เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 ก.ค. 2569
News ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 ก.ค. 2569
เปิด 10 ไฮไลต์ ‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ แลนด์มาร์กใหม่นนทบุรี เปิด 3 ก.ค.นี้
Business เปิด 10 ไฮไลต์ ‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ แลนด์มาร์กใหม่นนทบุรี เปิด 3 ก.ค.นี้
เปิดบทสัมภาษณ์ “ศุภชัย” ย้ำชัด ความมุ่งมั่นโครงการไฮสปีด 3 สนามบิน หลังคำสัมภาษณ์ถูก “บิดเบือน”
Economic เปิดบทสัมภาษณ์ “ศุภชัย” ย้ำชัด ความมุ่งมั่นโครงการไฮสปีด 3 สนามบิน หลังคำสัมภาษณ์ถูก “บิดเบือน”
เปิดแผน Midterm 2030 ‘บราเดอร์ ประเทศไทย’ ลดพลาสติกใหม่-คาร์บอน
SD เปิดแผน Midterm 2030 ‘บราเดอร์ ประเทศไทย’ ลดพลาสติกใหม่-คาร์บอน
DITTO นำร่องเปิดขาย ‘Blu Green Token’ 3-13 ก.ค.นี้ หนุนลงทุน ‘คาร์บอนเครดิต’
Finance DITTO นำร่องเปิดขาย ‘Blu Green Token’ 3-13 ก.ค.นี้ หนุนลงทุน ‘คาร์บอนเครดิต’
สุรศักดิ์ มธ. ชงวิธีสกัดผู้รับเหมาทิ้งงานรัฐ ชี้แก้ ‘พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ’ ยังไม่พอ
Economic สุรศักดิ์ มธ. ชงวิธีสกัดผู้รับเหมาทิ้งงานรัฐ ชี้แก้ ‘พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ’ ยังไม่พอ
เปิดอาณาจักร ‘ธุรกิจทรัมป์’ รายได้คริปโตมากกว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ ไม่รวมหุ้น-ของขวัญ-ค่าลิขสิทธิ์
World เปิดอาณาจักร ‘ธุรกิจทรัมป์’ รายได้คริปโตมากกว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ ไม่รวมหุ้น-ของขวัญ-ค่าลิขสิทธิ์
ฝนถล่มภูเก็ตท่วมหลายจุด ทน.เตือนรหัสแดง ให้ ปชช.ยกของขึ้นที่สูง
News ฝนถล่มภูเก็ตท่วมหลายจุด ทน.เตือนรหัสแดง ให้ ปชช.ยกของขึ้นที่สูง
“ภิรมย์ภักดี” ตั้งสภาครอบครัวติดตามให้ความเป็นธรรมกรณี ”ทราย“
Business “ภิรมย์ภักดี” ตั้งสภาครอบครัวติดตามให้ความเป็นธรรมกรณี ”ทราย“
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตร ‘ราชพัสตราสู่สากล’ สาธารณรัฐฝรั่งเศส
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตร ‘ราชพัสตราสู่สากล’ สาธารณรัฐฝรั่งเศส
ดูทั้งหมด

เส้นทางความสำเร็จ “สุพจน์ ธีระวัฒนชัย” ผู้ปลุกปั้นโรงเบียร์อันดับ 1 “เยอรมันตะวันแดง”

24 ก.ย. 2562 | 20:11น.

พิราภรณ์ วิทูรัตน์ : เรื่อง

ย้อนกลับไปสัก 20 ปีก่อน ในช่วงที่ประเทศไทยเกิดวิกฤตเศรษฐกิจฟองสบู่แตก ณ เวลานั้นการเริ่มต้นทำธุรกิจเป็นสิ่งที่คนไทยเข็ดขยาด-ไม่กล้าเสี่ยงลงทุนคิดการใหญ่ แต่ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นชายหนุ่มวัย 30 กว่า ๆ ตัดสินใจทำธุรกิจด้วยเงินลงทุนจำนวน 40 ล้านบาท เพื่อเปิดร้านอาหารสเกลใหญ่ รองรับลูกค้าได้ 1,000 ที่นั่ง ตอนนั้นใครต่อใครต่างคิดว่า ธุรกิจนี้ต้องเจ๊งไม่เป็นท่าแน่นอน แต่ผ่านไปเพียงไม่กี่เดือนโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงแห่งนี้ได้รับการตอบรับที่ดีเกินคาด ถึงขนาดที่ต้องมีการจองคิวข้ามสัปดาห์-ข้ามเดือนกันเลยทีเดียว

