เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

ก.ล.ต.รื้อเกณฑ์คุม “หุ้นกู้เสี่ยงสูง” ปิดประตูรายย่อยลงทุน-สถิติผิดนัดชำระพุ่ง

22 ส.ค. 2562 | 08:15น.

ก.ล.ต.เตรียมเฮียริ่งปรับเกณฑ์คุมเข้มหุ้นกู้เสี่ยงสูง “ไม่มีเรตติ้ง-เครดิตต่ำกว่า BBB” ปิดประตูรายย่อยลงทุนลง ให้นักลงทุนสถาบัน-กรรมการบริษัทลงทุนเท่านั้น หลัง 7 เดือนแรกพบหุ้นกู้ผิดนัดชำระกว่า 1.7 พันล้านบาท ยกระดับ “โบรกเกอร์-แบงก์” ต้องทำโปรดักต์สกรีนนิ่งก่อนขาย พร้อมเพิ่มความเข้มงวดติดตามผู้ออกหุ้นกู้

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า จากที่สถานการณ์ผิดนัดชำระหนี้ของตราสารหนี้เอกชน (หุ้นกู้) เริ่มกลับมาอีกครั้ง โดยในช่วง 7 เดือนแรกปีนี้ (ม.ค.-ก.ค. 62) พบว่า มีหุ้นกู้ที่มีความเสี่ยงสูงผิดนัดชำระหนี้ทั้งหมด 5 ตราสาร มูลค่ารวม 1,712 ล้านบาท จาก 4 บริษัท ได้แก่ บริษัท พี-มาร์ท ซุปเปอร์ สโตร์ (PMART) บริษัท โอพีจีเทค (OPGT) บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ วินด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (IWIND) และ บมจ.พีพี ไพร์ม (PPPM) โดยตั้งแต่ปี 2559 หุ้นกู้มีการผิดนัดชำระหนี้ทั้งสิ้น 1.95 หมื่นล้านบาท

นางสาวจอมขวัญ คงสกุล ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต.เตรียมปรับปรุงเกณฑ์การกำกับดูแลการออกจำหน่ายตราสารหนี้เอกชนที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ตราสารหนี้ที่เครดิตต่ำกว่า BBB (noninvestment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่มีเรตติ้ง (nonrated) จากปัจจุบันที่อนุญาตให้กลุ่มผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนวงจำกัดไม่เกิน 10 คน (PP10) และผู้ลงทุนรายใหญ่ (HNW) ลงทุนได้ แต่เกณฑ์ใหม่จะให้เพียงผู้ลงทุนสถาบัน และกรรมการหรือผู้บริหารบริษัทที่ออกหุ้นกู้เท่านั้นที่สามารถลงทุนได้ โดย ก.ล.ต.ได้เปิดรับฟังความคิดเห็น (เฮียริ่ง) จากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวกับเกณฑ์ใหม่ในช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค. 62

“เมื่อปี’59 ที่เกิดการผิดนัดชำระหนี้สูง ก.ล.ต.ได้ออกเกณฑ์คุมการขายตราสารหนี้เสี่ยง โดยยกเว้นในกลุ่ม PP10 เพราะเห็นว่าเป็นการขายในวงแคบ แต่ปัจจุบันเมื่อดูไส้ในพบว่า ตราสารหนี้เสี่ยงกว่าครึ่งถูกขายให้กับกลุ่ม PP10 ดังนั้น จากเดิม PP10 กำหนดให้ขายใครก็ได้ไม่เกิน 10 คน แต่เกณฑ์ใหม่จะขายได้แค่ 2 กลุ่มเท่านั้น คือ กรรมการและผู้บริหารบริษัทที่ออกหุ้นกู้” นางสาวจอมขวัญกล่าว

โดยจากข้อมูลพบว่า ตราสารหนี้เสี่ยงคิดเป็นประมาณ 6% ของตราสารหนี้ทั้งหมด ซึ่งมีมูลค่ารวมประมาณ 2 แสนล้านบาท และตราสารเสี่ยงจำนวนมาก ถือโดยกลุ่ม HNW 49% มูลค่ารวม 1.13 แสนล้านบาท ขณะที่กลุ่มนักลงทุนสถาบันถือตราสารเสี่ยงเพียง 16% มูลค่า 3.69 หมื่นล้านบาท ตรงข้ามกับต่างประเทศที่ตราสารเสี่ยง ๆ จะถือโดยนักลงทุนสถาบันเป็นส่วนใหญ่ เพราะสถาบันมีแขนขาที่จะทำการตรวจสอบวิเคราะห์สถานะกิจการก่อนเข้าลงทุน แต่เมืองไทยกลายเป็นรายย่อยที่เข้าไปลงทุนค่อนข้างเยอะ

