เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

หอการค้าเชียงใหม่ดัน 4 บิ๊กโปรเจ็กต์แก้ปัญหาเศรษฐกิจ

09 ก.ย. 2562 | 13:48น.

เอกชนเชียงใหม่ชงรัฐ 4 ด้านหลักแก้เศรษฐกิจ “ผังเมือง-ระบบขนส่งสาธารณะ-การท่องเที่ยว-หมอกควัน”

นายวโรดม ปิฏกานนท์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) จังหวัดเชียงใหม่ได้ประชุมหารือแนวทางการพัฒนาและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจังหวัดเชียงใหม่เพื่อเป็นแนวทางให้ภาครัฐพิจารณาสนับสนุน 4 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านผังเมืองและโลจิสติกส์ 2.ด้านระบบขนส่งสาธารณะ 3.ด้านการท่องเที่ยว และ 4.ด้านสิ่งแวดล้อม ปัญหาหมอกควัน เพื่อให้เกิดแนวทางแก้ไขปัญหาที่ตรงประเด็นและทันสถานการณ์การเปลี่ยนแปลง

วโรดม ปิฏกานนท์

สำหรับด้านผังเมืองตามที่กรมโยธาธิการและผังเมืองจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 4 ต่อ (ร่าง) ผังเมืองรวมจังหวัดเชียงใหม่ (ปรับปรุงครั้งที่ 1) โดย กกร.จังหวัดเชียงใหม่เสนอให้มีการออกแบบผังเมืองรวมแบ่งออกเป็น 3 ส่วนได้แก่ เขตเมืองเก่า พื้นที่กันชนนับจากพื้นที่อนุรักษ์ไปถึงทางหลวง 11 (ชม.-ลำปาง) และพื้นที่พัฒนาเริ่มจากทางหลวง 11 ผ่าน 3029 จนถึง 121 โดยขอบเขตผังเมืองรวมให้มีการนำพื้นที่อำเภอสันกำแพงเข้ามาอยู่ในเขตผังเมือง (ปรับปรุงครั้งที่ 4) ให้นำข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดินจริงในปี 2562 เป็นฐานหลักและทำประมาณการใช้ประโยชน์ที่ดินล่วงหน้า 5 ปี ขณะเดียวกันผังเมืองใหม่ควรชี้นำการพัฒนาเมือง่ในด้านต่าง ๆ ที่ครบ ได้แก่ พื้นที่สนามบินแห่งที่ 2 สถานีรถไฟ และโครงสร้างพื้นฐานด้านรถไฟ (รถไฟรางคู่, รถไฟความเร็วสูง, Airport Link, รถไฟเชียงใหม่-เชียงของ, พื้นที่ซ่อมบำรุง พื้นที่ด้านเศรษฐกิจ หรือ transit oriented development (TOD) รถไฟฟ้ารางเบาขนส่งมวลชนที่จะรองรับจะต้องบรรจุสถานีรถโดยสารระหว่างอำเภอ 4 แห่ง, การปรับสถานีรถโดยสารช้างเผือกเป็น park and ride

รวมถึงพื้นที่ TOD แต่ละแห่ง ควรให้มีการพัฒนาอาคารในแนวสูง และส่วนพื้นที่ธุรกิจ ที่อยู่อาศัย สถานศึกษาและสถานพยาบาลให้มีความสอดคล้องกัน และควรกำหนดพื้นที่ที่มีความชัดเจน ได้แก่ พื้นที่โบราณสถาน พื้นที่วัฒนธรรม ย่านเมืองเก่า พื้นที่บำบัดน้ำเสีย และผังเมืองควรมีการระบุพื้นที่ระบายน้ำแนวการพัฒนาคลองแม่ข่า ให้ทำข้อมูลเชิงพื้นที่ โดยทำ data map ด้านผังระบายน้ำในเขตเมืองเชียงใหม่

ด้านระบบขนส่งมวลชนที่รัฐบาลเตรียมให้มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าเริ่มจากสายสีแดง (โรงพยาบาลนครพิงค์-แยกแม่เหียะสมานสามัคคี) เป็นลำดับแรกนั้น เสนอว่าควรเพิ่มเติมงานเขียนและออกแบบและทำประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) สายสีเขียวและสีน้ำเงิน ควบคู่ไปกับสายสีแดงเพื่อจะได้มีการวางแผนดำเนินการที่ต่อเนื่องและสอดคล้องกัน ทั้งนี้ การขยายเส้นทางรถไฟฟ้าอีกสองเส้นทางคือสีเขียวและสีน้ำเงิน ภาครัฐควรสนับสนุนให้เอกชนท้องถิ่นสามารถเข้าถึงโครงการและมีส่วนร่วมในการออกแบบ การดำเนินการก่อสร้าง การบริหารจัดการระบบขนส่ง และร่วมลงทุนเองได้

อีกประเด็นคือ การแก้ปัญหาด้านการท่องเที่ยว ซึ่งสถิตินักท่องเที่ยวที่มาเชียงใหม่ปี 2561 มีทั้งหมด 10,844,753 คน เป็นคนไทย 7.5 ล้านคน ชาวต่างชาติ 3.2 ล้านคน จำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวจีน 2 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2560 4% สามารถสร้างรายได้ให้กับพื้นที่เพิ่มขึ้น 10% ถึง 108,012 ล้านบาท และในอนาคตคาดว่านักท่องเที่ยวจะขยายตัวเป็น 12 ล้านคน ในปี 2562 และในปี 2563-2565 มีประเมินว่าจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้นถึง 15-20 ล้านคน

ประเด็นนี้ภาคเอกชนเสนอให้มีการจัดทำ big data หรือฐานข้อมูลขนาดใหญ่ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัด โดยใช้เครื่องมือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในการรวบรวมข้อมูลด้านการท่องเที่ยวจากหลายแหล่งมาจัดระเบียบให้มีรูปแบบโครงสร้างที่ง่าย สะดวก และรวดเร็วต่อการใช้งานในทุกมิติ นอกจากนี้เสนอให้ส่งเสริมการท่องเที่ยวสู่ชุมชนมากขึ้น โดยสร้างกิจกรรมเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในชุมชน เช่น การพัฒนา street food ย่านวัดศรีสุพรรณ การพัฒนาย่านชุมชนวัดเกตุ บ่อสร้าง ชุมชนดอยสะเก็ด เป็นต้น

ส่วนอีกปัญหาสำคัญคือ ด้านสิ่งแวดล้อมเรื่องปัญหาหมอกควัน ที่เกิดจากการเผาพื้นที่เกษตรและไฟป่าในภาคเหนือ รวมทั้งในเมียนมาและ สปป.ลาว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการเผาต่อซังข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อเตรียมปลูกรอบต่อไป โดย กกร.มีข้อเสนอสำคัญในระดับประเทศ คือการผลักดันกฎหมายอากาศสะอาด และการจัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติ/ระดับจังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ และให้มีแผนแก้ไขที่ชัดเจนเพื่อความเชื่อมั่นในปี 2563 ได้แก่ การจัดตั้งคณะทำงานระดับชาติที่เชื่อมกับการเป็นประธานอาเซียน รวมถึงการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมในพื้นที่ภาคเหนือ ประกอบด้วยเอกชน, ประชาชน, นักวิชาการ, แพทย์ และการท่องเที่ยว