กว่าจะมาเป็นธุรกิจโรงเบียร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ สุพจน์ ธีระวัฒนชัย ผู้ก่อตั้งโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง ฝ่าฟันอุปสรรค ล้มลุกคลุกคลานทำงานอย่างหนักมาตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 10 ขวบ เขาได้เปิดเผยเรื่องราวชีวิตส่วนตัวตั้งแต่ยังเป็น ด.ช.สุพจน์ ที่เติบโตมาในครอบครัวชนชั้นกลาง จนถึงวันที่ประสบความสำเร็จ สามารถครองตลาดคอเบียร์สดบ้านเราไว้ได้นานกว่า 2 ทศวรรษในพ็อกเกตบุ๊กที่มีชื่อว่า “เมื่อความจนเฆี่ยนตีผม” ชีวประวัติของสุพจน์ ธีระวัฒนชัย ผู้ก่อตั้ง และหุ้นส่วนใหญ่โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง ที่ถูกร้อยเรียงผ่านปลายปากกานักเขียนรางวัลศรีบูรพาอย่าง วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ตีพิมพ์และจัดจำหน่ายโดยสำนักพิมพ์มติชน

 

สุพจน์เติบโตมาในครอบครัวคนจีน มีพี่น้องทั้งหมด 5 คน พ่อทำอาชีพช่างปั๊มโลหะ ส่วนแม่เป็นแม่ค้าขายขนมหวาน หลังเลิกเรียนสุพจน์จะมาช่วยแม่ตั้งโต๊ะขายขนมหวานจำพวกกกล้วยบวชชี ฟักทองเชื่อม ข้าวเหนียวถั่วดำอยู่หน้าบ้าน แต่สุพจน์ไม่หยุดเท่านั้น เขาเริ่มต่อยอดแผงขายของหน้าบ้านด้วยการรับขนมขบเคี้ยวจากตลาด และซื้อน้ำอัดลมเทใส่แก้วพลาสติกขายควบคู่กัน ยิ่งไปกว่านั้นสุพจน์ยังรับแผงจับสลาก 12 ราศีมาขาย เพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินค้าภายในร้าน ปรากฏว่า สินค้าตัวนี้ทำกำไรให้เขามากกว่าอาหารหรือน้ำหวานด้วยซ้ำ

จากแผงขายขนมหวานเล็ก ๆ หน้าบ้าน แม่ของสุพจน์ตัดสินใจลองพับถุงกระดาษขายด้วยการไปซื้อหนังสือพิมพ์เก่ากิโลกรัมละ 50 สตางค์ โดยให้ลูก ๆ ทั้ง 5 คนช่วยกันพับ-ติดกาว แต่หลังจากนั้นเพียงไม่นานครอบครัวของสุพจน์ก็มีอันต้องเปลี่ยนแปลง-โยกย้าย พ่อและแม่ตัดสินใจแยกทางกัน สุพจน์และพี่น้องรวม 5 คนย้ายมาอยู่กับแม่ที่บ้านยายแถวตลาดน้อย แม่ของเขามีความสนใจในธุรกิจการทำเสื้อยืดขายส่งที่ตลาดโบ๊เบ๊ จากเงินลงทุนซื้อผ้าครั้งแรก 3,000 บาท กับจักรเย็บผ้า 3 คัน แม่และลูก ๆ ทุกคนช่วยกันทำเสื้อผ้าขายส่งอยู่หลายสิบปี จนทำให้ครอบครัวมีฐานะมั่นคงขึ้น ธุรกิจขายส่งเสื้อผ้าอยู่คู่กับครอบครัวของเขายาวนานนับสิบปี

