เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราชกิจจาฯ ประกาศยุบ “สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน” มีผล 1 ต.ค. 69
News ราชกิจจาฯ ประกาศยุบ “สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน” มีผล 1 ต.ค. 69
“เลพาส”ช่วยเหลือลูกค้าอุทกภัย 2569 พร้อมเปิดตัว “LEPAS Care” ยกระดับบริการหลังการขายครบวงจร
Automotive “เลพาส”ช่วยเหลือลูกค้าอุทกภัย 2569 พร้อมเปิดตัว “LEPAS Care” ยกระดับบริการหลังการขายครบวงจร
กทม. ปิดโรงเรียนในพื้นที่ 15 เขตน้ำท่วมระดับสูง 3 วันถึง 2 ต.ค.นี้
News กทม. ปิดโรงเรียนในพื้นที่ 15 เขตน้ำท่วมระดับสูง 3 วันถึง 2 ต.ค.นี้
‘วิว กุลวุฒิ’ คว้าเหรียญทองแบดชายเดี่ยว สร้างประวัติศาสตร์ไทย
News ‘วิว กุลวุฒิ’ คว้าเหรียญทองแบดชายเดี่ยว สร้างประวัติศาสตร์ไทย
ภูเก็ต เตรียมรับเรือรบสหรัฐ พร้อมกำลังพลกว่า 5,000 นาย เทียบท่า 5-10 ต.ค.
News ภูเก็ต เตรียมรับเรือรบสหรัฐ พร้อมกำลังพลกว่า 5,000 นาย เทียบท่า 5-10 ต.ค.
แม้แต่ YouTube ยังต้าน ‘ละครสั้น’ ไม่ได้ เปิดตัว ‘Shorts Series’ หนุนครีเอเตอร์เสิร์ฟคอนเทนต์ตอนสั้น ๆ
Tech แม้แต่ YouTube ยังต้าน ‘ละครสั้น’ ไม่ได้ เปิดตัว ‘Shorts Series’ หนุนครีเอเตอร์เสิร์ฟคอนเทนต์ตอนสั้น ๆ
16 ซีอีโอชิง SET Awards 2569 ‘KTB-MOSHI-TISCO-TOA’ ติดโผ
Finance 16 ซีอีโอชิง SET Awards 2569 ‘KTB-MOSHI-TISCO-TOA’ ติดโผ
ส่งออกสะดุด! คลังสุวรรณภูมิแน่น สายการบินบางรายงดรับสินค้า สรท.จี้รัฐแก้โครงสร้างด่วน
Economic ส่งออกสะดุด! คลังสุวรรณภูมิแน่น สายการบินบางรายงดรับสินค้า สรท.จี้รัฐแก้โครงสร้างด่วน
กาญจนบุรีเร่งรับมือ เขื่อนวชิราลงกรณเพิ่มระบายน้ำ 3 แหล่งท่องเที่ยวปิดชั่วคราว
เศรษฐกิจภูมิภาค กาญจนบุรีเร่งรับมือ เขื่อนวชิราลงกรณเพิ่มระบายน้ำ 3 แหล่งท่องเที่ยวปิดชั่วคราว
ราคาทองวันนี้ (29 ก.ย. 69) ปรับลง 150 บาท ทองรูปพรรณ 66,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (29 ก.ย. 69) ปรับลง 150 บาท ทองรูปพรรณ 66,800 บาท
ดูทั้งหมด

“สหรัฐ” ชักธงรบ “อินเดีย” ตัด GSP เซ่นศึกการค้า

08 มิ.ย. 2562 | 19:32น.

กลายเป็นฝันร้ายของ “อินเดีย” หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งให้ตัดสิทธิอินเดียออกจากโครงการสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 มิ.ย. 2019 ฝั่งอินเดียระบุว่ามี 5 ธุรกิจที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยอินเดียจะเร่งหารือกับสหรัฐก่อนพิจารณาเปิดศึกตอบโต้

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงการณ์เมื่อวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา ระบุผลการพิจารณาประจำปีว่า ตัดสินใจริบสิทธิพิเศษ GSP ทั้งหมดที่เคยให้แก่ “อินเดีย” ด้วยเหตุผลว่าเศรษฐกิจอินเดียเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง จึงถือว่าไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับสิทธิอีกต่อไป

นายทรัมป์ชี้ว่า “อินเดียไม่สามารถรับประกันได้ว่า สินค้าสหรัฐจะสามารถเข้าถึงตลาดอินเดียได้อย่างยุติธรรม ขณะที่สหรัฐเปิดกว้างต่อคู่ค้ารายนี้”

