เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
เศรษฐกิจภูมิภาค CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
“พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
Real Estate “พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
Real Estate ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
ดูทั้งหมด

ดอกเบี้ยขาลง

12 ก.ค. 2562 | 18:13น.

คอลัมน์ เลียบรั้วเลาะโลก

โดย ถนอมศรี ฟองอรุณรุ่ง

ความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ทำให้ในเดือนที่ผ่านมา ธนาคารกลางประเทศต่าง ๆ ออกมาแสดงความกังวล และส่งสัญญาณที่จะกลับมาใช้นโยบายการเงินผ่อนคลาย หรือปรับลดดอกเบี้ยอีกครั้ง ทั้งนี้ เพราะเศรษฐกิจในช่วงครึ่งแรกของปีอ่อนตัวกว่าที่คาด ในขณะที่ความกังวลหลัก คือ ผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ซึ่งวันนี้น่าจะเห็นในทิศทางเดียวกันว่า จะยืดเยื้อและไม่จบลงง่าย ๆ แม้ว่าการพบปะครั้งล่าสุดระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์ และสี จิ้นผิง ที่การประชุมจี 20 จะทำให้ความกังวลผ่อนคลายลง เพราะทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะเปิดการเจรจาอีกครั้ง แต่ต้องยอมรับว่าข้อตกลงครั้งนี้ก็เป็นเพียงการซื้อเวลา และยังมีความไม่แน่นอนรออยู่ข้างหน้า ว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถตกลงกันได้หรือไม่ หรือจะประสบความล้มเหลวเหมือนกับการเจรจาสองครั้งที่ผ่านมา

ดังนั้น ผลกระทบทางเศรษฐกิจยังคงไม่ได้ปรับดีขึ้น คือ การตอบโต้ทางภาษีที่มีผลแล้ว (สหรัฐขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจีนมูลค่า 2.5 แสนล้านเหรียญ เป็น 25% และจีนขึ้นภาษีสินค้านำเข้าสหรัฐเป็น 5-20%) จะส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะลอ ผ่านการชะลอตัวของการส่งออกโดยรวม และการชะลอการตัดสินใจลงทุนของธุรกิจ ทำให้คาดว่าเศรษฐกิจโลกในช่วงครึ่งหลังของปีจะยังมีทิศทางชะลอลงจึงเป็นไปได้ว่า ธนาคารกลางต่าง ๆ มีความจำเป็นต้องผ่อนคลายนโยบายการเงิน เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจไม่ชะลอลงแรงเกินไป

ในการประชุมเมื่อกลางเดือนมิถุนายนนั้น ธนาคารกลางสหรัฐประเมินว่า เศรษฐกิจสหรัฐในปัจจุบันยังคงขยายตัวได้ แต่มีความเสี่ยงขาลงเพิ่มขึ้น และกล่าวว่า จะยังคงรักษาเป้าหมายเงินเฟ้อให้ใกล้เคียงกับ 2% (ปัจจุบันอยู่ที่ 1.8%) และสัญญาว่าจะดำเนินการตามความเหมาะสมเพื่อรักษาระดับการขยายตัวของเศรษฐกิจในระยะยาว ซึ่งหมายความว่า หากเงินเฟ้อต่ำกว่า 2% และเศรษฐกิจชะลอตัว ก็พร้อมที่จะลดดอกเบี้ย นอกจากนี้ยังระบุว่า ถึงเวลาแล้วที่ควรจะเลิกใช้คำว่า “unconventional” เมื่อพูดถึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับใกล้เคียงกับศูนย์ และการซื้อสินทรัพย์ในช่วงวิกฤตครั้งนี้ ซึ่งตีความได้ว่า ถ้าเศรษฐกิจชะลอลงแรงจริง ๆ และไม่มีเงินเฟ้อ ธนาคารกลางสหรัฐอาจจะกลับมากระตุ้นเศรษฐกิจอย่างแรง โดยลดดอกเบี้ยไปที่ศูนย์ หรือแม้แต่กลับมาซื้อพันธบัตรรัฐบาล (เพิ่มปริมาณเงิน) อีกครั้ง กล่าวคือ ธนาคารกลางสหรัฐกำลังส่งสัญญาณผ่อนคลายอย่างชัดเจน แต่จะปรับลงเมื่อไหร่ และเท่าไหร่นั้น คงต้องดูว่าเศรษฐกิจชะลอตัวมากแค่ไหน

