เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
SCG ชี้ปัจจัยท้าทายครึ่งปีหลังยังรับมือได้ คงเป้าลงทุน 3 หมื่นล้านสู้โลกป่วน
Real Estate SCG ชี้ปัจจัยท้าทายครึ่งปีหลังยังรับมือได้ คงเป้าลงทุน 3 หมื่นล้านสู้โลกป่วน
ท่องเที่ยวภูเก็ตสัญญาณบวกแอร์ไลน์ รุกเพิ่มไฟลต์บินตรง
Business ท่องเที่ยวภูเก็ตสัญญาณบวกแอร์ไลน์ รุกเพิ่มไฟลต์บินตรง
ราคาน้ำมันวันนี้ (24 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (24 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (24 ก.ค. 69) ปรับลง 1.38% อยู่ที่ 65,083 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (24 ก.ค. 69) ปรับลง 1.38% อยู่ที่ 65,083 เหรียญสหรัฐ
AWC เปิดตัว Moxy Pattaya เสริมศักยภาพโครงการแฟลกชิป “Aquatique” หนุนพัทยาสู่จุดหมายระดับโลก  
Business AWC เปิดตัว Moxy Pattaya เสริมศักยภาพโครงการแฟลกชิป “Aquatique” หนุนพัทยาสู่จุดหมายระดับโลก  
สมาพันธ์รถไฟ เรียกร้องรัฐเลิกสัญญา“ไฮสปีด 3 สนามบิน” ชี้ลงทุนสูง ไม่คุ้มค่า
Economic สมาพันธ์รถไฟ เรียกร้องรัฐเลิกสัญญา“ไฮสปีด 3 สนามบิน” ชี้ลงทุนสูง ไม่คุ้มค่า
LHFG โชว์ครึ่งแรกปี’69 กำไรสุทธิ 1,538.6 ล้าน โต 37.3% รายได้ “Trade Finance-FX” พุ่ง
Finance LHFG โชว์ครึ่งแรกปี’69 กำไรสุทธิ 1,538.6 ล้าน โต 37.3% รายได้ “Trade Finance-FX” พุ่ง
กทพ.จ่อผุดทางด่วน “เชื่อมเกาะสมุย” 7.4 หมื่นล้าน เคาะเก็บค่าผ่านทาง 1,000 บาท
Economic กทพ.จ่อผุดทางด่วน “เชื่อมเกาะสมุย” 7.4 หมื่นล้าน เคาะเก็บค่าผ่านทาง 1,000 บาท
กัลฟ์ เอดจ์ จับมือ ค็อกนิแซนท์ ประกาศร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้าน AI หนุนไทยผู้นำอาเซียน
Biz Movement กัลฟ์ เอดจ์ จับมือ ค็อกนิแซนท์ ประกาศร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้าน AI หนุนไทยผู้นำอาเซียน
SCGP รับดีมานด์บรรจุภัณฑ์ฟื้น เร่งขยายกำลังผลิตเวียดนาม-ดัน AI เพิ่มขีดแข่งขัน
Real Estate SCGP รับดีมานด์บรรจุภัณฑ์ฟื้น เร่งขยายกำลังผลิตเวียดนาม-ดัน AI เพิ่มขีดแข่งขัน
ดูทั้งหมด

สกัดขยะอิเล็กทรอนิกส์จีนทะลัก พาณิชย์ออกประกาศห้ามนำเข้า

23 ธ.ค. 2562 | 13:20น.

“พาณิชย์” จ่อคลอดประกาศห้ามนำเข้า “ขยะอิเล็กทรอนิกส์” สกัดปัญหามลพิษ มูลนิธิบูรณะนิเวศฯ เผยเหตุขยะจีนทะลักข้ามพรมแดนเข้าไทย หลังรัฐบาลจีนงัดมาตรการเข้มสกัดนำเข้าขยะ 3 ปี พ่อค้าดันส่งออกมาไทย ทุบราคาของเก่าดิ่ง กระทบธุรกิจรีไซเคิล-นโยบายบริหารจัดการขยะไทย จับตาผู้นำเข้าเปลี่ยนหนีพิกัด 899 สวมรอยนำเข้าต่อ

