เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Ajinomoto Young Chef 2026 ปีที่ 2 ชวนคนรุ่นใหม่ปั้นเมนูสุขภาพ
Biz Movement Ajinomoto Young Chef 2026 ปีที่ 2 ชวนคนรุ่นใหม่ปั้นเมนูสุขภาพ
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 400 บาท ทองรูปพรรณ 69,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 400 บาท ทองรูปพรรณ 69,550 บาท
ยืนยันจาก ‘บีโอไอ’ ญี่ปุ่นยกไทยคือบ้านหลังที่สองปักหลักลงทุนต่อ
Economic ยืนยันจาก ‘บีโอไอ’ ญี่ปุ่นยกไทยคือบ้านหลังที่สองปักหลักลงทุนต่อ
‘ทวี’ ซัดงบฯ 70 ไม่ตอบโจทย์ประชาชน ชี้ 4 ข้อทำให้โปรงใส
Politics ‘ทวี’ ซัดงบฯ 70 ไม่ตอบโจทย์ประชาชน ชี้ 4 ข้อทำให้โปรงใส
ธปท.จ่อเสนอ ‘เอกนิติ’ ยกระดับค้ำเอสเอ็มอี ผนึก บสย. ดันแบงก์ปล่อยสินเชื่อปีละ “แสนล้าน”
Finance ธปท.จ่อเสนอ ‘เอกนิติ’ ยกระดับค้ำเอสเอ็มอี ผนึก บสย. ดันแบงก์ปล่อยสินเชื่อปีละ “แสนล้าน”
พ.ค. ใช้น้ำมันร่วง 4.2% เหลือ 148.39 ล้านลิตร/วัน E20 โตแรง 27%
Economic พ.ค. ใช้น้ำมันร่วง 4.2% เหลือ 148.39 ล้านลิตร/วัน E20 โตแรง 27%
สภาฯ ถกงบ 70 วาระ 2 ‘เอกนิติ’ ยันปรับลด 11,162 ล้าน รับเหตุปัจจุบัน-คุ้มค่า
Politics สภาฯ ถกงบ 70 วาระ 2 ‘เอกนิติ’ ยันปรับลด 11,162 ล้าน รับเหตุปัจจุบัน-คุ้มค่า
ธนารักษ์เปิดจ่ายแลกเหรียญที่ระลึกการแข่งขันซีเกมส์-อาเซียนพาราเกมส์ ชนิด 20 บาท
Finance ธนารักษ์เปิดจ่ายแลกเหรียญที่ระลึกการแข่งขันซีเกมส์-อาเซียนพาราเกมส์ ชนิด 20 บาท
คิกออฟ กม. Data Sharing รัฐเดินหน้าเชื่อมข้อมูลภัยพิบัติ ใน 60 วัน
Tech คิกออฟ กม. Data Sharing รัฐเดินหน้าเชื่อมข้อมูลภัยพิบัติ ใน 60 วัน
ท่องเที่ยวชลบุรีชี้ ทหารสหรัฐ5พันนาย เติมสีสันพัทยาช่วงโลว์ซีซั่น เงินสะพัด 100 ล้าน
เศรษฐกิจภูมิภาค ท่องเที่ยวชลบุรีชี้ ทหารสหรัฐ5พันนาย เติมสีสันพัทยาช่วงโลว์ซีซั่น เงินสะพัด 100 ล้าน
ดูทั้งหมด

ยก2…ทีวีดิจิทัล เปิดเกมหั่นต้นทุน เพิ่มทางรอด

09 ต.ค. 2562 | 20:15น.

นับถอยหลัง 10 ปีกับอายุใบอนุญาตทีวีดิจิทัลที่เหลือ และผู้เล่น 15 ช่อง เกมนี้ไม่มีหมู เพราะงบฯโฆษณา ถือเป็นเส้นเลือดหลักเลี้ยงช่องทีวี ไม่ได้อู้ฟู่ดังที่หลาย ๆ คนคาดหวัง

ล่าสุด สมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (MAAT) คาดการณ์ว่า ปีนี้งบฯโฆษณาโดยรวมจะไม่โต หรือมีมูลค่าประมาณ 117,104 ล้านบาท ขณะที่การใช้งบฯผ่านสื่อทีวีกลับลดเหลือ 64,800 ล้านบาท ลดลง 2% จากปีก่อน ที่มีมูลค่า 66,000 ล้านบาท

