เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 50 บาท รูปพรรณบาทละ 69,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 50 บาท รูปพรรณบาทละ 69,300 บาท
ธปท. ผนึก 11 หน่วยงาน ต้านธุรกรรมผิดกฎหมาย เร่งปราบทุนเทา เงินคอร์รัปชั่น
Finance ธปท. ผนึก 11 หน่วยงาน ต้านธุรกรรมผิดกฎหมาย เร่งปราบทุนเทา เงินคอร์รัปชั่น
เปิดภารกิจ ‘ท็อปกัน’ ปฏิบัติการ ‘ฟัน’ สินค้าไร้มาตรฐาน
Economic เปิดภารกิจ ‘ท็อปกัน’ ปฏิบัติการ ‘ฟัน’ สินค้าไร้มาตรฐาน
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ เยือนเวียดนามครั้งแรกในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ 2 ประเทศ
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ เยือนเวียดนามครั้งแรกในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ 2 ประเทศ
EEC จีบซินเจียงเปิดบินตรง ‘อู่ตะเภา-อุรุมชี’ ดันไทยฮับ Air Cargo เชื่อมยุโรป
Economic EEC จีบซินเจียงเปิดบินตรง ‘อู่ตะเภา-อุรุมชี’ ดันไทยฮับ Air Cargo เชื่อมยุโรป
เมื่อโลกเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ความท้าทายครั้งใหญ่ของเศรษฐกิจศตวรรษที่ 21
Columns เมื่อโลกเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ความท้าทายครั้งใหญ่ของเศรษฐกิจศตวรรษที่ 21
บาฟส์ แจงน้ำมันปนเปื้อนในท่อระบายน้ำของกรุงเทพฯ เร่งหาสาเหตุ
Economic บาฟส์ แจงน้ำมันปนเปื้อนในท่อระบายน้ำของกรุงเทพฯ เร่งหาสาเหตุ
นักวิจัย Anthropic ลาออกกะทันหัน พร้อมคำเตือนน่าขนลุก ‘AI อาจฆ่าเราทุกคน’
Tech นักวิจัย Anthropic ลาออกกะทันหัน พร้อมคำเตือนน่าขนลุก ‘AI อาจฆ่าเราทุกคน’
บอนด์ยีลด์กระชากขึ้นทั่วโลก จับตาต้นทุนธุรกิจขยับ-หุ้นกู้เรตติ้งต่ำระดมทุนยากขึ้น
Finance บอนด์ยีลด์กระชากขึ้นทั่วโลก จับตาต้นทุนธุรกิจขยับ-หุ้นกู้เรตติ้งต่ำระดมทุนยากขึ้น
สถาปัตย์ จุฬาฯ ขนทัพกูรูชื่อดังถอดเคส “Wellness Real Estate” ปั้นอสังหาฯรับสังคมสูงวัย
Real Estate สถาปัตย์ จุฬาฯ ขนทัพกูรูชื่อดังถอดเคส “Wellness Real Estate” ปั้นอสังหาฯรับสังคมสูงวัย
ดูทั้งหมด

โชยุสร้างสุข

20 ธ.ค. 2562 | 13:21น.

คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ

โดย สาโรจน์ มณีรัตน์

 

นั่งอ่านหนังสือ “ธุรกิจสร้างสุข” ที่มี “พิชชารัศมิ์ Marumura” เป็นผู้เขียน ทำให้เห็นมุมมองต่อการแสวงหาความสุขของผู้คน และไม่เฉพาะแต่คนญี่ปุ่น อันเป็นตัวละครสำคัญของหนังสือเล่มนี้

หากยังทำให้เห็นมุมมองของมนุษย์เงินเดือนในปัจจุบันของไทย ที่ต่างแสวงหาความสุขในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการหาเงิน ทอง ลาภยศ ความสำเร็จ และการยอมรับจากผู้คนต่าง ๆ

จนทำให้รู้สึกว่าพวกเขาเหนื่อยเกินไปหรือเปล่า ?

รู้สึกว่าจะต้องทำอย่างนั้นไปเพื่ออะไร ? ทำไม ?

คำถามที่ต้องการคำตอบเหล่านี้ ไม่แต่เพียง “พิชชารัศมิ์” ต้องการไขปริศนา หากคำถามที่ต้องการคำตอบ
เหล่านี้กลับทำให้ผมฉุกคิดเช่นกันว่า “ความสุข” มันสำคัญสำหรับคนหนุ่มสาวยุคปัจจุบันจริงหรือ

ปรากฏว่า…สำคัญจริง ๆ

เพียงแต่ความสำคัญดังกล่าวอาจไม่ได้มาในรูปของตัวเงินเพียงอย่างเดียว หากความสำคัญดังกล่าวอาจหมายถึงโอกาสในการแสดงความสามารถ

การยอมรับ

และการสนับสนุนของผู้คนต่าง ๆ ที่คิดว่า เขาน่าจะเป็นเดอะสตาร์ของสังคมหนึ่ง ๆ ได้

“ธุรกิจสร้างสุข” ก็เช่นกัน

แม้ 1 ใน 16 องค์กรของประเทศญี่ปุ่น ที่ “พิชชารัศมิ์” นำมาถ่ายทอดลงในหนังสือเล่มนี้จะไม่ใช่องค์กรใหญ่ ไม่ใช่องค์กรที่เรา ๆ ท่าน ๆ รู้จักกันดีหรือมีพนักงานมากมาย

เพราะเป็นองค์กรเล็ก ๆ มีพนักงานเพียงไม่กี่คน ทั้งยังมีความแตกต่างทางธุรกิจโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจผลิตผงวุ้น, ปลูกแอปเปิล, หมักซีอิ๊ว, ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์, ทำซอฟต์แวร์, เว็บไซต์, รับจัดงานศพ ฯลฯ

แต่ทุกคนที่ทำงานในสถานที่เหล่านี้ต่างมีความสุขอย่างพร้อมสรรพ

ถามว่าทำไมเป็นเช่นนั้น ?

คำตอบคือเพราะเขาเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเอง พร้อม ๆ กับทำให้พนักงานเชื่อมั่นว่า เราจะดูแลคุณตลอดไป ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม

ซึ่งเหมือนกับ บริษัท ยางิซาวะ โชเต็น ที่ตั้งอยู่ ณ เมืองริคุเซนทาคาตะ จังหวัดอิวาเตะ โดยบริษัทแห่งนี้ทำหน้าที่ผลิตซีอิ๊ว (โชยุ) เก่าแก่แห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น เพราะดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่สมัยเอโดะ หรือกว่า 200 ปีมาแล้ว

แต่เมื่อปี 2011 เกิดเหตุการณ์สึนามิบริษัทถูกคลื่นยักษ์สูง 17 เมตร พัดพาออฟฟิศ และโรงงานเก็บสินค้าลอยไปกับน้ำทะเลจนไม่เหลือซาก ตอนนั้นผู้บริหาร และพนักงานคิดไปในทำนองเดียวกันว่า คงไม่มีทางฟื้นฟูบริษัทให้กลับมาดังเดิมอีกต่อไปแล้ว

แต่ “มิจิฮิโระ โคโนะ” ทายาทรุ่นที่ 9 กลับไม่เชื่อเช่นนั้น เขากลับคิดว่าในขณะที่พนักงานทุกคนตื่นตระหนกไปกับความเลวร้ายของเหตุการณ์สึนามิ จนทำให้พนักงานบางคนเสียชีวิต หรือญาติพี่น้องของพนักงานบางคนสูญหายไปกับสายน้ำ

เขากลับพูดกับพนักงานที่เหลือกว่า 38 คนว่า…บริษัทจะยังคงจ้างทุกคนทำงานต่อไป

ถามว่าทำอย่างไร ?

ก็ในเมื่อไม่มีโรงงานผลิตโชยุแล้ว

“มิจิฮิโระ โคโนะ” ใช้วิธีนี้ครับ…เขาจ้างพนักงานของเขาให้ช่วยเหลือทีมอาสาสมัครในการแจกจ่ายอาหาร และเสื้อผ้าให้กับผู้ประสบภัยคนอื่น ๆ

เพราะเขาเชื่อว่าคนที่ไม่ทำงานจะยิ่งสูญเสียกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป ที่สำคัญ เขาเชื่อว่าบริษัทเราผลิตโชยุมาตั้งแต่สมัยเอโดะ เราเป็นหนี้ลูกค้า ดังนั้น เราต้องพยายามกลับมาดำเนินธุรกิจให้เร็วที่สุด

ความเชื่อดังกล่าวถูกขยายผลทันที

เขาได้รับจดหมายมากมายจากลูกค้าเก่าให้กลับมาผลิตเร็ว ๆ

และหนึ่งในจดหมายเหล่านั้น มีลูกค้าคนหนึ่งสั่งออร์เดอร์ พร้อมกับแนบเงินหนึ่งหมื่นเยนมาให้ โดยมีข้อความเขียนสั้น ๆ บอกว่า…ผมต้องการโชยุเพียงคนเดียว ส่วนเงินที่เหลือให้คุณนำไปสมทบทุนสร้างโรงงานใหม่

“มิจิฮิโระ โคโนะ” ยอมรับว่า เขามีกำลังใจอย่างมาก แต่ที่มีกำลังใจมากกว่า คือ บริษัทอันโดะ บริวเวอรี่ และนิจินัน บริวเวอรี่ ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตโชยุ และมิโสะ ในจังหวัดอากิตะ ทั้งยังเป็นบริษัทคู่แข่งของเขาโดยตรง กลับว่าจ้างเขาให้ผลิตโชยุตามสูตรยางิซาวะ โชเต็น

จนทำให้หลังเหตุการณ์สึนามิเพียง 1 เดือน “มิจิฮิโระ โคโนะ” สามารถสร้างออฟฟิศขึ้นมาใหม่ได้ ไม่เท่านั้น เขายังให้บริษัทคู่แข่งทั้งสองบริษัทผลิตโชยุให้ด้วย

ก่อนที่ 2 ปีต่อมา เขาจะกลับมาสร้างโรงงานใหม่อีกครั้ง

โดยมีพนักงานทั้งหมด 38 คน เป็นผู้ขับเคลื่อนโรงงาน ที่ไม่เพียงพวกเขาจะทำงานกันอย่างมีความสุข หากพวกเขายังมีสำนึกร่วมกันว่า เขาจะต้องช่วย “มิจิฮิโระ โคโนะ” ขยายออร์เดอร์ไปยังตลาดต่างประเทศด้วย

เขาทำได้จริง ๆ

เรื่องที่เล่าให้ฟังนี้ เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของหลาย ๆ เรื่องที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้ ผมจึงอยากให้ทุกคนลองไปหาซื้ออ่านดู แล้วจะพบคำตอบว่า “ธุรกิจสร้างสุข” ได้จริง ๆ