กระทั่งสุพจน์เรียนจบจากคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขาตัดสินใจกระโดดลงสู่สนามธุรกิจค้าปลีกเป็นครั้งแรก “แยมแอนด์ยิม” คือ แบรนด์เสื้อยืดที่ประสบความสำเร็จภายในเวลาเพียงไม่นาน แต่ด้วยความประมาทแยมแอนด์ยิมก็หายไปจากตลาดในเวลาอันรวดเร็วเช่นเดียวกัน

“ผมไม่สำเหนียกจริง ๆ ว่ามีเงินหมุนอยู่เท่าไหร่ คิดง่าย ๆ ว่าเสื้อผลิตไม่ทันต้องขยายโรงงาน แต่เมื่อย้ายโรงงานจากบ้านที่ตลาดน้อยไปอยู่ถึงเทพารักษ์ตอนปี 2535 ปรากฏว่า ลูกน้องฝีมือดีของผมลาออกหลายคน ตามไปทำงานด้วยไม่ได้เพราะห่างไกลจากบ้านของพวกเขามาก ผมเสียช่างฝีมือดีไปมาก นั่นคือความผิดพลาดอย่างร้ายแรง วันที่ปิดโรงงานผมเป็นหนี้มูลค่า 29.8 ล้านบาท แต่ทรัพย์สินที่ผมถืออยู่มีมูลค่าประมาณ 30 ล้านบาท ผมต้องรีบปิดโรงงานเพื่อยุติหนี้ ผมเป็นคนให้ความสำคัญกับความรู้สึก ไม่ให้ความสำคัญกับตัวเลข เชื่อไหมว่าเรื่องบัญชีกับงบดุลผมดูไม่เป็น ไม่รู้ว่าต้นทุนจริง ๆ ราคาเท่าไหร่ และต้นทุนแฝงเท่าไหร่”

หลังวิกฤตหนี้ก้อนโต สุพจน์ใช้เวลา 3 ปีในการเคลียร์หนี้สินด้วยการขายทรัพย์สิน และที่ดินของตัวเองที่หามาได้ทั้งหมด ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกันนั้นสุพจน์ได้รู้จักกับ เสถียร เศรษฐสิทธิ์ เจ้าของโรงงานตะปูตรงข้ามโรงงานเสื้อของเขา เสถียรชักชวนสุพจน์มาทำธุรกิจบ้านจัดสรรด้วยกัน การลงหุ้นครั้งนี้ของสุพจน์เกิดช่วงเวลาติดขัดนิดหน่อยเพราะดันไปประจวบเหมาะกับเหตุการณ์วิกฤตฟองสบู่แตกปี 2540 ทำให้ต้องมีการแก้ปัญหากับสถาบันทางการเงินไปพลางด้วย แต่ในขณะเดียวกันสุพจน์ก็ได้บังเอิญรู้จักกับรสชาติเบียร์สดที่ต้มมาจากถังทองแดงเป็นครั้งแรก

จากคนไม่ชอบดื่มเบียร์ สุพจน์เริ่มมองเห็นลู่ทางในการทำร้านอาหารไทยที่มีเบียร์สด เพราะในตอนนั้นคอนเซ็ปต์แทบทุกร้านเป็นไปในทิศทางเดียวกันหมด คือ ขายเบียร์สดเยอรมัน กับอาหารฝรั่ง และส่วนใหญ่เป็นการซื้อแฟรนไชส์เบียร์จากต่างประเทศเข้ามา ทำให้ร้านมีต้นทุนสูง ราคาขายจึงค่อนข้างแพง เขาเริ่มศึกษาค้นคว้าศาสตร์เกี่ยวกับเบียร์อย่างเอาจริงเอาจัง ด้วยการเข้าห้องสมุด ซื้อหนังสือเกี่ยวกับเบียร์ทุกชนิด จากนั้นจึงเริ่มมองหาทำเลที่ตั้ง และซื้อเครื่องจักรต้มเบียร์มาทำ microbrewery จากประเทศต้นกำเนิดอย่างเยอรมนี

