เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตา ครม.ถกจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ-ตั้งโฆษกรัฐบาลคนใหม่-ร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
Politics จับตา ครม.ถกจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ-ตั้งโฆษกรัฐบาลคนใหม่-ร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ดูทั้งหมด

ธปท.ปรับกรอบเงินเฟ้อทั่วไป 1-3% เพิ่มความยืดหยุ่นนโยบายการเงิน

24 ธ.ค. 2562 | 17:44น.
ธปท.ปรับกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อทั่วไป 1-3% จากเดิมที่มีค่ากลาง 2.5% บวกลบ 1.5% ยัน เป็นเป้าหมายการเงินด้านเสถียรภาพราคาระยะปานกลาง 3-5 ปี สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจการเงินที่เปลี่ยนไป ลั่นไม่ได้เป็นการส่งสัญญาณการทำนโยบายเข้มงวด แต่เพื่อความยืดหยุ่น ส่วนค่าเงินติดตามใกล้ชิด ส่วนเรื่องปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ถือเป้นวาระเร่งด่วนควรเกิดต้นปี 63

นายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีข้อตกลงร่วมกันโดยกำหนดให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในช่วง 1-3% ซึ่งเปลี่ยนจากเป้าหมายเดิมที่มีค่ากลางที่ 2.5% บวกลบ 1.5% หรือ 1-4% ซึ่งใช้มาตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งการกำหนดกรอบเงินเฟ้อ นอกจากเป็นกรอบปีต่อปีแล้ว ยังเป็นกรอบระยะกลาง 3-5 ปี

ทั้งนี้ การปรับเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อใหม่ จะเป็นเป้าหมายนโยบายการเงินด้านเสถียรภาพราคาสำหรับระยะปานกลาง และสำหรับปี 2563 โดยการปรับลดเป้าหมายเพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจการเงินที่เปลี่ยนแปลงไป และอัตราเงินเฟ้อไทยที่มีแนวโน้มต่ำลงจากปัจจัยโครงสร้าง 3 ปัจจัย ได้แก่ 1.การเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีที่ทำให้การผลิตต้นทุนถูกลง 2.การขยายตัวของธุรกิจ e-Commerce เกิดผู้ซื้อ-ผู้ขาย ทำให้เกิดการแข่งขันสูงขึ้นจนผู้ขายปรับราคาสินค้าขึ้นยาก และ 3.การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เนื่องจากผู้สูงอายุมีรายได้ลดลง และจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นทำให้การบริโภคสินค้าและบริการในภาพรวมมีแนวโน้มลดลงในระยะต่อไป

ขณะที่การเปลี่ยนมาใช้เป้าหมายแบบช่วง (ไม่มีค่ากลาง) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้นโยบายการเงินสามารถดูแลเสถียรภาพด้านราคาควบคู่การเติบโตทางเศรษฐกิจและเสถียรภาพระบบการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจโลกและไทยผันผวนและมีความไม่แน่นอนสูง ทั้งจากสงครามการค้า ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นเวลานาน ทั้งนี้ จะเห็นว่าธนาคารกลางหลายแห่ง เช่น เกาหลีใต้ปรับเงินเฟ้อลงจาก 2.5-3.5% เป็น 2% และนอร์เวย์จาก 2.5% เหลือ 2%

นอกจากนี้ ได้ปรับปรุงเกณฑ์การสื่อสารผ่านจดหมายเปิดผนึก (Open Letter) เมื่ออัตราเงินเฟ้อออกนอกกรอบเป้าหมาย ซึ่งจากเดิมจะดูเพียงปีละครั้ง มาเป็นการดูปีละ 2 ครั้ง เช่น เดือนมกราคมจะมีจดหมายเปิดผนึก และดูเป้าหมายในอีก 12 เดือนข้างหน้า และในเดือนกรกฎาคมกลับมามอง 12 เดือนข้างหน้าและย้อนหลัง 12 เดือน เพื่อให้กนง.แสดงรับความผิดชอบและสื่อสารสาธารณชนได้ทันการณ์

“การกำหนดเป้าหมายเดี่ยวๆ ความยืดหยุ่นจะน้อยลง เราจึงมีเป้าหมายเป็นเรนจ์ 1-3% โดยกรอบ 1% อยู่ที่เดิม เพราะหากกำหนดต่ำลงจะเป็นปัญหาตามมาทั้งการออม ส่วนกรอบ 3% เดิมอยู่ที่ 4% เราไม่ได้ส่งสัญญาณจะทำนโยบายการเงินเข้มงวดขึ้น หรือเปลี่ยนจากเดิม โดยนโยบายการเงินมีแนวโน้มอยู่ในระดับผ่อนคลายไปอีกระยะหนึ่งเพื่อเอื้อต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างเข้มแข็ง และช่วยให้เงินเฟ้อเข้ากรอบเป้าหมาย เพราะมองแบบ Long term 5 ปี จะเริ่มเข้ากรอบล่าง”

นายเมธี กล่าวเพิ่มเติมว่า เรื่องแนวโน้มค่าเงิน ธปท.มีการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีระดับหนึ่ง แต่จะต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน อย่างไรก็ดี หากมองค่าเงินในระยะข้างหน้า Sentiment มองเงินบาทไม่ได้เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Sefe Haven) และธปท.ได้ติดตามมาตรการผ่อนคลายอย่างใกล้ชิด แต่ยอมรับว่าจะต้องใช้เวลาจึงจะเห็นผล และหากดูตามพื้นฐานเงินบาทค่อนข้างแข็งแรงเกิดกว่าปัจจัยพื้นฐาน และในช่วงเดือนที่ผ่านมาค่าเงินภูมิภาคค่อนข้างแข็ง แต่เงินบาทค่อนข้างนิ่ง แต่ก็ยอมรับว่ากนง.มีความกังวลเรื่องเงินบาท และพร้อมจะดำเนินมาตรการที่เหมาะสมต่อไป

ส่วนประเด็นเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ลูกค้ากลุ่มขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ถือเป็นมาตรการเร่งด่วนที่จะต้องทำให้เกิดขึ้นภายในต้นปี 2563 ซึ่งการปรับโครงสร้างหนี้เอสเอ็มอีที่กำลังจะมีปัญหาจะต้องหามาตรการป้องกัน เป็นแนวคิดที่เห็นร่วมกันของธปท.กับทางภาครัฐ โดยธปท.อาจจะทำเองหรือเสนอแนวคิดให้คนอื่นทำ เช่น หนี้บสย.ที่ยังค้างอยู่มีจำนวนมากก็หาวิธีปรับโครงสร้าง รวมถึงหนี้ที่กำลังจะเสีย

“ยอมรับมีความจำเป็นเร่งด่วนและต้องเห็นในไตรมาส1 คือต้องมีอะไรออกมาแต่ผมยังไม่ทราบรายละเอียด ส่วนเรื่องรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิตก็ต้องดูด้วยความสมัครใจ หากมีแบงก์หรือนอนแบงก์สนใจที่จะเข้าร่วม”

Advertisement