ตัวเลขดังกล่าวอาจสะท้อนให้เห็นว่า จากนี้ไปการสู้ต่อของ 15 ช่องที่เหลือ จะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อทีวีลดลงเรื่อย ๆ จากพฤติกรรมการรับสื่อของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ประกอบกับเศรษฐกิจโดยรวมไม่โต ทำให้สินค้าก็หั่นงบฯโฆษณาลงเรื่อย ๆ การแข่งขันของทีวีดิจิทัลจากนี้ไป

นอกจากการแข่งขันเรื่องคอนเทนต์เพื่อดึงเรตติ้ง เพื่อดึงเม็ดเงินโฆษณาให้ได้มากที่สุดแล้ว การบริหารจัดการต้นทุนก็เป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยประคองตัวให้สามารถเดินต่อได้จนครบกำหนด

ช่อง 7-3 รีรันถี่ยิบ ลดต้นทุน

เริ่มตั้งแต่ช่อง 7-3 ที่อัดคอนเทนต์ละครรีรันแบบถี่ยิบ ล่าสุดเมื่อช่อง 35 เอชดี (ช่อง 7) ได้ปรับผังรายการใหม่ โดยเริ่มตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา และยิงยาวไปจนถึงสิ้นปี

ความน่าสนใจของผังใหม่ คือ การหั่นต้นทุนลง สะท้อนจากการดึงภาพยนตร์ ซีรีส์ต่างประเทศ ที่เคยออกอากาศช่วงละครหลังข่าว หรือช่วงเวลา 23.10-00.40 น. ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดีออก และใส่รายการวาไรตี้รีรันแทน เช่น รายการแหวน 5 ท้าแสน เชฟกระทะเหล็กประเทศไทย เกมแจกเงิน เป็นต้น

ส่วนวันศุกร์-อาทิตย์ยังคงรายการใหม่ ได้แก่ วันศุกร์ รายการฮัลโหลซุปตาร์ ต่อด้วย สด ๆ บทไม่มีออนทีวี ตามด้วยวันเสาร์ มีบิ๊กซีนีม่า และวันอาทิตย์มี เรื่องจริงผ่านจอ เป็นแม็กเนต

ขณะที่ความเคลื่อนไหวของช่อง 3 “อริยะ พนมยงค์” กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารช่อง 3 (ช่อง 33 เอชดี) กล่าวว่า การหายไปของทีวีดิจิทัล 7 ช่อง ไม่ได้ทำให้ภาพการแข่งขันลดน้อยถอยลง แต่ในทางกลับกันกลับเพิ่มดีกรีขึ้น เนื่องจากผู้เล่นที่เหลืออยู่อีก 15 ราย ก็พร้อมลุยต่อ เพื่อช่วงชิงเม็ดเงินโฆษณาที่เหลืออยู่เช่นกัน ทำให้ช่อง 3 ต้องพยายามเพิ่มเรตติ้ง จากการปรับกลยุทธ์ในหลาย ๆ ส่วน เริ่มตั้งแต่การปรับผังรายการใหม่ เพื่อสร้างรายได้ พร้อมกับหาแหล่งรายได้ใหม่ เพื่อลดการพึ่งพารายได้จากโฆษณาเพียงอย่างเดียว ด้วยการเร่งเพิ่มรายได้จากช่องทางใหม่ ๆ เช่น สื่อออนไลน์ การบริหารจัดการดารานักแสดง หรือการขายคอนเทนต์ไปต่างประเทศ เป็นต้น รวมถึงปรับรายการใหม่เพื่อสร้างเรตติ้ง

สำหรับเฟสแรก ได้ปรับโฉมรายการข่าว 3 รายการ ได้แก่ เรื่องเล่าเช้านี้ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ และข่าว 3 มิติ เริ่มตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ส่วนรายการข่าวที่เหลือจะทยอยปรับให้แล้วเสร็จในไตรมาส 4 และเฟส 2 จะเริ่มต้นปี 2563 ด้วยการเติมรายการวาไรตี้และละครใหม่ เพื่อกู้เรตติ้งคืน

แหล่งข่าวระดับสูงจากวงการทีวีวิเคราะห์ว่า จากนี้ไปการแข่งขันของทีวีจะรุนแรงขึ้น เพราะช่องที่เหลืออยู่ต่างก็มีจุดแข็ง มีแคแร็กเตอร์ รวมถึงมีฐานคนดูที่ชัดเจน ขณะที่คอนเทนต์ที่แต่ละช่องปล่อยออกตอนนี้ก็ไม่ได้แตกต่างกัน ผังรายการหลัก ๆ ส่วนใหญ่เป็นละคร และรายการวาไรตี้รูปแบบเดิม ๆ

