เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

“เอสซีจี” ปั้น “คนเก่ง+คนดี” สร้างองค์กรนวัตกรรมสู้ศึกดิสรัปต์

07 ธ.ค. 2562 | 10:16น.

เนื่องเพราะ “เอสซีจี” มีอุดมการณ์สำคัญข้อหนึ่ง คือ “การเชื่อมั่นในคุณค่าของคน” เพราะเชื่อว่า “พนักงานเป็นทรัพยากรอันมีค่าที่สุด” ที่จะร่วมขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความเป็นเลิศ ดังนั้น นอกจากการให้ความสำคัญตั้งแต่การสรรหาบุคลากรมาทำงาน เอสซีจียังให้ความสำคัญกับการดูแลและพัฒนาบุคลากรมาอย่างต่อเนื่อง

จนทำให้เกิดผลิตผลนวัตกรรมสินค้าและบริการต่าง ๆ ที่ได้รับการยอมรับในตลาดทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนการได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 10 องค์กรที่คนต้องการร่วมงานด้วยมากที่สุดประจำปี 2560 จากการสำรวจของบริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) ทั้งยังเป็น 1 ใน 10 บริษัทที่คนรุ่นใหม่ต้องการทำงานด้วยมากที่สุดในปี 2561 จากการสำรวจของ WorkVenture

“ยุทธนา เจียมตระการ” ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่-การบริหารกลาง เอสซีจี บอกว่า คนของเอสซีจีประกอบด้วย 2 คุณสมบัติที่เด่นชัด คือ การเป็นคนเก่ง และคนดี ซึ่งคนเก่งไม่ได้หมายความว่าต้องสอบได้คะแนนดี หากแต่ต้องรักการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เพื่อนำมาพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ส่วนคนดีหมายถึงคนที่เข้าใจบทบาทการทำงานร่วมกันเป็นทีม เพื่อให้ได้ผลงานที่ดี ทั้งยังต้องมีภาวะผู้นำ ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีความอาวุโส แต่ต้องแสดงถึงความรับผิดชอบ การแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์

“รวมถึงการเปิดใจรับฟังความแตกต่าง และต้องกล้าท้าทายที่จะปรับปรุงการทำงานให้ดีกว่าเดิม เพื่อให้เกิดสิ่งใหม่ที่ดีขึ้นกับลูกค้า ตรงนี้ถือเป็นทักษะด้านอารมณ์ (soft skills) ที่เอสซีจีมุ่งเสริมสร้างและพัฒนาพนักงานทุกคนนอกเหนือจากทักษะด้านความรู้ความสามารถ (hard skills)”

“ที่ผ่านมาเอสซีจีจึงปรับปรุงแนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคล และเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นคือการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพตั้งแต่การรับสมัครพนักงานผ่านเว็บไซต์ โดยการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence-AI) มาช่วยคัดกรองใบสมัครด้วยการนำคุณสมบัติของผู้สมัครมาเปรียบเทียบกับคุณสมบัติที่กำหนดของแต่ละตำแหน่งงาน ทำให้สามารถตอบกลับผลการคัดเลือกไปยังผู้สมัครเร็วขึ้น ทั้งยังช่วยประหยัดเวลาให้กับองค์กรและผู้สมัครจนทำให้เราสรรหาคนที่ตรงกับความต้องการได้ง่ายขึ้นอีกด้วย”

“หลังจากรับพนักงานเข้ามาแล้ว เอสซีจีจะนำระบบการบริหารจัดการการเรียนรู้ผ่านระบบ e-Platform มาช่วยติดตามและพัฒนาสมรรถนะของพนักงาน ทั้งด้านความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะที่จําเป็นในการปฏิบัติงาน รวมทั้งรองรับการประเมินผลสมรรถนะรายปี ทั้งจากหัวหน้างานและพนักงานในการหาข้อบกพร่อง หรือช่องว่างในการทำงาน เพื่อให้การวางแผนการพัฒนารายบุคคลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ”

“ยุทธนา” กล่าวต่อว่า การพัฒนาพนักงานในปัจจุบันต้องเป็นแบบ lifelong learning หรือการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพราะโลกในปัจจุบันมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา ดังนั้น พนักงานของเราจึงไม่เรียนรู้เฉพาะห้องเรียนเท่านั้น แต่เทคโนโลยีดิจิทัลจะเข้ามาช่วยให้สัดส่วนในการเรียนรู้แบบ 70:20:10 ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดย 70 แรกเป็นการเรียนรู้จากการทำงานจริง โดยมีระบบ per-formance management system (PMS) มาช่วยทำให้พนักงานระบุรายละเอียดงานของตนเอง รวมทั้งวิเคราะห์หาจุดบกพร่องที่ต้องการเรียนรู้เพื่อให้หัวหน้ารับรู้ และให้พนักงานพัฒนางานอย่างเหมาะสม”

