เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ดันยอดผู้โดยสาร MRT 4 สายเพิ่มขึ้น ‘สีชมพู’ มากสุด
Economic “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ดันยอดผู้โดยสาร MRT 4 สายเพิ่มขึ้น ‘สีชมพู’ มากสุด
ไทม์ไลน์ความขัดแย้ง ‘ทราย สมุทร’ ถึงจุดเปลี่ยน แม่ยื่นถอนฟ้องเปิดทางเจรจา
News ไทม์ไลน์ความขัดแย้ง ‘ทราย สมุทร’ ถึงจุดเปลี่ยน แม่ยื่นถอนฟ้องเปิดทางเจรจา
“แอร์เอเชีย” พร้อมบินเส้นทางระหว่างประเทศจาก “สนามบินหัวหิน”
Business “แอร์เอเชีย” พร้อมบินเส้นทางระหว่างประเทศจาก “สนามบินหัวหิน”
โตโยต้า ปลุกตลาดรถกลางปี ลุ้นส่วนลด ”หนึ่งแสน“ บาท  
Automotive โตโยต้า ปลุกตลาดรถกลางปี ลุ้นส่วนลด ”หนึ่งแสน“ บาท  
‘บอร์ด ป.ป.ส.’ เคาะ 6 มาตรการ สกัดยาเสพติดสนามบิน ใช้ยาแรงคุมเข้มลูกเรือรับหิ้ว
Politics ‘บอร์ด ป.ป.ส.’ เคาะ 6 มาตรการ สกัดยาเสพติดสนามบิน ใช้ยาแรงคุมเข้มลูกเรือรับหิ้ว
ธ.ก.ส. คิกออฟ ‘ดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ ปล่อยกู้ 30,000 ล้าน ยันพร้อมขยายวงเงินหากไม่พอ
Finance ธ.ก.ส. คิกออฟ ‘ดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ ปล่อยกู้ 30,000 ล้าน ยันพร้อมขยายวงเงินหากไม่พอ
รู้ทันก่อนโอนลงทุน : เกราะป้องกันภัยในยุคดิจิทัล
Finance รู้ทันก่อนโอนลงทุน : เกราะป้องกันภัยในยุคดิจิทัล
ราคาทองวันนี้ (3 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,450 บาท ทองรูปพรรณ 66,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,450 บาท ทองรูปพรรณ 66,350 บาท
KTC พบรายการบิ๊กลอต 20 ล้านหุ้น ราคา 35 บาท มูลค่า 700 ล้านบาท
Finance KTC พบรายการบิ๊กลอต 20 ล้านหุ้น ราคา 35 บาท มูลค่า 700 ล้านบาท
ทราเวลเทค เกาหลีทุ่มทุนสู่ Deep Tech
Business ทราเวลเทค เกาหลีทุ่มทุนสู่ Deep Tech
ดูทั้งหมด

ศก.ดิ่งงบฯ ปี”63 เสี่ยงขาดดุลเพิ่ม

06 ต.ค. 2562 | 10:50น.

คอลัมน์ ดุลยธรรม

ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ สถาบันเศรษฐศาสตร์ ม.รังสิต

 

ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ และถูกบรรจุเข้าพิจารณาในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระที่ 1 วันที่ 17 ตุลาคมนี้ ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ตัวเลขงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 พบว่า ยังขาดเป้าหมายหรือยุทธศาสตร์เชิงรุกในการรับมือกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และผลกระทบจากสงครามทางการค้า ขาดการรับมือความท้าทายของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ที่จำเป็นต้องมีโครงการหรืองบประมาณเพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ

เท่ากับงบประมาณไม่ได้ถูกใช้ไปอย่างมียุทธศาสตร์เพื่อบริหารประเทศแบบมองไปข้างหน้า ไม่ได้มุ่งสู่การแก้ปัญหาใหญ่ ๆ ของประเทศที่เผชิญ โดยเฉพาะปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ การลดการผูกขาดเพิ่มการแข่งขัน ปัญหาความถดถอยของความสามารถในการแข่งขัน ตลอดจนความยากลำบากทางเศรษฐกิจและหนี้สินของประชาชนระดับฐานราก และการขาดโอกาสในการเข้าถึงบริการพื้นฐาน เนื่องจากงบประมาณจำนวนไม่น้อยถูกจัดสรรเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าผ่านบัตรสวัสดิการคนจน ใช้วิธีการแจกเงิน มากกว่ามาตรการแบบยั่งยืนในลักษณะสร้างงาน สร้างโอกาสในการเพิ่มรายได้ในระยะยาว

ขณะเดียวกัน เมื่อลงลึกในรายละเอียด งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 จำนวน 3,200,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรายจ่ายประจำ จำนวน 2,393,120.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2562 จำนวน 120,463.8 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 5.3% และคิดเป็นสัดส่วน 74.7% ของวงเงินงบประมาณทั้งหมด

