เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,650 บาท
แฮกครั้งใหญ่ เขย่าคริปโตฯ โลก Binance โดนกว่า 1.8 แสนล้าน
Tech แฮกครั้งใหญ่ เขย่าคริปโตฯ โลก Binance โดนกว่า 1.8 แสนล้าน
หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
Finance หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
Columns เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
UHG รุก ‘ไฮบริดโฮเทล’ โมเดลเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์
Business UHG รุก ‘ไฮบริดโฮเทล’ โมเดลเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์
COP17 วันสุดท้าย ทบทวนครั้งแรก-โลกยังห่างเป้าปี 2030
SD COP17 วันสุดท้าย ทบทวนครั้งแรก-โลกยังห่างเป้าปี 2030
ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.73 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.73 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ค้าปลีกญี่ปุ่นลุ้น Tax Refund หนุนดีมานด์นักช็อปต่างชาติพุ่ง
Business ค้าปลีกญี่ปุ่นลุ้น Tax Refund หนุนดีมานด์นักช็อปต่างชาติพุ่ง
ดูทั้งหมด

บาททรงตัว ก่อนการประกาศตัวเลขแรงงานสหรัฐ

01 ก.ย. 2560 | 19:48น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของค่าเงินระหว่างวันที่ 28 สิงหาคม-1 กันยายน 2560 ค่าเงินบาทเปิดตลาดในเช้าวันจันทร์ (28/8) ที่ระดับ 33.23/25 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ก่อนหน้า (25/8) ที่ระดับ 33.29/31 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (25/8) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนปรับตัวลดลง 6.8% ในเดืนอ ก.ค. โดยทำสถิติทรุดตัวลงมากที่สุนับตั้งแต่เดือน ส.ค. ปี 2014 และต่ำกว่าระดับคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะลดลง 6.0% ในขณะที่นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่ได้ส่งสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงิน และช่วงเวลาในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไป ระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมประจำปีที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิง โดยพุ่งความสำคัญไปยังเรื่องของวิกฤตการณ์ทางการเงินในอดีต และสิ่งที่เจ้าหน้าที่เฟดได้ดำเนินการเพื่อรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกัน นางเยลเลนกล่าวเตือนว่า วิกฤตทางการเงินในอนาคตอาจเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่ภาวะทรุดตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็ได้ให้บทเรียนที่สำคัญแก่ทุกคน ในขณะที่สถานการณ์การเมืองระหว่างสหรัฐกับเกาหลีเหนือทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์ หลังจากเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธวาซอง-12 ได้ลอยข้ามญี่ปุ่น และไปตกลงในมหาสมุทรแปซิฟิกในบริเวณที่อยู่ใกล้เกาะฮอกไกโดของญี่ปุ่นในช่วงเช้าวันอังคาร (29/8) ขณะที่สหรัฐและเกาหลีใต้อยู่ในช่วงที่ทำการซ้อมรบประจำปีร่วมกัน โดยสำนักข่าวยอนฮัพของเกาหลีใต้เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงของสหรัฐ และเกาหลีใต้ตกลงกันที่จะทำการตอบโต้อย่างแข็งกร้าวต่อการยิงขีปนาวุธลูกล่าสุดของเกาหลีเหนือ รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะใช้มาตรการทางทหารที่ไม่เฉพาะเจาะจง ประธานเสนาธิการร่วมของสหรัฐและเกาหลีใต้ได้ตกลงกันทางโทรศัพท์ที่จะดำเนินมาตรการตอบโต้ในเวลาเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมของเกาหลีใต้ยืนยันว่าในขณะนี้ยังคงไม่มีแผนที่จะเปลี่ยนแปลงการซ้อมรบร่วมที่จัดขึ้นโดยกองทัพของเกาหลีใต้และของสหรัฐ ซึ่งการกระทำของเกาหลีเหนือครั้งนี้ทำให้ทางสหรัฐเองต้องหาวิธีรับมือเพิ่มเติม โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  ของสหรัฐได้มีการตกลงกับนายกรัฐมนตรีชินโซะ อาเบะ ของญี่ปุ่นที่จะเพิ่มแรงกดดันต่อเกาหลีเหนือหลังการยิงขีปนาวุธลูกล่าสุด อย่างไรก็ดี กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 2/2560 (30/8) ระบุเศรษฐกิจมีการขยายตัว 3.0% ซึ่งสูงกว่าตัวเลขประมาณการเบื้องต้นที่ 2.6% และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.7% ตัวเลข GDP ที่ได้รับการปรับทบทวนล่าสุดนี้นับว่าเป็นอัตราขยายตัวที่รวดเร็วที่สุดในรอบ 2 ปี ในขณะที่บริษัทวิจัยตลาดแรงงานสหรัฐ ADP เปิดเผยในรายงานว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น 237,000 ตำแหน่งในเดือนสิงหาคม มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นราว 185,000 ตำแหน่ง

 

