เงินบาทเปิดทรงตัวที่ 30.40 บาท/ดอลลาร์ ลุ้นผลเจรจาเทรดวอร์คืนนี้
ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์ ประธานนักกลยุทธ์ตลาดทุนสายงานธุรกิจตลาดเงินทุนธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ (11 ต.ค.) ที่ระดับ 30.40 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อน โดยกรอบค่าเงินบาทวันนี้อยู่ที่ 30.38-30.48 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้ ในคืนที่ผ่านมาเรื่องเด่นที่สุดของตลาดการเงินหนีไม่พ้นทิศทางของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ล่าสุดตลาดยังคงมีความหวังว่าทั้งสองประเทศอาจหาข้อตกลงการค้าได้บ้าง หนุนให้ตลาดอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง (Risk On) รอลุ้นผลการเจรจาคืนนี้
ซึ่งปัจจัยดังกล่าวกดดันพันธบัตร (บอนด์) ทั่วโลกและกดดันเงินดอลลาร์ให้อ่อนค่าลง ล่าสุด อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) สหรัฐอายุ 10 ปี ขยับขึ้นมาที่ระดับ 1.67% (7.4bps) พร้อมกับบอนด์ยีลด์เยอรมัน 10 ปีที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดของเดือนนี้ที่ 0.46% (ปรับตัวขึ้น 8bps) และยีลด์ที่ปรับตัวขึ้นแรงที่สุดคืออังกฤษ 12.7bps ซึ่งเป็นผลมาจากทั้งภาวะ Risk On และความหวังจากการเจรจา Brexit
ดร.จิติพล กล่าวว่า ในส่วนของค่าเงินบาทช่วงวันก่อนหน้านี้ถือว่าผันผวนอย่างหนัก เห็นได้จากช่วงเช้าเงินบาทแข็งค่าลึกแตะระดับ 30.26 บาทต่อดอลลาร์ทำจุดต่ำสุดใหม่ของปี แต่ในช่วงบ่ายเงินบาทกลับตัวอ่อนค่าอย่างรวดเร็วทะลุ 30.44 บาทต่อดอลลาร์กลับขึ้นไปได้ เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเห็นว่ากำลังศึกษานโยบายที่จะนำมาใช้เพื่อดูแลค่าเงินที่แข็งค่าเกินไปอยู่
“เรามองว่าที่ความเห็นของ ธปท.เป็นความเสี่ยงที่อาจทำให้เงินบาทอ่อนค่าได้ถึง 30.60 บาทต่อดอลลาร์ได้ขณะเดียวกันก็เป็นการสร้างแนวรับทางจิตวิทยาใหม่ที่ระดับ 30.25 บาทต่อดอลลาร์ไปพร้อมกัน” ดร.จิติพลกล่าว
ดร.จิติพล กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ดีในระยะยาวเชื่อว่าทิศทางนโยบายการเงินของกลุ่มธนาคารกลางใหญ่ทั่วโลกเป็นประเด็นที่สามารถชี้นำตลาดได้มากกว่าการดูแลตลาดเงินและเศรษฐกิจในประเทศถ้าท้ายที่สุด “เงินหยวน” กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาการค้าหรือธนาคารกลางสหรัฐใช้นโยบายเพิ่มขนาดงบดุลหรือ “QE” ก็มีโอกาสสูงที่จะเห็นเงินบาทและสกุลเงินเอเชียทยอยแข็งค่าได้ต่อในช่วงท้ายปี