นอกจากนี้ พบว่า ช่องทางเสนอขายตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงสูง 87% มาจากบริษัทหลักทรัพย์ ขณะที่ขายผ่านธนาคาร 13% เท่านั้น ทั้งพบว่า โบรกเกอร์เป็นผู้เล่นหลักที่เสนอขายตราสารความเสี่ยงสูงให้แก่ผู้ลงทุนรายบุคคล ขณะที่ตราสารหนี้คุณภาพดีขายผ่านธนาคารสูงถึง 97% และผ่านโบรกเกอร์เพียง 3%

นางสาวจอมขวัญกล่าวอีกว่า ก.ล.ต.ยังเพิ่มความเข้มแข็งของระบบนิเวศในการเสนอขายตราสารหนี้ ทั้งในส่วนผู้ออกหุ้นกู้จะต้องเพิ่มรอบการส่งงบการเงิน ในส่วนอย่างแบงก์และโบรกเกอร์ที่ต้องทำการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ (product screening) มากขึ้น ทั้งให้ปรับปรุงข้อมูลสำคัญของตราสาร (factsheet) ให้อ่านง่ายและชี้ความเสี่ยงของตราสารที่ออกให้ชัดเจน รวมทั้งปรับกระบวนการทำงานภายในองค์กรในการติดตามผู้ออกตราสารหนี้ให้เข้มขึ้น และในปีนี้ ก.ล.ต.เตรียมเข้าตรวจสอบวิธีการจัดอันดับเครดิตในสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือด้วย

“การออกตราสารเสี่ยงที่ผ่านมามีแนวโน้มลดลง แต่ไม่ใช่ เพราะ ก.ล.ต.ออกเกณฑ์คุม แต่มาจากการผิดนัดชำระหนี้ที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ลงทุน”

ด้านนางสาวอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) กล่าวว่า การที่ ก.ล.ต.คุมเข้มหุ้นกู้เสี่ยงสูง คงต้องการเพิ่มการปกป้องนักลงทุน การเสนอขายกับนักลงทุนวงจำกัดไม่เกิน 10 คน เดิมสามารถขายกลุ่ม HNW ได้ หากขายผ่านบริษัทหลักทรัพย์หรือธนาคารพาณิชย์ ที่ช่วยในการสกรีนคนซื้อและให้ข้อมูลได้ระดับหนึ่ง แต่เกณฑ์ใหม่ถึงแม้ว่าจะเป็นการเสนอขายให้กับนักลงทุน PP10 ซึ่งเดิมไม่ต้องยื่นไฟลิ่ง แต่ต่อไปจะต้องมีการเปิดเผยข้อมูลผ่านการยื่นไฟลิ่งด้วย เพื่อให้ข้อมูลชัดเจนยิ่งขึ้น

“ต่อไปจะไม่ได้ลัดขั้นตอนเหมือนเมื่อก่อน ที่จะใช้ช่องของนักลงทุน PP10 ที่ทำให้ง่ายและรวดเร็ว เข้าใจว่า ก.ล.ต. กังวลว่าจะใช้หลักอันนี้ไปขายกับนักลงทุนรายใหญ่ที่ยังไม่มีความเข้าใจเพียงพอ จึงต้องเพิ่มความเข้มตรงนี้ขึ้นมา ซึ่งเราเริ่มเห็นการผิดนัดชำระหนี้หลายบริษัท ตั้งแต่ปี 2560 อย่างไอเฟคและเอิร์ธ ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ กระทั่งมาปีนี้ก็มีพีพีพีเอ็ม ก็เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์เช่นกัน ซึ่งทั้งหมดล้วนขายให้กับ HNW ไม่มีใครออกขายให้ประชาชนทั่วไป แม้คนที่ซื้อได้จะเป็นนักลงทุนรายใหญ่ แต่ก็ยังมีความกังวลว่าจะเกิดความเสียหายจากความไม่เข้าใจที่เพียงพอว่าจะมีความเสี่ยง” นางสาวอริยากล่าว

และว่า ผลจากคุมเข้มของ ก.ล.ต.อาจจะส่งผลกระทบกับทางผู้ออก (issuer) หุ้นกู้อยู่บ้าง เพราะเกณฑ์เข้มงวดขึ้น แต่ก็ถือว่าเป็นไปเพื่อประโยชน์ของนักลงทุน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก.ล.ต. หุ้นกู้