“เราอยากขายเบียร์เยอรมัน อาหารไทย ราคาคนไทย นี่คือหัวใจของเรา ราคาคนไทย คือ ราคาถูก กำไรไม่เยอะ เมื่อคุณขายกำไรต่อหัวไม่เยอะ คุณต้องทำร้านให้ใหญ่ ๆ วัดใจกันไปเลย เราจึงสร้างโรงเบียร์ที่จุคนได้ 1,000 ที่นั่ง เชื่อไหมถ้าคุณทำแค่ 200 ที่นั่ง คุณเหนื่อยเท่ากับขาย 1,000 ที่นั่ง และไม่คุ้มกับการลงทุนในเครื่องจักรที่ผลิตเบียร์ได้วันละ 2,000 ลิตร เรื่องวงดนตรี ต้นทุนเรื่องที่ดิน มันเป็นเหตุผลสัมพันธ์กัน เพราะฉะนั้นคุณควรจะมีที่นั่งประมาณ 1,000 ที่นั่ง ประกอบกับเราเชื่อเสมอว่า ในวิกฤตมีโอกาส ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ทุกอย่างย่ำแย่ไปหมด แต่ผมเชื่อว่าคนไทยเป็นชนชาติที่กินข้าวนอกบ้านเยอะที่สุด ผมเชื่อด้วยว่า ถ้าผมตั้งใจจะทำได้ดี ผมจะทำเบียร์ที่อร่อยให้ทุกคนได้ดื่ม ผมจะปรุงอาหารที่อร่อยให้ทุกคนกิน ผมเชื่อว่าพวกผมมีเนื้อแท้”

16 เมษายน พ.ศ. 2542 คือ วันที่เริ่มลงเสาเข็ม “โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง”

5 เดือน คือ สโคปเวลาการก่อสร้างโรงเบียร์ขนาดใหญ่ แม้ร้านจะยังไม่แล้วเสร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่สุพจน์ตัดสินใจเดินหน้าต่อเพราะถือคติ “the show must go on” วันแรกที่เปิดทำการ คนเต็มร้าน แต่วันต่อมาลูกค้าเข้าร้านเฉลี่ยวันละ 100 คน สุพจน์และเสถียรเริ่มนั่งคำนวณกันว่า หากต้องปิดกิจการจะขาดทุนไม่ต่ำกว่า 50-60 ล้านบาท และอาจต้องใช้เวลาถึง 3 ปีกว่าจะคืนทุนทั้งหมด

ผ่านไปเพียงเดือนกว่าปรากฏว่า สถิติลูกค้าเข้าร้านเพิ่มขึ้นทุกวัน ๆ จนมีปรากฏการณ์ลูกค้ารอต่อคิว โดยเฉพาะค่ำคืนวันศุกร์ และวันเสาร์ ด้วยเสียงร่ำลือว่า รสชาติเบียร์ดี อาหารอร่อย ราคาไม่แพง ท่ามกลางวิกฤตฟองสบู่แตก แต่โรงเบียร์แห่งนี้กลับไม่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อย สุพจน์บอกว่า เขามั่นใจประมาณ 70% ตั้งแต่ตอนเปิดร้านใหม่ ๆ ว่า โรงเบียร์แห่งนี้จะประสบความสำเร็จ