ทำให้ตลาดไม่คึกคัก ประกอบกับเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อทีวีโดยรวมก็ตกลงเรื่อย ๆ ทำให้ช่องที่เหลืออยู่ต่างก็พยายามลดต้นทุนให้มากที่สุด โดยช่อง 3 ถือว่าชัดเจน เพราะเริ่มลดต้นทุนลงตั้งแต่ปลายปีก่อน ด้วยการใส่ละครรีรันเข้ามาเรื่อย ๆ ทำให้ผังรายการวันจันทร์-ศุกร์ในปัจจุบันมีละครรีรันถึง 3 ช่วงเวลาต่อวัน

เริ่มตั้งแต่ละครดังข้ามเวลา ออกอากาศเวลา 08.25-10.00 น. ต่อด้วยช่วงที่ 2 เวลา 13.45-15.45 น. และละครช่วงเย็นเวลา 18.00-19.00 น. ต่อด้วยเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ก็ได้ปรับลดเวลาออกอากาศของละครไพรมไทม์ จากเดิม 3 ชั่วโมง เหลือ 2.30 ชั่วโมง เพื่อลดต้นทุนการผลิตโดยรวมลง ให้สอดรับกับสภาพเศรษฐกิจและเม็ดเงินโฆษณาที่ลดลงต่อเนื่อง รวมถึงการตัดสินใจลดขนาดขององค์กร ด้วยการปลดทีมข่าวเหลือ 200 คน เพื่อสร้างความคล่องตัวทางการแข่งขัน

นอกจากนี้ แหล่งข่าวระดับสูงจากวงการทีวียังระบุเพิ่มเติมว่า ขณะที่คนดูทีวีหลังช่วงเวลา 23.00 น. ก็ลดจำนวนลงเรื่อย ๆ เนื่องจากพฤติกรรมคนดูเปลี่ยนไป มีทางเลือกมากขึ้น ทำให้หลายช่อง รวมถึงเจ้าตลาดอย่างช่อง 7 ก็พยายามปรับตัว ด้วยการใส่รายการ หรือละครรีรัน หลังช่วงเวลา 23.00 น. เพื่อลดต้นทุนและให้ช่องสามารถแข่งขันต่อได้ท่ามกลางเม็ดเงินโฆษณาที่ไม่เติบโต

ช่องใหม่ติดปีก…ไล่บี้เก็บเรตติ้ง

ขณะที่บรรดาช่องใหม่ ทุนหนาที่เหลืออยู่ทั้ง 13 ช่อง ต่างประกาศปรับกลยุทธ์แบบไม่มีใครยอมใคร ด้วยการเติมรายการใหม่เพิ่มเข้ามา ขณะเดียวกันยังคงสัดส่วนรายการรีรันไว้

เริ่มด้วยโมโน 29 ที่มีเรตติ้งอันดับ 3 ก็ไล่บี้เก็บเรตติ้งจากเบอร์ 2 อย่างช่อง 3 แบบหายใจรดต้นคอ

“บรรณสิทธิ์ รักวงษ์” ผู้อำนวยการช่อง บริษัท โมโน บรอดคาซท์ จำกัด ผู้บริหารช่องโมโน 29 บอกว่า โมโนจะยังเดินหน้าตอกย้ำโพซิชั่นเดิมที่มีความแข็งแกร่ง คือ การวางตัวเองเป็นช่องหนังและซีรีส์ ที่ผ่านมาได้ทยอยซื้อคอนเทนต์หนังและซีรีส์จากสตูดิโอดังในต่างประเทศหลายราย ทำให้โมโน 29 ได้สิทธิ์นำภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เข้ามาฉายบนฟรีทีวีไทยจำนวนมาก พร้อมเสริมคอนเทนต์ใหม่เข้ามา เพื่อจะขยายฐานผู้ชมให้กว้างขึ้น ด้วยการใช้คอนเทนต์ข่าวเป็นตัวนำ โดยร่วมกับพันธมิตร เช่น ลงทุนแมน แบไต๋ เป็นต้น เพื่อเก็บฐานผู้ชมกลุ่มแมสให้มากขึ้น

