เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

สบน.ชี้แจงรัฐกู้ชดเชยขาดดุลกระตุ้นศก.-ดันลงทุนโครงสร้างพื้นฐานพัฒนาปท.

26 ส.ค. 2562 | 10:31น.

นายภูมิศักดิ์ อรัญญาเกษมสุข ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ชี้แจงประเด็นข้อกังวลต่อการเตรียมกู้เงินของรัฐบาลที่อาจส่งผลต่อภาระหนี้และการบริหารจัดการในอนาคต

สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ขอชี้แจงว่า เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนา รัฐบาลทั้งในอดีตและปัจจุบันจึงจัดทำนโยบายการคลังแบบขยายตัว (Fiscal expansionary policy) ผ่านการจัดทำงบประมาณแบบขาดดุลเพื่อยกระดับการพัฒนาของประเทศ ประกอบกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวนในปัจจุบัน ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศอยู่ในภาวะเปราะบาง

การดำเนินนโยบายของรัฐบาลจึงจำเป็นต้องสวนทางกับภาวะเศรษฐกิจ (Counter-cyclical fiscal policy) โดยมุ่งการลงทุนเพื่อการพัฒนา สร้างรายได้ และรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ รวมทั้งเร่งรัดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ และเพิ่มศักยภาพของภาคเอกชนในการลงทุนและการจ้างงาน

ทั้งนี้ ภายใต้พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ กำหนดให้การกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณจะต้องใช้เพื่อการลงทุนเท่านั้น ซึ่งการลงทุนที่ผ่านมาก็ล้วนแต่มีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนา ตัวอย่างโครงการลงทุนที่สำคัญของรัฐบาลปัจจุบัน ได้แก่ โครงการรถไฟทางคู่ โครงการพัฒนาระบบขนส่งมวลชน เช่น รถเมล์ รถไฟฟ้า โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย

รวมทั้งโครงการพัฒนาเชิงสังคม เช่น โครงการพัฒนาระบบชลประทาน พัฒนาด้านการศึกษา และพัฒนาด้านสาธารณสุข เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นโครงการที่ยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร และภูมิภาคทั่วประเทศ นั่นหมายถึงว่าเงินกู้ทุกบาทของรัฐบาลก่อให้เกิดรายได้กลับคืนมายังประเทศ ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อมด้วยเช่นกัน

ดังจะเห็นได้ว่าในช่วงตั้งแต่ปี 2557-2561 ที่ผ่านมา GDP และรายได้ของรัฐบาลมีการเติบโตในอัตราที่สูงกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของหนี้สาธารณะ

พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ได้กำหนดให้มีกรอบวินัยการเงินการคลัง โดยมีการกำหนดสัดส่วนทางการเงินการคลังต่างๆ เพื่อใช้เป็นกรอบในการบริหารหนี้สาธารณะอย่างชัดเจน ซึ่งรวมถึงสัดส่วนงบประมาณเพื่อการชำระหนี้เพื่อเพิ่มวินัยในการชำระคืนต้นเงิน สัดส่วนภาระหนี้ของรัฐบาลต่อประมาณการรายได้ประจำปีงบประมาณที่เป็นตัวชี้วัดความสามารถในการชำระหนี้ (Debt Affordability) และสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ได้กำหนดกลยุทธ์การบริหารหนี้สาธารณะระยะปานกลางเพื่อกำกับติดตามและประเมินความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด

รวมถึงได้เพิ่มเติมการวิเคราะห์สัดส่วนภาระดอกเบี้ยของรัฐบาลต่อประมาณการรายได้ประจำปีงบประมาณ (Interest payment/Revenue) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่ธนาคารโลกได้แนะนำและใช้อย่างแพร่หลายในต่างประเทศเพื่อให้มั่นใจว่ารัฐบาลมีความสามารถในการชำระหนี้ทั้งในปัจจุบันและระยะปานกลาง

นอกจากนั้น การประเมินขององค์กรระหว่างประเทศและบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับประเทศยืนยันฐานะการคลังที่มั่นคงของไทยในปัจจุบันและความสามารถในการชำระหนี้ที่อยู่ในเกณฑ์ดี สูงกว่ากลุ่มประเทศที่อยู่ในระดับเดียวกัน และจากการประมาณการเศรษฐกิจของกระทรวงการคลังในระยะปานกลางและระยะยาว

การลงทุนของรัฐบาลจะสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจสะท้อนได้จากการเติบโตของ GDP การจัดเก็บรายได้ที่เพิ่มขึ้น การขาดดุลงบประมาณที่ลดลงในอนาคต และระดับหนี้สาธารณะต่อ GDP ที่ต่ำลงและไม่เกินร้อยละ 50 รวมทั้งภาระดอกเบี้ยต่อรายได้ของรัฐบาลในช่วงระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า ยังคงอยู่ในระดับเดียวกับปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นระดับที่มีเสถียรภาพ