เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
เศรษฐกิจภูมิภาค CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
“พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
Real Estate “พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
Real Estate ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
ดูทั้งหมด

ตลาดแรงงานอาเซียนสดใส การผลิต-สุขภาพ-ก่อสร้างบูม

15 ก.ย. 2560 | 11:23น.

บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยข้อมูลผลสำรวจเรื่องภาพรวมตลาดงาน ประจำปี 2560 (Job Market Outlook 2017) ซึ่งดำเนินการในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้ประกอบการกว่า 3,000 องค์กร และผู้หางานอีกกว่า 8,000 คน จาก 6 ประเทศในอาเซียน ที่ประกอบด้วย เวียดนาม, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย และไทย

“นพวรรณ จุลกนิษฐ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยจากสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ส่งผลทำให้กำลังซื้อกลับมาสดใส ขณะที่ภาคการผลิตเริ่มกลับเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมอีกครั้ง จึงทำให้ตลาดการจ้างงานฟื้นตัว

ทั้งนี้ จากรายงานผลสำรวจภาพรวมตลาดงานประจำปี 2560 ระบุว่า แนวโน้มการจ้างงานของผู้ประกอบการทั้งภูมิภาค เมื่อเปรียบเทียบกับการคาดการณ์ภาพรวมตลาดงานอีก 5 ประเทศในอาเซียน ผู้ประกอบการไทยมีแนวโน้มจ้างพนักงานเพิ่มเป็นอันดับที่ 3 รองจากฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ขณะที่ภาพรวมทุกประเทศพบว่า 50% ของผู้ประกอบการจะจ้างพนักงานใหม่มาแทนตำแหน่งงานที่ว่าง ส่วน 22% คาดว่ามีการขยายกิจการ และการจ้างงานเพิ่ม และมีเพียง 7% เท่านั้นที่จะไม่จ้างพนักงาน

นพวรรณ จุลกนิษฐ์

ในส่วนของผู้ประกอบการมองว่า ตลาดงานในกลุ่มธุรกิจการผลิต, ธุรกิจสุขภาพ, ธุรกิจการก่อสร้างมีแนวโน้มดีขึ้น แต่ตลาดงานในกลุ่มธุรกิจบริการ และด้านการเงิน และธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค มีแนวโน้มจะแย่ลง แต่สำหรับฝั่งผู้หางานกลับมองว่าตลาดงานในกลุ่มธุรกิจบริการ และด้านการเงิน ธุรกิจสุขภาพ ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค ธุรกิจพลังงาน และธุรกิจการผลิต มีแนวโน้มแย่ลง

“ดังนั้น ภาพรวมตลาดงานทั้งอาเซียนในปีนี้ คาดว่าน่าจะหดตัวเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากเศรษฐกิจโดยรวมของอาเซียนเป็นช่วงขาลง อันเป็นผลมาจากการปรับตัวของราคาน้ำมันโลก และการชะลอตัวของเศรษฐกิจของจีน ซึ่งผู้ประกอบการและผู้หางานต่างมองว่า ตลาดงานทั้งภูมิภาคในปีนี้มีแนวโน้มซบเซาเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยผู้ประกอบการให้คะแนนเพียง 3.16 ส่วนผู้หางานให้คะแนน 3.46 จากคะแนนเต็ม 7 ซึ่งมีเพียงฟิลิปปินส์ และเวียดนามเท่านั้นที่มองว่า ตลาดงานปีนี้มีแนวโน้มเติบโตขึ้น”

ส่วนภาพรวมตลาดแรงงานไทยในปี 2560 จากรายงานผลสำรวจพบว่า 43% ของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมคาดว่า ธุรกิจจะขยายกิจการและจ้างงานเพิ่ม ขณะที่ 39% คาดว่าจะมีการจ้างงานเพื่อทดแทนตำแหน่งงานเดิมที่ว่างลง หรือเฉพาะตำแหน่งงานที่จำเป็นเท่านั้น

“ความต้องการผู้หางานที่มีความสามารถยังมีต่อเนื่อง จากการเข้ามาลงทุนของต่างชาติ โดยเฉพาะธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค บริการ และค้าปลีก ผู้ประกอบการคาดว่า ธุรกิจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและธุรกิจการผลิตจะเติบโตดีกว่าปีก่อน โดยมีคะแนนเต็ม 7 ขณะที่ผู้หางานมองว่า ธุรกิจบริการด้านการเงิน (3.86) ธุรกิจด้านโทรคมนาคม (3.83) และธุรกิจการผลิต (3.53) จะเติบโตน้อยกว่าปีก่อน”

ทั้งนี้ จากรายงานผลสำรวจยังระบุอีกว่า 39% ของผู้ประกอบการคาดการณ์ว่า ตลาดแรงงานในประเทศไทยจะดีขึ้นกว่าปีก่อน สวนทางกับมุมมองของผู้หางานกว่า 50% ที่เชื่อว่า ตลาดงานจะซบเซากว่าปีที่ผ่านมา

โดยปัจจัยที่ทำให้ผู้หางานมองภาพรวมตลาดงานในเชิงลบ เป็นผลจากการแข่งขันที่เข้มข้นมากระหว่างผู้หางานที่อยู่ในสายงานเดียวกัน ประกอบกับความยากในการเข้าถึงตำแหน่งงานที่ตรงใจผู้หางาน โดยเฉพาะธุรกิจพลังงาน (6.20) ธุรกิจการผลิต (5.93) ธุรกิจโทรคมนาคม (5.67) ขณะที่ตำแหน่งงานที่ผู้หางานคาดว่ามีโอกาสค้นพบตำแหน่งงานที่ตรงใจ คือ ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค (3.63) ธุรกิจการผลิต (3.53) และธุรกิจโทรคมนาคม (3.50)

