เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

สภาหอฯ ชงแบงก์ชาติลดดอกเบี้ยเพิ่ม

08 ส.ค. 2562 | 17:16น.

สภาหอฯ ตบเท้าเข้าพบผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ เสนอลดดอกเบี้ยนโยบายเพิ่ม พยุงบาทแข็งกระทบส่งออก-เลี่ยงซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจชะลอ ห่วงหยวนอ่อนค่าแต่บาทยังแข็งกระทบจีนนำเข้าสินค้าเกษตรไทยลดลง

นายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเข้าพบ นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และผู้บริหาร โดยมีการเสนอทางเลือก (option) ในการดูแลค่าเงินบาทต่อธปท.ตั้งแต่มาตรการเบาไปหาหนัก เช่น การเสนอให้ลดดอกเบี้ยนโยบายมากขึ้น และหากพบสัญญาณเก็งกำไรเสนอให้มีการดูแลด้วยมาตรการหนักคือ การดูแลเงินไหลเข้าออกและการคงค้างบัญชีในประเทศ โดยชี้ว่าเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ธปท.และนานาชาติต่างก็ทำ

“เราเสนอตั้งแต่การลดดอกเบี้ยนโยบายให้มากขึ้น และดูแลในเรื่องต่างๆ ทั้งการแทรกแซงด้วยวาจาและการแทรงแซงด้วยตัวเงิน รวมถึงมาตรการอื่นต่างๆ หากจำเป็น” นายกลินท์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ธปท.มีการชี้แจ้งว่าปัญหาเงินไหลเข้ามาในไทยเกิดจากการที่โครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่มีดุลบัญชีเดินสะพัดที่ค่อนข้างสูง รวมถึงมีเงินลงทุนต่างชาติ (FDI) ที่สูง ซึ่งประเด็นนี้ธปท.และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องจะต้องร่วมมือกันเพื่อทำให้โครงสร้างเศรษฐกิจเอื้อกับการดูแลค่าเงินบาทในอนาคต

ขณะที่ประเด็นการอ่อนค่าของค่าเงินหยวนมาอยู่ที่ประมาณ 7 หยวน/ดอลลาร์ นายกลินท์ ชี้ว่าจะส่งผลกระทบต่อการนำเข้าสินค้าของจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าสินค้ารายใหญ่จากไทย โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าเกษตร เนื่องจากการที่ค่าเงินหยวนอ่อนค่าลงในขณะที่ค่าเงินบาทไทยยังคงแข็งค่าจะส่งผลให้ราคาสินค้าของไทยสูงขึ้นเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ

“ขีดความสามารถในการแข่งขันของเรามีปัญหามาก โดยเฉพาะต้นทุนเรื่องค่าแรงที่ขึ้นไปเร็วและแรง รวมทั้งมีโอกาสที่อาจจะปรับขึ้นไปอีก โดยค่าเงินบาทในช่วง 4 ปีที่ผ่านมามีการแข็งค่าต่อเนื่อง นอกจากนี้ การที่ประเทศจีนมีการปล่อยลอยตัว (float) ค่าเงินจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่รุนแรงขึ้นนั้น หากประเด็นดังกล่าวรุนแรงขึ้นและส่งผลให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่าลงอีกจะยิ่งส่งผลให้การแข่งขันการส่งออกของไทยลดลงไปอีก เราจึงมาแสดงความกังวลใจเรื่องนี้ต่อผู้ว่าฯ ธปท. ซึ่งท่านก็มีการรับทราบและเฝ้าดูปัญหาอยู่ เราได้ชี้ประเด็นว่าถ้าสงครามการค้าฯ เข้มข้นและเงินบาทยังแข็งค่ากว่าประเทศคู่แข่ง แบงก์ชาติอาจใช้มาตรการอื่นเข้ามาเสริมโดยด่วน” นายกลินท์ กล่าว

ทั้งนี้ ข้อเสนออื่นๆ ที่สภาหอการค้าฯ เสนอต่อธปท.ในวันนี้ ได้แก่ การสนับสนุนให้ไทยเป็นศูนย์กลางค่าเงิน เนื่องจากปัจจุบันมีผู้ที่สนใจลงทุนในประเทศไทยแต่กลับต้องไปตั้งออฟฟิศที่สิงคโปร์และส่งออกจากไทยไปอีกที โดยนโยบายของธปท.ที่อยากให้ใช้สกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency) มากขึ้นแต่ไทยยังไม่เป็นศูนย์กลางต่อการเงิน อย่างไรก็จะต้องใช้การชำระด้วยสกุลเงินดอลลาร์อยู่ดี ดังนั้น จึงมีการหารือระหว่างกันว่าจะมีนโยบายอะไรบ้างที่เอื้อให้ไทยเป็นศูนย์กลางค่าเงิน โดยชี้ว่าอาจไม่ใช่เรื่องที่จะต้องหารือกับธปท.เพียงอย่างเดียว อาจจะต้องหารือกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลังด้วย

นอกจากนี้ยังเสนอการส่งเสริมการใช้สกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency) โดยมีการหารือระหว่างกันว่าทำอย่างไรจึงจะสามาถโปรโมทให้มีการใช้ดงินบาทในการชำระค่าสินค้าและบริการมากขึ้น โดยธปท.มีการนำเสนอข้อมูลให้ดูว่าปัจจุบันมีหลายประเทศที่ชำระค่าสินค้าและบริการเป็นสกุลเงินบาท เช่น ออสเตรเลีย มีการชำระด้วยค่าเงินบาท 34% ของการค้าขาย ลาว 60% และเมียนมาร์ มากกว่า 50% โดยสภาหอการค้าฯ มีการสนับสนุนประเด็นนี้ เนื่องจากสามารถช่วยลดความเสี่ยงเรื่องของความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์ได้