ส่วนธนาคารกลางยุโรปได้ประชุมหารือนโยบายของธนาคารกลางประจำปี และนาย Draghi ประธานธนาคารกลาง ได้สร้างความประหลาดใจให้กับนักลงทุน โดยการส่งสัญญาณว่าอาจจะมีการผ่อนคลายนโยบายการเงินลงอีก หากสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัวลง ซึ่งหมายถึงการปรับลดดอกเบี้ย (ปัจจุบัน -0.4%) และรวมถึงการกลับมาซื้อพันธบัตรรัฐบาล (ที่เพิ่งประกาศยุติไปเมื่อปลายปีก่อนหน้า) อย่างไรก็ตาม ดอกเบี้ยปัจจุบันติดลบอยู่แล้ว และปริมาณพันธบัตรที่จะซื้อได้เริ่มเต็มเพดานที่ตั้งไว้ ทำให้การดำเนินนโยบายการเงินดังกล่าวน่าจะมีข้อจำกัด

ธนาคารกลางญี่ปุ่นนั้นก็ยืนยันว่า จะยังคงนโยบายผ่อนคลายเพื่อทำให้เงินเฟ้อปรับขึ้นมาตามเป้าหมาย โดยการคงดอกเบี้ยที่ระดับ -0.1% และการเข้าซื้อพันธบัตรเช่นเดิม

จากท่าทีของธนาคารกลางหลักทั้ง 3 แห่งจะเห็นว่า มีความกังวลเรื่องแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า ทำให้คาดการณ์ได้ว่า ทิศทางดอกเบี้ยโลกจากนี้น่าจะเป็นขาลง สำหรับนักลงทุนในตลาดการเงินนั้นคาดการณ์ว่าสหรัฐจะเริ่มลดดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคม หรือกันยายนนี้ และจะปรับลง 0.50-0.75% ในปีนี้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐยังไม่ได้อ่อนตัวมากนัก ดังนั้นอาจจะต้องเผื่อใจว่า ดอกเบี้ยอาจจะปรับลงช้ากว่าและน้อยกว่าที่คาด ซึ่งถ้าสหรัฐเริ่มลดดอกเบี้ย ก็จะเป็นการชี้นำให้ดอกเบี้ยในประเทศอื่น ๆ ปรับลดในระยะต่อไป

ส่วนแบงก์ชาติไทยนั้นยอมรับว่า เศรษฐกิจชะลอลง (ปีนี้โต 3.3%) แต่ยังมองแง่ดีว่าจะฟื้นตัวในปีหน้า (โต 3.7%) ซึ่งสาเหตุหลักของการชะลอตัวมาจากปัจจัยภายนอกที่กระทบการส่งออก ส่วนเศรษฐกิจภายในไม่แย่นัก เพราะการบริโภคยังขยายตัวพอควร ขณะที่การลงทุนน่าจะได้ประโยชน์จากการย้ายฐานการผลิตสิ่งที่แบงก์ชาติกังวลมากกว่า คือ เสถียรภาพระบบการเงิน และการแข็งค่าของเงินบาท ซึ่งจะอาศัยมาตรการดูแลอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเป็นหลัก จึงดูเหมือนว่าแบงก์ชาติไทยจะไม่รีบร้อนลดดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม แนวโน้มเศรษฐกิจที่มีความเสี่ยงทั้งเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในประเทศ ทำให้คาดว่าดอกเบี้ยไทยก็น่าจะลดตามดอกเบี้ยโลกในช่วง 6-12 เดือนข้างหน้าเช่นกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเงิน ดอกเบี้ย