“นพวรรณ” กล่าวเพิ่มเติมว่า จากรายงานผลสำรวจ ผู้หางานยังมองว่าจากแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจต่าง ๆ รวมทั้งบริษัทต่างชาติที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในไทย ประกอบกับสัญญาณการเติบโตในเชิงบวกของธุรกิจสตาร์ตอัพจะก่อให้เกิดอาชีพใหม่ หรือรูปแบบการทำงานที่หลากหลายมากขึ้น จะทำให้เกิดทักษะการทำงานใหม่ที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับเนื้องาน จนส่งผลให้เกิดตำแหน่งงานใหม่ ๆ มากยิ่งขึ้น ทั้งยังต้องการแรงงาน ต้องการทักษะที่มีความแตกต่างกันมากขึ้นอีกด้วย

“กุญแจสำคัญในการดึงดูดคนคุณภาพให้เข้ามาร่วมงาน ภายใต้สภาวะที่ตลาดงานมีการแข่งขันสูง ปัจจัยสำคัญผู้ประกอบการควรใช้สื่อออนไลน์ให้เกิดประโยชน์ ไม่ใช้เพื่อการสร้างแบรนด์องค์กร การทำการตลาด และติดต่อสื่อสารกับลูกค้าเท่านั้น ช่องทางออนไลน์ยังกลายเป็นช่องทางหลักที่ใช้ในการสรรหาว่าจ้าง และประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ขององค์กร ซึ่งปัจจุบันผู้หางานเลือกบริษัท มากกว่าบริษัทเลือกผู้หางาน”

ทั้งนี้ ในรายงานผลสำรวจยังระบุอีกว่า กว่า 52% ของผู้หางานเลือกใช้ช่องทางออนไลน์ในการค้นหาตำแหน่งงาน ซึ่งความนิยมในการใช้ช่องทางออนไลน์หางานมากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของอินเทอร์เน็ต และสมาร์ทโฟน อีกทั้งผู้หางานใช้เว็บไซต์งานในการติดตาม และดูความเคลื่อนไหวตลาดงาน อยู่ที่ 5.53 คะแนน แต่มีการใช้เว็บไซต์สมัครงานใหม่อยู่ที่ 5.47 คะแนน

“ฉะนั้น ผู้ประกอบการจึงต้องให้ความสำคัญกับการใช้ช่องทางออนไลน์ เพื่อดึงดูดผู้หางานคุณภาพ เช่น การเลือกใช้เว็บไซต์งานที่มีคุณภาพ นอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้หางานในการค้นหา และเข้าถึงตำแหน่งงานดี ๆ ตลอดเวลา ยังช่วยเพิ่มโอกาสในการได้งานอีกด้วย”

นอกจากนี้ ข้อมูลจากการสำรวจของจ๊อบส์ ดีบี กว่า 1,500 ตัวอย่าง เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา พบว่าการอัพเดตโปรไฟล์อย่างสม่ำเสมอของผู้หางาน ทำให้ 80% ของผู้หางานได้รับการติดต่อเสนองาน และ 74% ได้งานทำภายใน 1 เดือนหลังจากสมัครงาน

ถึงตรงนี้ “นพวรรณ” บอกว่า นอกจากการคำนึงถึงการเพิ่มจำนวนบุคลากรในองค์กร สิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญต่อมา คือ การรักษาและพัฒนาศักยภาพของพนักงานให้อยู่ในองค์กรต่อไป เพราะการสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กรอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ ผู้ประกอบการควรลงทุนเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ด้วยการสนับสนุนงานที่ช่วยเพิ่มคุณภาพ ทักษะของพนักงาน เพิ่มโอกาสและรายได้ เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็น และพัฒนาความสามารถของพนักงาน รวมไปถึงความเท่าเทียมกันของทุกคน

“ในช่วงไตรมาส 1-3 ของปี 2560 ที่ผ่านมา ตำแหน่งงานที่มีผู้สมัครงานผ่านเว็บไซต์ จ๊อบส์ ดีบี มากที่สุด คือ การขาย, การตลาด และ พี.อาร์, วิศวกร, แอดมิน และเอชอาร์ สุดท้ายงานด้านไอที ส่วนตำแหน่งงานที่ผู้ประกอบการต้องการในช่วงไตรมาสสุดท้าย และคาดว่าน่าจะต้องการจนถึงปีหน้า คือ การขาย, วิศวกร, ไอที, บัญชี และงานแอดมิน และการตลาด”

“ดังนั้น ความท้าทายของตลาดงานหลังจากนี้ ขณะที่ประเทศไทยกำลังขับเคลื่อนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 จึงมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำงาน โดยขณะนี้ผู้ประกอบการมีการปรับตัวเพื่อรับกับนโยบายแล้ว แต่เรามองว่าการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาทดแทนกำลังจะไม่สามารถทำได้ 100% เพราะคนยังมีเรื่องของ Human Touch อยู่ อีกทั้งในบางอาชีพก็ใช้ AI ทดแทนไม่ได้ ผู้หางานจึงจำต้องเพิ่มทักษะที่เกี่ยวข้องกับงาน ทั้งความกว้าง และความลึกไปพร้อมกันอีกด้วย”

ถึงจะทำให้เราเป็นมนุษย์เงินเดือนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด