริ่มต้นของวัยทำงาน เพราะเทรนด์ของคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน เขาไม่ทำอาชีพเดียวอีกต่อไปแล้ว

แต่จะทำถึง 2-3 อาชีพ

หรือบางคนแค่ทำหน้าที่เป็น “คนกลาง” ในการ “รับ” และ “ส่ง” สินค้าเพียงอย่างเดียว ก็ทำให้เขาลืมตาอ้าปากได้

ยิ่งถ้าคนคนนั้นพูดภาษาอังกฤษ, จีน, ญี่ปุ่น หรืออาหรับ อย่างใดอย่างหนึ่งได้ เขาจะขายสินค้าไปได้ทั่วโลก  ซึ่งโอกาสอย่างนี้ไม่ได้เกิดกับทุกคน โดยเฉพาะกับคนรุ่นเก่า แต่สำหรับคนรุ่นใหม่ โอกาสอย่างนี้ไม่ได้ยากเย็นสำหรับพวกเขาเลย

ทุกอย่างมีความเป็นไปได้ทั้งสิ้น

ขอให้เขา “กล้า” ที่จะทำ, ทดสอบ และปรับ ปรับ ปรับจริง ๆ เขาก็จะประสบความสำเร็จในที่สุด

แต่กระนั้นจะต้อง “หัวว่าง” ด้วย เพราะ “ความคิดสร้างสรรค์” จะออกมา

พร้อมกันนั้น “กวีวุฒิ” ยกตัวอย่างบริษัทกูเกิลที่ให้เวลา 20% กับพนักงาน เพื่อเลือกทำในสิ่งที่ชอบ หรือบริษัท ไอดีโอ ที่ “สตีฟ จ็อบส์” ชื่นชอบ เขาก็จะมีครัวอยู่ตรงกลาง

เพราะเขาเชื่อว่าถ้าคนเราไม่ต้องทำงานประจำนาน ๆ บางทีความคิดสร้างสรรค์จะออกมา คล้าย ๆ กับตอนเราอาบน้ำ สระผม จู่ ๆ เราก็คิดไอเดียอะไรใหม่ ๆ ออกมา ซึ่งผมเองก็เป็นนะ

แต่แค่คิดออก

ยังไม่ถึงกับเป็นความคิดสร้างสรรค์

ในที่สุดก็เลยยังเป็นนักหนังสือพิมพ์อยู่จนทุกวันนี้ (ฮา)

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลยพิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!