“ประการแรก คือ ความรู้สึกอยากเอาชนะ เพราะเราก็พ่ายแพ้มาเยอะ ประการที่สอง เราเชื่อว่าเราน่าจะเข้าใจและจับจุดตลาดได้ดีพอ คนไทยเป็นนักคำนวณ สมมุติเราไปกินส้มตำปูปลาร้าเจ้าหนึ่ง เราจะบอก โอ๊ย ร้านนี้ขายแพงตั้ง 60 บาท ไปกินเจ้าโน้นดีกว่าขาย 40 บาทเอง ถ้าคุณทำให้คนไทยรู้สึกว่า เข้าร้านคุณแล้วคุ้ม เขาจะซื้อของกับคุณ แต่ถ้าเข้ามาแล้วรู้สึกขาดทุน เขาจะไม่ซื้อกับคุณ ผมว่านี่คือหลักพื้นฐานในการทำธุรกิจกับชนชั้นกลาง และประการที่สาม รู้ให้มาก คิดให้มาก ศึกษาให้มาก และตั้งคำถาม-ตอบคำถามตัวเองให้เยอะ ๆ อย่างไม่มีอคติ ไม่มีความลำเอียงในเรื่องเหตุผลทางการตลาด เราขายเบียร์ลดราคาแก้วละ 100 บาท หรือลิตรละ 200 บาท เราเชื่อว่าลูกค้าน่าจะรับได้ เพราะตามเบียร์การ์เด้นทั่วไปเขาขายลิตรละ 120-160 บาท คุณเพิ่มเงินให้เราอีกหน่อยคุณได้กำไรจากการเข้ามาใช้เงินที่นี่ เรามีหลายสิ่งหลายอย่างให้คุณเสพ มีความบันเทิงจากวงฟองน้ำ มีอาหารที่ราคาสมเหตุสมผล และเบียร์เราอร่อยกว่าเบียร์ที่คุณไปกินตามเบียร์การ์เด้นทั่วไป”

นอกจากเบียร์แล้ว ครัวอาหารไทยเป็นอีกอย่างที่สุพจน์ให้ความสำคัญมาก หลังเปิดบริการมาได้ 9 ปี เขาคิดว่า หากจะพัฒนาโรงเบียร์ฯต่อไป ต้องหาความรู้เพิ่มเติม เพื่อให้การทำครัวเป็นไปตามหลักมาตรฐานสากล สุพจน์เข้าเรียนการทำครัวที่วิทยาลัยดุสิตธานี หลักสูตรการประกอบอาหารไทยมืออาชีพ เพื่อยกเครื่อง-รื้อเมนูใหม่ทั้งหมด จนเกิดเป็นเมนูยอดฮิตของร้านอย่าง “ขาหมูทอดตะวันแดง”

ปัจจุบันยอดขายของโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงทั้ง 3 สาขาสูงถึงปีละพันล้านบาท พ่วงด้วยพนักงานอีกหนึ่งพันชีวิต ซึ่งสุพจน์ให้ความสำคัญกับการอบรมพนักงานมาก พนักงานของโรงเบียร์ฯทุกคนจะต้องได้รับการเทรนด์การให้บริการลูกค้าเป็นอย่างดี ทั้งการทักทายลูกค้า ทวนออร์เดอร์ ความขยันในการเติม-การรินเครื่องดื่ม เปลี่ยนภาชนะ ความสะอาดบนโต๊ะ และการสร้างบรรยากาศให้ลูกค้า รวมถึงคุณภาพชีวิตของพนักงานด้วย สุพจน์มักจะชี้นำลูกน้องของเขาเท่าที่มีโอกาสจะทำได้ ทั้งเรื่องการศึกษา ความคิด การยกระดับชีวิต และการวางแผนให้กับอนาคต

ประสบความสำเร็จมาจนถึงวันนี้ แต่สุพจน์บอกว่า เขาไม่เคยมองว่าตัวเองเป็นคนเก่ง กลับรู้สึกอยู่ตลอดว่า ตนไม่เก่ง จะเก่งกว่านี้ได้อย่างไร หรือจะผิดพลาดน้อยกว่านี้ได้อย่างไร

“ผมไม่ชอบเวลามีใครมาชมผมในร้านว่า เฮียเก่งอย่างโน้นอย่างนี้ ผมก็ฟังไปอย่างนั้น เพราะผมรู้สึกว่ามันไม่ใช่ตัวตนผม”