“20 ต่อมาจะเป็นการพัฒนาพนักงานผ่านการให้คำแนะนำจากพี่เลี้ยง หรือผู้เชี่ยวชาญในองค์กร โดยมี knowledge management (KM) ให้พนักงานได้แสวงหาความรู้ผ่านการใช้ workplace ซึ่งเป็นโซเชียลมีเดียที่ใช้ในองค์กร โดยจะมีห้องต่าง ๆ เข้าไปเรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ทุกที่ทุกเวลาตามความสนใจ และ 10 สุดท้ายจะเป็นการเรียนทั้งในห้องเรียน และหลักสูตรออนไลน์ ผ่านระบบบริหารจัดการการเรียนรู้ (learning man-agement system-LMS) ซึ่งเป็นโปรแกรมการนำเสนอการเรียนรู้ต่าง ๆ ว่าห้องเรียนใดเหมาะสำหรับพวกเขา ทั้งยังสามารถติดตามได้ว่าแต่ละคนเรียนหลักสูตรนั้น ๆ ครบถ้วนหรือไม่”

“เพราะธุรกิจของเอสซีจีอยู่ในช่วงการปรับเปลี่ยนไปสู่การเป็นผู้ให้บริการด้านโซลูชั่นต่าง ๆ กับลูกค้าที่เป็นผู้บริโภคโดยตรงมากขึ้น ตลอดจนการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้เพื่อเสริมประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสร้างธุรกิจใหม่ ๆ จึงต้องเร่งพัฒนาบุคลากรให้มีความสามารถรอบตัวด้วยการพัฒนาทักษะที่มีอยู่ให้ดีขึ้น (reskill) และการเสริมทักษะใหม่ที่จำเป็น (upskill) เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างคล่องตัวและรวดเร็วยิ่งขึ้น”

“นอกจากองค์กรจะกำหนดทักษะใหม่ ๆ ของพนักงานที่ต้องการเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจในอนาคตให้ดียิ่งขึ้นแล้ว ยังมีการใช้ design thinking และ business model canvas ที่มุ่งสร้างกระบวนการคิดให้พนักงานเข้าใจปัญหาของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง รวมถึงการใช้ agile process ที่มุ่งให้การพัฒนา ส่งมอบสินค้า และบริการหรือโมเดลทางธุรกิจปรับเปลี่ยนให้ทันกับความต้องการของผู้บริโภค ตลอดจนการนำแนวคิดและวิธีการทำงานของสตาร์ตอัพมาปรับใช้ด้วยการทำโครงการพัฒนาสตาร์ตอัพภายในเพื่อพัฒนาและปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานรวมถึงแนวคิดของคนในองค์กรให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ”

ที่สำคัญเอสซีจียังมุ่งเน้นการสร้างความผูกพัน (engagement programs) เพื่อให้พนักงานรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กร สำหรับประเด็นนี้ “ยุทธนา” บอกว่า ไม่เพียงจะทำให้เกิดประโยชน์ทั้งกับลูกค้าที่ได้รับนวัตกรรมสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ ยังทำให้องค์กรเกิดการพัฒนาและทำให้พนักงานมีเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพ (career path) ที่เหมาะสมตราบเท่าที่เป็นพนักงานเอสซีจีอีกด้วย

“เพราะเรามีกระบวนการต่าง ๆ ที่มุ่งพัฒนา ดูแล และรักษาพนักงานทุกระดับ ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงานจนกระทั่งลาออก หรือเกษียณอายุ ทำให้ปัจจุบันอัตราลาออกของเอสซีจีอยู่ที่ร้อยละ 4.5 และมีอายุงานเฉลี่ยของพนักงานอยู่ที่ 12 ปี ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่สูงกว่ามาตรฐานของโลก ทั้งยังจัดให้มีการสำรวจระดับความผูกพันของพนักงานทุก 2 ปี โดยล่าสุดมีคะแนนอยู่ที่ร้อยละ 67 ถึงแม้จะอยู่ในระดับปานกลางและไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ แต่ถือว่าอยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศไทย”

ทั้งนั้น เพราะเอสซีจียังคงมุ่งหน้าพัฒนาการบริหารทรัพยากรบุคคลให้ดียิ่งขึ้น เพื่อสร้างประโยชน์ให้ทุกฝ่ายอย่างยั่งยืน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เอสซีจี