ด้านเวิร์คพอยท์ทีวี “ชลากรณ์ ปัญญาโฉม” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานดิจิทัลทีวี บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ครึ่งปีหลังยังเดินหน้าด้วยกลยุทธ์เดิม คือ การทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์ (collaborations) พร้อมทดลองอะไรใหม่ ๆ มากขึ้น และเปลี่ยนให้เร็ว ๆ ล่าสุดร่วมกับเฟซบุ๊ก ทำรายการ “Social Icon Thailand” เริ่มออกอากาศเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา อีกโปรเจ็กต์ร่วมกับ ZAAP Party ทำรายการ ZAAP on Sale และจะมีรายการใหม่ออกไตรมาสละ 2-3 รายการ

ส่วนช่องวัน 31 ก็ทยอยเก็บเรตติ้งมาเรื่อย ๆ ล่าสุดเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เรตติ้งขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 5 ของตาราง พร้อมอัดละครรสแซบแบบไม่ออมมือ เช่น ภาตุมาต ฤกษ์สังหาร เป็นต้น ส่วนช่องร่วมค่ายแกรมมี่ อย่างจีเอ็มเอ็ม 25 ก็ประกาศเขย่าผังใหม่ ด้วยการปรับโฉมรายการข่าว พร้อมดึง “จุ๋ม-นพขวัญ นาคนวล” หรือ “จุ๋มปอยเด้ง” เข้ามาเสริมทัพ รายการข่าวเย็น 25 เพื่อขยายฐานผู้ชมกลุ่มแมสเช่นกัน

ขณะเดียวกันปีนี้ พีพีทีวี ของ นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ถือว่าทำผลงานได้ดี ล่าสุดเลื่อนขึ้นมาอยู่อันดับที่ 10 พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายต่อไป กับการก้าวขึ้นไปอยู่ในกลุ่มท็อป 5 ด้วยการระดมสารพัดแม็กเนตต่อเนื่อง ทั้งถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีก รวม 3 ฤดูกาล อีกทั้งปล่อยละครลงจอทุกวันพุธ-พฤหัสบดี-ศุกร์ เวลา 20.15-21.15 น.

ตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา และต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เพิ่งเสริมทัพด้วยรายการวาไรตี้หลายรส เช่น “เที่ยวให้สุด สมุดโคจร” กินเที่ยวอะราวเดอะเวิลด์ รายการเรียลิตี้ ทอล์ก ออน เจอร์นีย์ รูปแบบใหม่ “ตามสัญญา” จากค่ายเจเอสแอล ที่ได้ ดู๋ สัญญา มาเป็นพิธีกร

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ด้านช่องไทยรัฐทีวีก็เติมรายการวาไรตี้ลงจอเดือนตุลาคมเช่นกัน เช่น เดอะเฟซเมนไทยแลนด์ ซีซั่น 3 ออกอากาศเวลา 16.40-18.00 น. เริ่มตอนแรกเมื่อวันเสาร์ที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา

สู้จนหยดสุดท้าย

บริษัท นีลเส็น (ประเทศไทย) จำกัด รายงานความนิยมของผู้ชม (เรตติ้ง) ช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายที่ทีวีดิจิทัลทั้ง 7 ช่องได้ยุติการออกอากาศลง พบว่า ช่องที่มีเรตติ้งกลุ่มท็อป 5 ไม่เปลี่ยนแปลง ประกอบด้วย ช่อง 7 เรตติ้ง 1.926 ช่อง 33 เอชดี 1.163 โมโน 29 เรตติ้ง 0.901 เวิร์คพอยท์ 0.711 และช่องวัน 0.670

ขณะที่ช่องที่มีเรตติ้งอันดับ 6-10 มีการเปลี่ยนแปลงอันดับกันเล็กน้อย เมื่อเทียบกับเรตติ้งช่วงเดือนสิงหาคมที่่ผ่านมา โดยเฉพาะช่อง 28 เอสดี แผ่วแรงลง เพราะเตรียมยุติออกอากาศในเดือนตุลาคม ทำให้เรตติ้งตก จากอันดับที่ 8 ในเดือนสิงหาคม เป็นอันดับที่ 9 ในเดือนกันยายน

เกมนี้ผู้เล่นที่เหลือ 15 ช่อง ต่างออกหมัดแลกกันแบบไม่มีกั๊ก หวังโกยเรตติ้ง เรียกเม็ดเงินโฆษณา เพื่อเข้าสู่เส้นชัยให้ได้ ส่วนสภาพก่อนเข้าเส้นชัยเมื่อครบกำหนดตามอายุใบอนุญาตจะ กำไร หรือ ขาดทุน ก็ต้องวัดกัน