ส่วนรายจ่ายลงทุน มีจำนวน 655,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2562 จำนวน 5,861.8 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 0.9% และคิดเป็นสัดส่วน 20.5% ของวงเงินงบประมาณรวม ลดลงจากปีงบประมาณ 2562 ซึ่งมีสัดส่วน 21.6% เห็นได้ว่า งบประมาณปี”63 ก็ไม่ได้มีการปฏิรูปโครงสร้างงบประมาณ งบฯลงทุนจึงมีสัดส่วนต่ำ เช่นเดียวกับโครงสร้างงบประมาณในหลายทศวรรษที่ผ่านมา

การที่ไม่มีการปฏิรูปโครงสร้างงบประมาณเนื่องจากรัฐบาลที่ผ่านมาไม่ได้เอาจริงเอาใจในการปฏิรูประบบราชการ และการลดขนาดของหน่วยราชการ ยุบและเลิกหน่วยงานที่ไม่มีภารกิจหรือไม่ค่อยมีความจำเป็นแล้ว งบฯปี”63 จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ไม่มาก เพราะไม่ได้มีโครงการที่ก่อให้เกิดการจ้างงานมาก ทั้งที่ขณะนี้ประเทศกำลังเผชิญปัญหาการว่างงานเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ การประมาณการรายได้จากการเก็บภาษีอาจสูงเกินไป อาจจะเกิดการขาดดุลมากกว่าที่คาดการณ์ เพราะเศรษฐกิจขยายตัวต่ำกว่าประมาณการทำให้เก็บภาษีได้น้อย รัฐบาลอาจสามารถจัดเก็บรายได้ประมาณ 2.725 ล้านล้านบาท หากเศรษฐกิจขยายตัวได้ 3-4% ซึ่งไม่แน่ใจว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ในระดับดังกล่าวหรือไม่

อย่างไรก็ตาม อาจแก้ไขได้โดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลโดยเทคโนโลยี เพื่อติดตามให้ผู้ประกอบการเสียภาษีสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง และการเข้าสู่ระบบบัญชีเดียว ทำให้กรมสรรพากรสามารถเก็บภาษีได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในส่วนของการจัดสรรงบฯกลางพบว่า ได้รับการจัดสรรสูงเกินไปกว่า 5 แสนล้าน จุดอ่อนคือขาดรายละเอียดเรื่องโครงการการใช้เงินงบประมาณ ทั้งยังตรวจสอบการใช้เงินได้ยากขึ้น

อีกด้านหนึ่งฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายตุลาการถูกปรับลดงบฯค่อนข้างมาก อย่างหน่วยงานรัฐสภา ซึ่งประกอบด้วย ตั้งงบฯรวมกันที่ 8,684.6 ล้านบาท ลดลงจากเดิม 13.23% ที่น่าสนใจคือ สำนักงานเลขาธิการสภา ถูกตัดงบฯในภาพรวมลงไป 18.47% ขณะที่หน่วยงานของศาล ประกอบด้วย สำนักงานศาลปกครอง, สำนักงานศาลยุติธรรม, สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งงบฯรวมกันที่ 20,234.9 ล้านบาท ลดลงจากเดิม 10.49% โดยศาลรัฐธรรมนูญได้รับงบฯเพิ่ม 25.83%

พิจารณางบประมาณของกระทรวงกลาโหม พบว่า ขอตั้งงบฯไว้ที่ 233,353.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2562 เป็นเงิน 6,226.8 ล้านบาท (คิดเป็น 2.74%) โดยกองทัพบก ได้รับงบฯ 113,677.4 ล้านบาทมากที่สุด ทั้งที่จริง ๆ แล้วงบประมาณกลาโหมควรเน้นไปที่ยุทธศาสตร์พัฒนาศักยภาพการป้องกันประเทศ และความพร้อมเผชิญภัยคุกคามทุกมิติจะดีกว่า โดยเฉพาะรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ

ข้อสังเกตอีกประการคือ ควรเพิ่มงบประมาณทางด้านการศึกษา การวิจัยและสาธารณสุข รวมทั้งควรมีโครงการลงทุนทางด้านการบริหารจัดการน้ำเพิ่มเติมเนื่องจากงบประมาณรายจ่ายปี 2563 มหาวิทยาลัย 53 แห่ง ถูกปรับลดงบประมาณลง โดยมหาวิทยาลัยมหิดลถูกปรับลดงบฯสูงสุดมากกว่า 1,000 ล้านบาทส่วนอีก 23 สถาบันถูกลดงบประมาณ ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท เพราะการปรับลดงบฯมากเกินไปจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาขั้นสูงของประเทศได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ ดุลยธรรม