“ธรรมนัส” เล็งเปิดทางส.ป.ก.ป้อน EEC -ท่องเที่ยวเชิงเกษตร
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ตรวจสอบพื้นที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ทั่วประเทศใหม่โดยล่าสุดพบมีความเหมาะสมทำการเกษตรจำนวน 31.54 ล้านไร่ หรือ 85% ของที่ดินส.ป.ก.ทั้งหมด แบ่งเป็นพื้นที่เหมาะสมมากเพียง 7% เหมาะสมน้อย 19% และเหมาะสมปานกลาง 59% ส่วนที่เหลือไม่เหมาะสมกับการทำการเกษตร รัฐบาลจึงมีนโยบายนำพื้นที่สปก.ไปเพื่อการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) รวมถึง ด่านสิงขร ด่านสะเดา หรือพัฒนาเป็น แหล่งท่องเที่ยว อาทิ วังน้ำเขียว ดอยแม่สลอง ซึ่งอาจมีการใช้ที่ดินใน สปก.บางส่วน
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ปัจจุบันไทยกำลังเข้าสู่ประเทศสังคมสูงวัย เกษตรกรที่ถือครองที่ดินส.ป.ก.อายุเฉลี่ยสูงขึ้น โดยมีอายุตั้งแต่ 51 ปีขึ้นไป มีจำนวน 1.51 ล้านคน หรือ 62.65% ของจำนวนเกษตกรทั้งหมดที่ถือครองส.ป.ก. 21.44 ล้านไร่ หรือสัดส่วน 66.18% ของพื้นที่ส.ป.ก. ส่งผลให้จำนวนเกษตรกรจะลดลงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเกษตรกรไม่มีทายาททําการเกษตรหรือเกษตรกรไม่ประสงค์ทําการเกษตร คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) จึงเสนอทางเลือกให้เกษตรกรสามารถคืนที่ดินส.ป.ก.เพื่อนำไปจัดสรรใหม่ให้กับเกษตรกรที่ยากจน ซึ่งการคืนที่ดินส.ป.ก.จะใช้งบประมาณจากกองทุนปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในการจ่ายชดเชยให้กับเกษตรกรที่มีความประสงค์จะคืนที่ดินต่อไป
“ในส่วนของอัตราการจ่ายชดเชย จะจ่ายคืน 60% ตามราคาประเมินที่ดินของกรมธนารักษ์ แต่ไม่เกินไร่ละ 60,000 บาท ซึ่งส.ป.ก.มีเงินกองทุนที่ได้จากค่าเช่าที่ประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อปี หรือสะสมประมาณ 4,200 ล้านบาท สามารถนำมาเพื่อซื้อที่คืนหรือจายค่าชดเชย กรณีเกษตรกรไม่มีความประสงค์จะทำเกษตรกรรม หรือไม่มีลูกหลานสืบทอดต่อ โดยปีงบประมาณ 2563 จะไม่มีนโยบายซื้อที่ดินเพิ่มแต่จะเน้นแจกที่ดินให้กับเกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกินแทน” ร.อ.ธรรมนัสกล่าว
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า สำหรับแนวคิดการจัดการที่ดินให้เกษตรกรรายใหม่ ทั้งที่เป็นทายาทและไม่ใช่ทายาท อนาคตอาจให้เช่าระยะยาว 30-40 ปี โดยเกษตรกรรายใหม่ต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดในกฎหมายปฏิรูปที่ดิน เกษตรกรต้องมีการชำระค่าเช่ากับส.ป.ก. สามารถขายสิทธิการเช่าได้ แต่ต้องมีเงื่อนไข เช่น ต้องทำการเกษตรในที่ดินอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ปี และจะมีการสนับสนุนให้กองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) เป็นแหล่งทุนสำหรับการกู้ยืมให้กับเกษตรกรรายใหม่ๆ ปัจจุบันที่ดินส.ป.ก. มีอยู่ใน 72 จังหวัด มีจำนวน 39 ล้านไร่ หรือประมาณ 26% ของพื้นที่เกษตรทั่วประเทศประมาณ 130 ล้านไร่ ได้รับการจัดสรรให้กับเกษตรกรแล้วจำนวน 35.9 ล้านไร่ มีเกษตรกรถือครอง 2.8 ล้านราย แบ่งที่ดินให้จำนวน 2.98 ล้านแปลง