เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

คุม “พฤติกรรม” แบงก์ ตัวการสร้าง “หนี้เกินตัว”

10 ส.ค. 2562 | 20:20น.

คอลัมน์สามัญสำนึก
โดย สุดใจ ชาญชาตรีรัตน์

7 ส.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ลงมติปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ลงมาอยู่ที่ 1.50% ทำให้แนวโน้มต้นทุนการเงินลดลง ซึ่งอาจจะยิ่งเป็นตัวกระตุ้นการก่อหนี้มากยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมวางแนวนโยบายการให้สินเชื่อรายย่อย (อย่างเหมาะสม) เพื่อดูแลปัญหาหนี้เกินตัวของภาคครัวเรือน เพราะช่วง 10 ปีที่ผ่านมา “หนี้ครัวเรือนต่อจีดีพี” ปรับตัวสูงขึ้นจาก 53.5% เมื่อต้นปี 2552 มาเป็น 78.7% ณ สิ้นไตรมาส 1/2562 ถือว่าสูงอันดับต้น ๆ ของภูมิภาคมูลค่ากว่า 13 ล้านล้านบาท

ที่สำคัญผลการศึกษาของสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ที่อ้างอิงข้อมูลบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) ระบุว่า “คนไทยเป็นหนี้เร็วขึ้น-มากขึ้น-นานขึ้น”

เป็นหนี้เร็วขึ้น-เริ่มก่อหนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย และ 1 ใน 5 หรือ 20% ของผู้กู้ช่วงอายุ 29 ปีเป็นหนี้เสีย

เป็นหนี้มากขึ้น-ปริมาณหนี้ต่อหัวสูงขึ้นจาก 377,109 บาท เป็น 552,499 บาท ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

เป็นหนี้นานขึ้น-ภาระหนี้ไม่ได้ลดลงแม้จะเข้าสู่วัยเกษียณ และ 4 ใน 5 ของหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นมาจากผู้กู้รายเดิม ทำให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากการมีหนี้หลายประเภทโดยเฉพาะสินเชื่อบุคคล

และแบงก์ชาติมองว่าหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตัวเลขหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นการ “ก่อหนี้เกินตัว” เพราะสถาบันการเงินมุ่งให้ความสำคัญกับความเสี่ยงด้านเครดิต (credit risk) ของตัวเอง เช่น ปล่อยกู้จากมูลค่าหลักประกันโดยไม่ได้คำนึงถึงความเสี่ยงของผู้กู้ที่อาจมีเงินไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ

ขณะที่สมรภูมิการแข่งขันรุนแรงในตลาดสินเชื่อรายย่อย ทำให้มาตรฐานการปล่อยสินเชื่อหย่อนลง ทั้งมีแคมเปญกระตุ้นมากมาย เช่น การเสนอวงเงินสูงแบบดาวน์ต่ำ หรือไม่ต้องมีเงินดาวน์ ทั้งขยายเวลาผ่อนชำระยาว ทำให้มีส่วนกระตุ้นให้ครัวเรือนก่อหนี้เพิ่มขึ้นอย่างไม่เหมาะสมด้วย

สถาบันการเงินบางแห่งยอมปล่อยกู้ แม้ผู้กู้ที่มีภาระหนี้ต่อรายได้ (debt service ratio : DSR) ระดับสูง โดยเฉพาะสินเชื่อที่มีหลักประกันอย่างรถแลกเงิน บ้านแลกเงิน ซึ่งมีค่าเฉลี่ยภาระหนี้ต่อรายได้ถึง 50-60% สูงกว่าสินเชื่ออุปโภคบริโภคประเภทอื่น

ตอนนี้จึงมาถึงจุดที่ “แบงก์ชาติ” ต้องการควบคุมพฤติกรรมการปล่อยกู้ของสถาบันการเงินทุกประเภทที่เป็น “ตัวการ” หนึ่งทำให้เกิดปัญหา “หนี้เกินตัว” โดยกำหนดแนวนโยบายให้สถาบันการเงินคำนึงถึงการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ ซึ่ง ธปท.ได้ระบุตัวอย่าง “พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม” ของสถาบันการเงิน

อาทิ กำหนดโครงสร้างค่าตอบแทนพนักงาน โดยให้น้ำหนักกับเป้าการเติบโตของสินเชื่อรายย่อยมากเกินไป จนเป็นการสร้างแรงจูงใจให้พนักงานเน้นการขายผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสมกับความต้องการและความสามารถทางการเงินของลูกค้า

การออกแบบสินเชื่อให้ผ่อนชำระช่วงแรก เฉพาะดอกเบี้ยหรือเงินต้นน้อยมาก หรือให้ผ่อนงวดสุดท้ายเป็นเงินก้อนใหญ่ (บอลลูนเพย์เมนต์) ให้กับลูกค้าที่อาจจะไม่สามารถชำระหนี้ได้, การรีไฟแนนซ์ให้แก่ลูกค้าโดยให้วงเงินใหม่เพิ่มสูงเกินจำเป็น, เสนอขายบัตรเครดิตและให้สินเชื่อบุคคลพ่วง, ส่งเสริมให้ลูกค้าเบิกเงินก้อนแรกทันทีหลังได้รับอนุมัติวงเงินสินเชื่อบุคคล หรือการชักจูงให้ลูกค้าเปลี่ยนวงเงินบัตรเครดิตที่ไม่ได้ใช้เป็นสินเชื่อบุคคล ฯลฯ

นี่คือตัวอย่างที่แบงก์ชาติบอกว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ซึ่งในฐานะผู้บริโภคก็ต้องบอกว่าเป็นพฤติกรรมที่สถาบันการเงินทำกันอย่างแพร่หลาย ด้วยคำนึงถึงเรื่องผลตอบแทนขององค์กรเป็นหลัก งานนี้ก็ถือว่าเป็นปฏิบัติการเชิงรุกของแบงก์ชาติ ซึ่งหากสามารถควบคุมพฤติกรรมเหล่านี้ของสถาบันการเงินได้ อย่างน้อยก็ช่วยให้ลดแรงกระตุ้นการก่อหนี้เกินตัวในยุคบริโภคนิยมได้ระดับหนึ่ง

โดยระหว่าง 2-30 ส.ค.นี้ ธปท.ได้เปิดรับฟังความคิดเห็น “แนวนโยบายการให้สินเชื่อรายย่อยอย่างเหมาะสม” และเตรียมบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2563 เป็นต้นไป