พลังงานพร้อมใช้B10ปี”63 โรงกลั่น-ค่ายรถโดดร่วมมั่นใจมาตรฐาน
กรมธุรกิจพลังงานมั่นใจ มี.ค. 63 พร้อมใช้ B10 เต็มรูปแบบ ถกค่ายรถรับรองมาตรฐาน-ปตท.นำร่องลุยเปิดขายทุกสถานี นโยบายประกันรายได้ปาล์มน้ำมันไม่กระทบต้นทุน ส่วนยอดใช้พลังงาน 8 เดือนพุ่ง กลุ่มเบนซินเพิ่ม 3.9% ดีเซลเพิ่ม 1.7%
นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า กรมได้หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งค่ายรถ ผู้ค้า ผู้ผลิต ถึงความพร้อมมาตรการส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซล B10 เป็นน้ำมันดีเซลสำหรับใช้ในดีเซลทั่วไปอย่างเต็มรูปแบบ ในเดือนมีนาคม 2563 โดยกรมจะประกาศมาตรฐานน้ำมันดีเซล B10 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ใช้งานถึงความปลอดภัย
ขณะที่ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่น และสหรัฐได้มีการประกาศรับรองการใช้น้ำมันนี้ว่ามีความปลอดภัย ทั้งรถบรรทุกเล็ก รถตู้ หรือรถที่มีการผลิตตั้งแต่ปี 2011 สามารถใช้ได้อย่างไม่มีปัญหา จึงต้องการส่งเสริมให้ผู้ใช้รถหันมาใช้ B10 เพิ่มมากขึ้น ส่วนรถยนต์เก่าหรือในรถยนต์นำเข้าจากยุโรปนั้น ได้มีการหารือกับผู้นำเข้า ผู้ผลิตถึงข้อควรระวังในการใช้หรือจะต้องมีการเช็กสภาพรถยนต์อย่างไรบ้าง เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานอีกทั้งยังเป็นการช่วยลดปัญหา PM 2.5 ด้วย
ขณะที่กลุ่มโรงกลั่นเตรียมปรับสภาพระบบการผลิต เพื่อรองรับการใช้ B10 ตามแผนงานในเดือนตุลาคม 2562 คาดว่าในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2562 จะสามารถปรับสภาพน้ำมัน เพื่อใช้ในการผลิต B10 อย่างเต็มรูปแบบได้ โดยผู้ค้าน้ำมันอย่างเช่น ปตท. เตรียมจะเปิดให้บริการจำหน่าย B10 ทุกสถานีน้ำมันในช่วงต้นปี 2563 ส่วนค่ายอื่นเชื่อว่าจะทยอยสามารถเปิดให้บริการได้ 200-300 สถานีบริการทั่วประเทศ ซึ่งจะทำให้เห็นภาพการใช้ B10 อย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องให้บริการน้ำมัน B7 สำหรับผู้ใช้บริการเดิม แต่อาจจะไม่มีมาตรการส่งเสริม ขึ้นอยู่กับผู้ค้าน้ำมันต้องเป็นผู้พิจารณาให้บริการเอง โดยไม่ได้กำหนดว่าต้องให้ทุกสถานีบริการน้ำมันจำเป็นต้องเปิดให้บริการ B7 ทุกสถานีบริการ ส่วนนโยบายประกันรายได้ปาล์มน้ำมันจะไม่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตอย่างแน่นอน โดยต้นทุนที่เกิดขึ้นจะเป็นไปตามราคาของตลาด เนื่องจากนโยบายดังกล่าวเป็นนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรโดยรัฐเข้าชดเชยส่วนต่างของผลผลิต ดังนั้นจึงไม่มีปัญหา
ทั้งนี้ ภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยต่อวันในรอบ 8 เดือน (มกราคม-สิงหาคม) 2562 พบว่า กลุ่มเบนซิน ปริมาณ 32.12 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 3.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในน้ำมันกลุ่มเบนซินเกือบทุกประเภทยกเว้นเบนซินแก๊สโซฮอล์ 91 ซึ่งส่วนต่างราคายังไม่จูงใจ กลุ่มน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ปริมาณ 64.92 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 1.7% เช่น B7 ปริมาณ 62.13 ล้านลิตรต่อวัน ลดลง 2.6% น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B10 เริ่มมีปริมาณการใช้ 0.005 ล้านลิตรต่อวัน หลังจากเริ่มจำหน่ายปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา B20 ปริมาณ 2.78 ล้านลิตรต่อวัน
จากภาครัฐมีมาตรการกำหนดส่วนต่างราคาขายปลีกให้ถูกกว่าดีเซล แต่มาตรการดังกล่าวสิ้นสุดเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2562 ทำให้ราคา B20 ปรับราคาขึ้น 2 บาทต่อลิตร กลุ่มน้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1)19.30 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 0.1% ส่วนLPG 17.97 ล้าน กก.ต่อวัน เพิ่มขึ้น 1.2% และ NGV เฉลี่ย 5.55 ล้าน กก.ต่อวัน ลดลง 11.1% เนื่องจากการปรับลอยตัวราคา NGV และนโยบายส่งเสริมการใช้น้ำมัน B20 จึงส่งผลให้สถานีบริการ NGV นอกแนวท่อทยอยปิดตัวลงอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ การนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงช่วง 8 เดือนแรก แบ่งเป็นน้ำมันดิบเฉลี่ย 916 พันบาร์เรลต่อวัน ลดลง 5.0% มีมูลค่านำเข้า 59,648 ล้านบาทต่อเดือน น้ำมันสำเร็จรูป 80 พันบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้น 23.1% มูลค่านำเข้า 5,270 ล้านบาทต่อเดือน ส่วนการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป 166 พันบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้น 18.6% คิดเป็นมูลค่า 11,283 ล้านบาทต่อเดือน