ส่วนความเคลื่อนไหวเศรษฐกิจของประเทศไทยนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยว่ายังไม่มีมาตรการเพิ่มเติมคุมเก็งกำไรค่าเงินบาท และยืนยันจะดูแลตามพื้นฐานเศรษฐกิจ โดยนายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้ ธปท.ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลจากสถาบันการเงินเพื่อให้รายงานข้อมูลในเชิงลึกกว่าระดับปกติในกรณีพบเห็นพฤติกรรมการโอนเงินบาทระหว่างบัญชีของผู้ที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ (Non-residents) ที่ผิดปกติ และอาจเกี่ยวข้องกับการเก็งกำไรค่าเงิน แต่ขณะนี้ยังไม่พบเห็นความผิดปกติเกิดขึ้น และยังไม่จำเป็นต้องออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อมาจำกัดโอกาสการเก็งกำไรค่าเงิน อนึ่ง ก่อนหน้านี้ ธปท.ได้ทำหนังสือเวียนไปถึงสถาบันการเงิน เพื่อขอความร่วมมือให้ติดตามการทำธุรกรรมเงินบาทของผู้ที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทมีการเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 33.14-33.29 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดในวันศุกร์ (1/9) ที่ระดับ 33.17/33.19 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

 

ด้านการเคลื่อนไหวสกุลเงินยูโรในสัปดาห์นี้ ค่าเงินยูโรเปิดตลาดในวันจันทร์ (28/8) ที่ระดับ 1.1921/24 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (25/8) ที่ระดับ 1.1802/06 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยได้รับแรงหนุนจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง โดยนายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้กล่าวสุนทรพจน์ที่แจ็กสัน โฮล โดยไม่ได้มีการส่งสัญญาณการปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) อย่างที่ตลาดคาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ดีเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (25/8) สถาบันวิจัยเศรษฐกิจ Ifo ได้เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของเยอรมนี ประจำเดือน ส.ค. ออกมาเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 115.9 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 116.0 แต่ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 115.5 อีกทั้งยังเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคบริการของเยอรมนีปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 110.5 ในเดือนสิงหาคม จากระดับ 109.8 ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่สอง เนื่องจากมุมมองที่เป็นบวกมากขึ้นเกี่ยวกับการคาดการณ์แนวโน้มทางธุรกิจ และทาง Gfk ได้มีการจัดทำผลสำรวจจากการสอบถามชาวเยอรมนีราว 2,000 คน โดยผลระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเยอรมนีปรับขึ้นจาก 10.8 ในเดือนสิงหาคม สู่ 10.9 ในเดือนกันยายน ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน และถือเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2001 ในขณะที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 2/2560 ของฝรั่งเศสระบุว่าเศรษฐกิจมีการขยายตัว 0.5% เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และเท่ากับตัวเลขประมาณการเบื้องต้น ทั้งนี้นับเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกันที่เศรษฐกิจฝรั่งเศสขยายตัวในอัตรา 0.5% โดยปัจจัยที่ช่วยหนุน GDP ไตรมาส 2 ของฝรั่งเศสให้ยังคงขยายตัวได้ดีนั้น มาจากการส่งออกที่ขยายตัวขึ้น 2.5% ขณะที่การใช้จ่ายภาคครัวเรือนปรับตัวขึ้น 0.3% จากระดับ 0.1% ไตรมาสแรก ในขณะที่สำนักงานสถิติแห่งชาติของฝรั่งเศส (Insee) เปิดเผยว่า การใช้จ่ายผู้บริโภคของฝรั่งเศสประจำเดือนกรกฎาคมปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.7% เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 2.1% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ที่ 0.4% และ 1% ตามลำดับ ทั้งนี้ข้อมูลที่แข็งแกร่งเกินคาดนี้เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจของฝรั่งเศสอาจขยายตัวต่อไปในช่วงครึ่งปีหลัง หลังจากขยายตัวดีในช่วงครึ่งปีแรก โดยในไตรมาสที่ผ่านมา เศรษฐกิจฝรั่งเศสขยาย 0.5% เช่นเดียวกับทั้งสองไตรมาสก่อนหน้าทั้งนี้ตลอดสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1823-1.2070 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (1/9) ที่ระดับ 1.1898/1.1899 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

 

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดในวันจันทร์ (28/8) 109.14/15 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (25/8) ที่ระดับ 109.59/62 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย โดยมีสาเหตุจากความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี โดยนายทาโร อาโสะ รมว.คลังญี่ปุ่นกล่าวว่า เขาจะเดินทางเยือนสหรัฐตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน เพื่อจัดการประชุมอย่างไม่เป็นทางการกับนายไมค์ เพนช์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ ก่อนการประชุมเศรษฐกิจระดับทวิภาคีรอบสองที่กำหนดจัดขึ้นในปีนี้ อย่างไรก็ดีค่าเงินเยนปรับตัวอ่อนค่าลงในช่วงกลางสัปดาห์หลังจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับเกาหลีเหนือลดความรุนแรงลง อีกทั้งกระทรวงสื่อสารและกิจการภายในประเทศของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า (29/8) การใช้จ่ายภาคครัวเรือนของญี่ปุ่นปรับตัวลง 0.2% ในเดือนกรกฎาคม เมื่อเทียบเป็นรายปี หลังจากที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 ปีในเดือนมิถุนายน โดยการใช้จ่ายภาคครัวเรือนเดือนกรกฎาคมออกมาสวนทางกับที่นักวิเคราะห์ในตลาดคาดการณ์ว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.7% และบดบังถ้อยแถลงของรัฐบาลญี่ปุ่นที่เปิดเผยเมื่อไม่นานมานี้ว่า เศรษฐกิจภายในประเทศกำลังฟื้นตัวขึ้น ทั้งนี้ตลอดสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 108.27-110.67 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (1/9) ที่ระดับ 110.05/110.06 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