เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

“บอร์ดไฮสปีด”เคลียร์ชัด พร้อมส่งมอบพื้นที่50% ชง”บิ๊กตู่”เคาะเซ็นซี.พี.15ต.ค.นี้

28 ก.ย. 2562 | 16:55น.
“บอร์ดไฮสปีด”เคลียร์ชัดพื้นที่ พร้อมส่งมอบ50% แก้เอกสารแนบท้ายส่งบอร์ดอีอีซีเห็นชอบ 30 ก.ย. ก่อนเทียบเชิญกลุ่มซี.พี.ลงนาม 15 ต.ค.นี้ รถไฟทุบเองซากโฮปเวลล์ 

นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการคัดเลือกโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง – สุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กม. เงินลงทุน 224,544 ล้านบาท เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการคัดเลือกเมื่อวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา ใช้เวลาหารือกันกว่า 6 ชั่วโมง เพราะใช้เวลาพิจารณาร่างเอกสารแนบท้ายสัญญาและร่างจดหมายที่ต้องเชิญกลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัดและพันธมิตร (กลุ่ม CPH) เอกชนที่ได้รับการคัดเลือก

พร้อมส่งมอบพื้นที่50%

แต่เนื่องจากประเด็นการส่งมอบพื้นที่ ทั้งฝ่ายกรรมการและกลุ่ม CPH ยังเห็นไม่ตรงกันในหลายส่วนและไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร แต่เมื่อมองในภาพรวมแล้ว แผนส่งมอบพื้นที่ขณะนี้มีความสมบูรณ์ 50% เป็นไปตามประกาศเชิญชวนเอกชนร่วมลงทุน (RFP) ได้กำหนดว่า ร.ฟ.ท.จะต้องส่งมอบพื้นที่ให้ได้ก่อน 50% โดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นสาระสำคัญคือ ช่วงพญาไท – ดอนเมือง และช่วงสนามบินสุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะส่งมอบพื้นที่ได้ 100% ซึ่งคณะกรรมการคัดเลือกได้ยึดการทำงานกรอบที่ RFP กำหนดไว้ตามที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรรวงคมนาคมมีข้อสั่งการ

ดังนั้น ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ จะให้เจ้าหน้าที่จัดเตรียมรายละเอียดการส่งมอบพื้นที่ทั้งหมด ปรับแก้เอกสารแนบท้ายสัญญาที่ลงลึกเรื่องของรายละเอียดมากไป สิ่งใดที่คุยหลังลงนามได้ก็จะตัดออก และจะสรุปผลการประชุมของคณะกรรมการคัดเลือกเสนอให้คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิจารณาในวันที่ 30 ก.ย.นี้ หาก กพอ. เห็นชอบตามที่คณะกรรมการคัดเลือกเสนอไป ก็จะทำหนังสือถึงกลุ่ม CPH เพื่อนัดลงนามในสัญญาวันที่ 15 ต.ค.นี้ตามนโยบายของรัฐบาล

“ยอมรับว่าการพูดคุยเจรจากันมีความล่าช้า และใช้เวลามาพอสมควรแล้ว บางเรื่องเอาไปคุยหลังลงนามได้ แต่ก็เอามารวบคุยก่อนเซ็นทั้งหมด ทำให้เกิดความล่าช้าขึ้น แต่ต้องเซ็นวันที่ 15 ต.ค.นี้ให้ได้”

นายวรวุฒิ ขยายความว่า การส่งมอบพื้นที่ที่ถกเถียงกันมี 2 ส่วนสำคัญคือ พื้นที่บนดิน เช่น สิ่งปลูกสร้าง ผู้บุกรุก ซึ่งร.ฟ.ท.มีหน้าที่ในการจัดการกับผู้บุกรุก ส่วนสิ่งปลูกสร้างที่เหลือ เช่น บ้านของผู้บุกรุก เอกชนจะต้องเป็นผู้รื้อถอน เป็นต้น

และส่วนของพื้นที่ใต้ดิน ซึ่งเกี่ยวพันกับระบบสาธารณูปโภค ใน RFP ให้ทั้งร.ฟ.ท.และเอกชนต้องช่วยกันประสานงานกับเจ้าของระบบสาธารณูปโภคต่างๆ โดยร.ฟ.ท.จะเป็นผู้แจ้งกับเจ้าของว่า จะต้องใช้พื้นที่ตรงไหน และต้องย้ายอะไรออก ก็ต้องดูแบบก่อสร้างของเอกชนก่อนว่าแนวเส้นทางกระทบมากแค่ไหน จะแค่เฉียดๆบางส่วน หรือทับไปเลย ก็ต้องอาแบบก่อสร้างมาดูกัน โดยเจ้าของระบบสาธารณูปโภคจะต้องเป็นผู้รื้อย้ายและออกงบประมาณในการดำเนินการเอง

รถไฟรื้อโฮปเวลล์เอง

ขณะที่กรณีโฮปเวลล์ โครงสร้างทั้งหมด ร.ฟ.ท.เป็นเจ้าของและยังติดพันเกี่ยวกับการดำเนินคดีกันอยู่ จึงเป็นหน้าที่ของร.ฟ.ท.ที่จะต้องดำเนินการเอง มีค่าใช้จ่ายกำหนดไว้อยู่ จะใช่ 200 ล้านบาทหรือไม่ ต้องไปสืบค้นดูก่อนว่า มีระบุไว้จุดใดใน RFP ถ้ารวมไว้ในกรอบวงเงินที่รัฐอุดหนุน 119,425 ล้านบาท แล้วเอกชนบอกว่าไม่มีการระบุถึงโฮปเวลล์มาก่อนใน RFP ร.ฟ.ท.จะเป็นผู้รื้อถอนให้ แต่ถ้าเอกชนทำไปก่อนก็ค่อยมาเบิกคืนกับรัฐได้ แต่เรื่องนี้ไม่ใช่สาระสำคญที่ต้องคุยกันแล้ว

ส่วนการเวนคืนยังไม่มีอะไรหนักใจ เพราะพ.ร.ฎ.เวนคืนก็ผ่านการพิจารณาคณะรัฐมนตรี (ครม.)แล้ว ขั้นตอนกำลังอยู่ระหว่างการประเมินค่าเวนคืนในที่ดินจุดต่างๆโดยมีคณะกรรมการระดับจังหวัดช่วยประเมิน ทั้งนี้ คณะกรรมการคัดเลือกไม่มีการคุยกันถึงเรื่องที่กลุ่ม CPH ยังไม่ได้รับการปล่อยกู้จากแหล่งเงินทุนหรือการขอความช่วยเหลืออื่นๆแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ยังยืนยันว่า การส่งมอบหนังสือให้เริ่มงาน (Notice to Proceed: NTP) สามารถส่งมอบหนังสือได้หลังลงนาม 1 ปี โดยมีโครงการที่เคยทำในลักษณะนี้แล้วคือ รถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย – มีนบุรี) และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว – สำโรง ) ที่ใช้เวลาส่งหสังสือ NTP หลังลงนาม 1 ปี เพราะติดเรื่องการเข้าพื้นที่ของกรมทางหลวง (ทล.)