“บิสซิเนส สแตนดาร์ด” ของอินเดีย รายงานว่า โครงการสิทธิ GSP ของสหรัฐมีข้อกำหนดเกณฑ์การพิจารณา ได้แก่ ระดับการพัฒนาประเทศ, การเปิดเสรีตลาดสินค้าบริการ, คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา, คุ้มครองสิทธิแรงงาน, นโยบายด้านการลงทุน และสนับสนุนต่อต้านการก่อการร้าย

เจ้าหน้าที่อาวุโสของกระทรวงพาณิชย์อินเดีย กล่าวว่ารัฐบาลกำลังหาทางแก้ปัญหา คาดว่าจะเรียกร้องให้มีการเจรจาระหว่างอินเดียกับสหรัฐก่อน โดย “ปิยูช โกยาล” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คนใหม่จะเป็นผู้เจรจา หากการพูดคุยเป็นไปได้ด้วยดี อินเดียพร้อมจะแก้ไขการดำเนินการต่าง ๆ

“คเณศ คูมาร์ คุปตะ” ประธานสหพันธ์การส่งออกอินเดีย (FIEO) กล่าวว่า การที่อินเดียถูกริบสิทธิน่าจะมีเหตุผลสำคัญเพียงอย่างเดียว คือ การค้าที่ไม่เป็นธรรม สหรัฐเลือกที่จะเดินเกมเพื่อไม่ให้ตัวเองถูกเอาเปรียบ เป็นการสานนโยบาย “อเมริกันมาก่อน”

ก่อนหน้านี้สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ระบุว่า อินเดียเป็นประเทศที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุดในภูมิภาคเอเชีย โดยปี 2018 มูลค่าสินค้าส่งออกของอินเดียไปสหรัฐโดยปลอดภาษีอยู่ที่ 6,350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเคยระบุด้วยว่า รายชื่อประเทศกำลังพัฒนาที่มีมูลค่าการส่งออกมายังสหรัฐมากที่สุด 5 อันดับแรก ภายใต้สิทธิ GSP ได้แก่ อินเดีย ไทย บราซิล อินโดนีเซีย และตุรกี ในปี 2018 สหรัฐได้ตัดสิทธิ GSP สำหรับสินค้าไทยที่ส่งออกไปยังสหรัฐ 11 รายการ จาก 3,400 รายการ พร้อมกับอีก 15 คู่ค้าของสหรัฐ แต่เป็นการยกเลิกสิทธิพิเศษบางรายการเท่านั้น

FIEO เปิดเผยรายงานเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2019 ว่าผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับอินเดียจากการถูกตัดสิทธิ GSP มี 5 อุตสาหกรรมที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ เครื่องประดับและอัญมณี, ผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง, เวชภัณฑ์, เคมีภัณฑ์ และสินค้าเกษตร ทั้งนี้ ธุรกิจเครื่องประดับและอัญมณีใช้ประโยชน์จากการยกเว้นภาษีศุลกากร ภายใต้โครงการ GSP ราว 6.9% ของสินค้าอินเดียที่ส่งออกไปสหรัฐส่วน “เครื่องหนัง” อยู่ที่ 6.1%, สินค้าเวชภัณฑ์ 5.9% และ 4.8% เป็นสินค้าเกษตรและเคมีภัณฑ์

“สินค้าประเภทต่าง ๆ ที่ใช้ประโยชน์จากสิทธิ GSP มากกว่า 3% ขึ้นไป มีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบในแง่ของต้นทุนที่สูงขึ้น และความสามารถในการแข่งขัน” ประธาน FIEO กล่าว

“วิลเบอร์ รอส” รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐ มองว่า การตัดสิทธิ GSP ต่ออินเดียเป็นการสร้างความได้เปรียบให้กับคู่ค้าอื่น เช่น ประเทศเอเชียที่ส่งออกสินค้าใกล้เคียงกัน รวมถึง “จีน” แม้สงครามการค้ายังไม่ยุติ แต่บางอุตสาหกรรมจีนยังคงได้เปรียบ

อย่างไรก็ตาม อินเดียประกาศว่าหากการเจรจาไม่บรรลุผล รัฐบาลจำเป็นต้องตอบโต้ด้วยการปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐ คาดว่าจะมีกว่า 20 รายการ รวมถึงสินค้าเกษตรและเคมีภัณฑ์ที่เป็นสินค้าส่งออกสำคัญของสหรัฐด้วย
การถูกตัดสิทธิ GSP ครั้งนี้ เป็นความท้าทายใหญ่ของ “นเรนทรา โมดี” ที่เพิ่งรับชัยชนะนั่งเป็นนายกรัฐมนตรีอินเดียในสมัยที่ 2 เพราะนอกจากต้องปฏิรูปเศรษฐกิจ แก้ปัญหาความยากจนแล้ว ยังต้องรับมือกับเกมของชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลก เพื่อไม่ให้ประเทศเสียเปรียบ แต่อินเดียจะเดินหมากอย่างไรยังสรุปไม่ได้ และยังต้องติดตามกันต่อไป