KILLING GROUND หนังสุดดิบฉายด้านมืดใจคน-
คิลลิ่ง กราวนด์ (Killing Ground) หรือในชื่อไทยว่า แดนระยำ เป็นหนังระทึกขวัญ ฝีมือผู้กำกับ เดเมียน พาวเวอร์ (Damien Power) เล่าแบบนำสองเรื่องมาสลับกัน ระหว่างมุมมองฝั่งคู่รักหวานชื่น แซม (รับบทโดย แฮร์เรียต ไดเออร์) และ เอียน (รับบทโดย เอียน เอสจี มีโดวส์) ที่ไปตั้งแคมป์กลางป่าในออสเตรเลีย เพื่อเคานต์ดาวน์ปีใหม่ กับอีกมุมมองฝั่งครอบครัวของ ร็อบ (จูเลียน การ์เนอร์)และ มาร์กาเร็ต (มายา สเตรนจ์) คู่สามีภรรยา กับ เอ็ม (เทียร์เนียร์ คูปแลนด์) ลูกสาวที่เป็นโรคหวาดกลัว และหนูน้อย ออลลี่
แกนหลักของคิลลิ่ง กราวนด์ เล่าถึงการฆาตกรรมนักท่องเที่ยวในป่า โดยวางธีมให้ตัวละครรู้เรื่องเมื่อสาย หลังจากไปตั้งแคมป์กลางป่าผ่านไป 1 คืน แต่เต็นท์ข้าง ๆ ยังคงว่างเปล่า ทำให้คู่รักทั้งสองเริ่มรับรู้ถึงความผิดปกติ
คิลลิ่ง กราวนด์ ให้กลิ่นอายคล้ายกับหนังสืบสวนนิด ๆ ที่ค่อย ๆ เผยเบาะแสให้คนดูสงสัย เริ่มจากเต็นท์ร้างสีส้ม หมวกเด็ก รถจี๊ปที่ถูกทิ้ง ก่อนจะเพิ่มความหวาดกลัวและลุ้นระทึกช่วงกลางถึงท้าย

ต่อมาหนังค่อย ๆ เผยคำใบ้ต่าง ๆ ออกมาจากตัวละครนายพรานในพื้นที่ จุดนี้ความดำมืดของมนุษย์ได้ถูกเผยออกมา ทำให้เกิดความรู้สึกระทึกขวัญและอัดอั้นในใจตอนกลางเรื่อง ฉะนั้น ใครใจไม่แข็งพอต้องทำใจสักนิดก่อนถึงจุดพีกในช่วงแรกที่จะมีการตายเกิดขึ้น ก่อนเข้าไปสู่ช่วงกลางเรื่องที่มีการขมวดเชื่อมสองเหตุการณ์ไว้ด้วยกัน
ในครึ่งแรก ฉากที่ติดตาจนถึงตอนนี้ คือ ฉากหนูน้อยออลลี่ เดินตามแซมและเอียนออกจากป่า โดยหนังฉายจากด้านหน้าให้เห็นภาพคู่รักกำลังเดินออกจากป่า และเด็กเดินตามอย่างเร็ว แต่ก็ไม่ทัน ซึ่งดึงอารมณ์ของผู้เขียนให้รู้สึกอึดอัด อยากเข้าไปช่วยมาก ๆ กลัวว่าเด็กจะเป็นอย่างไร หากไม่เจอกับ 2 คนนี้ ตรงนี้คือจุดที่ชอบมากจุดหนึ่งที่หนังทำฉากได้ดี
ครึ่งหลัง หนังดำเนินเรื่องกระชับมากขึ้น ปริศนาทุกอย่างคลี่คลายทั้งหมด แต่ปัญหาของแซมและเอียนกลับเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น ความลุ้นระทึกอย่างหนักเกิดขึ้นในช่วงนี้ ที่มีการเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเกิดขึ้น และเด็กน้อยออลลี่ได้เข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เรื่องราวไปสู่จุดจบแบบที่คาดไม่ถึง เป็นการแสดงสัญชาตญาณมนุษย์ในการเอาชีวิตรอดออกมา
จุดเด่นของหนังอยู่ที่การเค้นความรู้สึกคนดูให้ลุ้นเอาใจช่วย แม้กลางเรื่องจะดูโหดร้ายสะเทือนความรู้สึก แต่ก็ไม่ถึงขนาดมีฉากทรมานเลือดสาด และหากมองในแง่การทำรายละเอียดค่อนข้างสมจริงหลายอย่าง
ข้อเด่นอีกอันคือการหยิบความเป็นมนุษย์ในอุดมคติของเอียนมาเล่นกับความรู้สึกคาดหวังของคนดูซึ่งผู้กำกับปูพื้นของตัวละครมาอย่างดีในตอนต้น ที่มีการดำเนินเรื่องช้า ๆ และคิดว่าน่าจะเป็นการวางแผนเพื่อให้คนดูรู้สึกผิดหวังกับการกระทำของเอียน แม้เรื่องเหมือนจะจบแบบแฮปปี้ แต่ก็มีการหักมุมไปมาถึง 2 ครั้ง ก่อนจะนำไปสู่บทสรุปที่ผู้กำกับหยิบเอาความรู้สึกรุนแรงหลาย ๆ อย่างมาระบายผ่านตัวละคร
หนังเรื่องนี้มีประเด็นหลายอย่างให้ผู้เขียนขบคิด เช่น หากอยู่ในสถานการณ์นั้น เราจะรับมือเหตุการณ์อย่างไร และสิ่งหนึ่งที่เด่นชัดในความคิด คือ หนังเล่ามาจากความจริงของมนุษย์ที่มีมุมมืด หรือสัญชาตญาณดิบของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นคนดีหรือเลว เพียงแต่สัญชาตญาณนั้นจะแสดงออกมาก็เมื่อองค์ประกอบครบเท่านั้น
เมื่อออกจากโรงหนัง ความรู้สึกยังตึงเครียดและหวาดระแวงหน่อย ๆ ถือว่าในภาพรวม คิลลิ่งกราวนด์ สำหรับผู้เขียนถือเป็นหนังโอเค แม้จะไม่ดีมาก แต่เหมาะสำหรับคนที่ชอบความระทึกขวัญเป็นอย่างยิ่ง