ปัญหาขยะเป็นประเด็นที่รัฐบาล ให้ความสำคัญ โดยได้ประกาศจุดยืนในเวทีอาเซียนว่าจะลดปัญหาขยะ โดยเฉพาะขยะพลาสติกในทะเล ทว่าตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ธุรกิจรับซื้อของเก่าออกมาสะท้อนถึงสถานการณ์การทะลักขยะนำเข้าจากต่างประเทศ จนทำให้ “ซัพพลายขยะ” ในประเทศล้นตลาด และกระทบต่อราคารับซื้อของเก่าปรับตัวลดลง เช่น กระดาษเก่าที่เคยรับซื้อ กก.ละ 4-5 บาท ปัจจุบันเหลือ กก.ละ 0.50-1.00 บาท ราคาเศษเหล็กลดลง กก.ละ 5-6 บาทเหลือ 12-15 บาท เศษพลาสติกเหลือ 12-15 บาท

ล่าสุดนายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในปี 2563 กรมการค้าต่างประเทศเตรียมประกาศกำหนดให้ขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นสินค้าที่ “ต้องห้าม” ในการนำเข้า ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการส่งออกและนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2522 หลังจากที่กรมได้เปิดรับความเห็นทุกภาค ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย.-12 ธ.ค. ที่ผ่านมา

“ปัญหาขยะเป็นเรื่องใหญ่ ที่ผ่านมาได้ประกาศห้ามนำเข้าขยะเทศบาลไปแล้ว แต่ยังเหลือขยะอีกหลาย ๆ ประเภทขยะพลาสติก ขยะรีไซเคิล และขยะอิเล็กทรอนิกส์ ตอนนี้จะเริ่มกับขยะอิเล็กทรอนิกส์ก่อน จุดประสงค์หลักของประกาศนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาทิ้งในไทย อย่ามองว่าประเทศไทยเป็นที่ทิ้งขยะ”

หลักการของประกาศฯ จะกำหนดให้ขยะอิเล็กทรอนิกส์ตามพิกัดอัตราศุลกากร 84 และพิกัด 85 เฉพาะรหัสย่อย 899 ตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร ที่กำหนดไว้หมายถึงชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์หรือเศษ (ไม่รวมเศษจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้า) ตามบัญชี 5.2 ลำดับที่ 2.18 ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องบัญชีวัตถุอันตราย พ.ศ. 2556 เบื้องต้นมีจำนวน 428 รายการ เป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้า

นายกีรติกล่าวว่า กระบวนการหลังจากนี้ กรมจะรวบรวมความคิดเห็นทั้งหมดปรับปรุงร่างฯ เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีก่อนออกประกาศกระทรวงพาณิชย์ฯ ทั้งนี้ การออกประกาศกระทรวงพาณิชย์เพื่อห้ามนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ให้สอดคล้องกับกระทรวงอุตสาหกรรมที่อยู่ระหว่างการออกประกาศเพื่อห้ามโรงงานใช้ขยะอิเล็กทรอนิกส์นำเข้าจากต่างประเทศมาเป็นวัตถุดิบในโรงงาน

นางสาวเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากผลการศึกษาผลกระทบจากการนำเข้าขยะจากต่างประเทศ พบว่า จีนส่งออกขยะมายังประเทศไทยสูงสุดภายหลังจากรัฐบาลจีนทยอยประกาศมาตรการห้ามนำเข้าขยะจากต่างประเทศมา 3 ฉบับตั้งแต่ปี 2560-2562 ทำให้ขยะไหลมาไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มขยะอิเล็กทรอนิกส์ ขยะพลาสติก จากกำแพงภาษีนำเข้าเป็น 0% หลังมีความตกลงเปิดเขตการค้าเสรี

ประเด็นดังกล่าวส่งผลกระทบ 2 ด้าน คือ ปริมาณขยะนำเข้าทำให้ซัพพลายขยะในประเทศล้น ราคาตก กำไรลดลงก็ไม่จูงใจให้มีการลงทุนธุรกิจรีไซเคิล กระทบต่อการบริหารจัดการและการแก้ไขปัญหาขยะในภาพรวม ทั้งยังไม่จูงใจให้ประชาชนแยกขยะไปขาย และโรงงานรีไซเคิลจะหันไปนำเข้าขยะนำเข้าที่แยกแพ็กมา เพราะสะดวกต่อการใช้และราคาถูก ซึ่งจะทำให้ไทยเป็นแหล่งทิ้งขยะ เพราะประเทศอื่นไม่ลงทุนธุรกิจรีไซเคิลที่มีต้นทุนสูงกว่า ส่งออกมาทิ้งที่ไทย ดังนั้นรัฐบาลควรดูแลการลงทุนในธุรกิจรีไซเคิลควบคู่ไปด้วย เพราะยังไม่มีระบบควบคุมมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม

“เห็นด้วยที่กระทรวงพาณิชย์จะออกประกาศห้ามนำเข้าขยะพิกัด 84 และ 85 รหัสย่อย 899 โดยสิ้นเชิง ในกลุ่มขยะอิเล็กทรอนิกส์ 428 รายการ จะสอดคล้องกับอนุสัญญาบาเซิลที่ห้ามไม่ให้เคลื่อนย้ายขยะอิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน แต่เว้นเฉพาะประเทศที่รัฐบาลมีการตกลงกัน”

แต่กังวลว่าจะมีการนำเข้าโดยแอบอ้างไปเป็นพิกัดย่อยรหัส 800,000,090 แทน ซึ่งต้องระวังจะเป็นการเปิดช่องโหว่ให้กลุ่มนี้ และการที่กระทรวงพาณิชย์ออกประกาศอย่างเดียวไม่พอ เพราะคนที่คุมอนุญาตนำเข้าคือกรมโรงงานอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ข้อมูลจากกรมโรงงานฯระบุว่า ประเทศมีการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ (ตามบัญชี 5.2 ลำดับที่ 2.18) เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดตั้งแต่ปี 2560 โดยปริมาณนำเข้า 53,291 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 472% และปี 2561 มีการนำเข้า 38,423 ตัน โดยช่วง 5 ปีที่ผ่านมามีปริมาณนำเข้ารวม 104,660 ตัน

ด้านนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า ขยะอิเล็กทรอนิกส์ตามนิยามของร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ จำกัดไว้เฉพาะรหัสสถิติ 899 แห่งกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร ซึ่งเป็นแค่ส่วนย่อยภายใต้พิกัดอัตราศุลกากรประเภท 84 และประเภท 85 เท่านั้น โดยตามนิยามดังกล่าว ที่ผ่านมามีเพียงบริษัท ฟูจิซีร็อกซ์ เพียงบริษัทเดียว ที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงอุตสาหกรรมให้นำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้ และไม่ได้มีการออกใบอนุญาตเพิ่มเติมอีก การที่ทางกระทรวงพาณิชย์เห็นว่าควรจะกำหนดให้เป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้า ตนก็เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว เพราะหลายประเทศในโลกก็ห้ามกันหมดแล้ว

นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์มาคัดแยกในไทยส่งผลให้เกิดปัญหาสารโลหะหนักตกค้างกระทบต่อสุขภาพประชาชนและสิ่งแวดล้อม ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (นายวราวุธ ศิลปอาชา) ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ มีนโยบายให้ดำเนินมาตรการห้ามนำเข้าโดยยืนตามมติคณะอนุกรรมการเพื่อบูรณาการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกที่นำเข้าจากต่างประเทศอย่างเป็นระบบที่ได้เคยมีมติไว้เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2561 ให้กรมโรงงานส่งรายชื่อสินค้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ 422 รายการ ให้กระทรวงพาณิชย์ออกประกาศห้ามนำเข้า แต่ผ่านมา 1 ปีแล้วยังไม่ได้มีผลบังคับใช้ ทั้งนี้ หากกระทรวงพาณิชย์ประกาศรายการออกมาแล้วทาง คพ.จะเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อดำเนินมาตรการติดตามดูแลต่อไป

“ขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่นำเข้ามาคัดแยกในไทยอาจจะปนเปื้อนสารโลหะหนักกระทบสุขภาพและสิ่งแวดล้อมต้องห้ามนำเข้า ส่วนขยะพลาสติกที่ประชุมมีมติให้กำหนดเป็นโควตา ปีแรก ปี 2561 ให้นำเข้า 70,000 ตัน ใช้ในประเทศ 30,000 ตัน ปี 2562 ให้นำเข้า 40,000 ตัน ใช้ในประเทศ 60% เนื่องจากขยะพลาสติกจะถูกนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรม หากจะพิจารณาดำเนินมาตรการอะไร จำเป็นต้องดูว่ามีการผลิตเพียงพอหรือไม่ เพราะอาจจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ใช้ขยะพลาสติกเป็นวัตถุดิบ”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงพาณิชย์ ขยะ