เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
โตโยต้า ปลุกตลาดรถกลางปี ลุ้นส่วนลด ”หนึ่งแสน“ บาท  
Automotive โตโยต้า ปลุกตลาดรถกลางปี ลุ้นส่วนลด ”หนึ่งแสน“ บาท  
‘บอร์ด ป.ป.ส.’ เคาะ 6 มาตรการ สกัดยาเสพติดสนามบิน ใช้ยาแรงคุมเข้มลูกเรือรับหิ้ว
Politics ‘บอร์ด ป.ป.ส.’ เคาะ 6 มาตรการ สกัดยาเสพติดสนามบิน ใช้ยาแรงคุมเข้มลูกเรือรับหิ้ว
ธ.ก.ส. คิกออฟ ‘ดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ ปล่อยกู้ 30,000 ล้าน ยันพร้อมขยายวงเงินหากไม่พอ
Finance ธ.ก.ส. คิกออฟ ‘ดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ ปล่อยกู้ 30,000 ล้าน ยันพร้อมขยายวงเงินหากไม่พอ
รู้ทันก่อนโอนลงทุน : เกราะป้องกันภัยในยุคดิจิทัล
Finance รู้ทันก่อนโอนลงทุน : เกราะป้องกันภัยในยุคดิจิทัล
ราคาทองวันนี้ (3 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,450 บาท ทองรูปพรรณ 66,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,450 บาท ทองรูปพรรณ 66,350 บาท
KTC พบรายการบิ๊กลอต 20 ล้านหุ้น ราคา 35 บาท มูลค่า 700 ล้านบาท
Finance KTC พบรายการบิ๊กลอต 20 ล้านหุ้น ราคา 35 บาท มูลค่า 700 ล้านบาท
ทราเวลเทค เกาหลีทุ่มทุนสู่ Deep Tech
Business ทราเวลเทค เกาหลีทุ่มทุนสู่ Deep Tech
ทีมพัฒนาประกันสังคม เขย่าบอร์ด “ดร.ทองอยู่” กาง 4 พิมพ์เขียว บริหารกองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics ทีมพัฒนาประกันสังคม เขย่าบอร์ด “ดร.ทองอยู่” กาง 4 พิมพ์เขียว บริหารกองทุน 2.5 ล้านล้าน
ส่องแนวคิดปั้น ‘เชียงใหม่’ สู่เมืองจักรยานที่เป็นธรรม
Economic ส่องแนวคิดปั้น ‘เชียงใหม่’ สู่เมืองจักรยานที่เป็นธรรม
การบินไทย ใช้ ‘ตัวเลข’ แทนชื่อ-สกุล ปิดช่องรับแอร์โฮสเตส ‘เด็กเส้น’
Business การบินไทย ใช้ ‘ตัวเลข’ แทนชื่อ-สกุล ปิดช่องรับแอร์โฮสเตส ‘เด็กเส้น’
ดูทั้งหมด

ท่องเที่ยวทรุดถึงไฮซีซั่น’63 กรุ๊ปทัวร์ลดทุกตลาดหนักสุดรอบ10ปี

27 ธ.ค. 2562 | 16:02น.

ท่องเที่ยวไทย 3 ล้านล้านชอร์ตทั้งระบบ ! วงในคาดซบยาวถึงปลายปีหน้า สารพัดปัจจัยลบ “ค่าเงินบาท-เศรษฐกิจโลก”ยังรุมเร้า ทัวร์อินบาวนด์เจ็บหนัก กรุ๊ปทัวร์ร่วงระนาวทุกตลาด ทุบรายได้ทรุดหนักรอบ 10 ปี รถนำเที่ยวตกงาน 50% สะเทือน”โรงแรม-ร้านอาหาร” ภูเก็ต-สมุย-พัทยา-เชียงใหม่ ยังติดลบฟากทัวร์เอาต์บาวนด์โดนมรสุม “โปรไฟไหม้” บี้รายย่อยทยอยปิดตัว

แหล่งข่าวในธุรกิจท่องเที่ยวรายหนึ่งกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงภาพรวมของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมูลค่า 3 ล้านล้านบาทในปีนี้ เป็นปีที่ผู้ประกอบการในภาคธุรกิจท่องเที่ยวทุกเซ็กเตอร์ประสบปัญหามากที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มบริษัทนำเที่ยว, รถบัสนำเที่ยว, โรงแรม รวมถึงร้านอาหารและร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึกที่มุ่งโฟกัสจับกลุ่มนักท่องเที่ยวเป็นหลัก โดยพบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวมีปริมาณที่ลดลงจากปีก่อนอย่างชัดเจนในทุกพื้นที่ของเมืองท่องเที่ยวหลัก ทั้งกรุงเทพฯ, ภูเก็ต, พัทยา (ชลบุรี), สมุย (สุราษฎร์ธานี), กระบี่, พังงา, เชียงใหม่ ฯลฯ

ทั้งนี้ จากรายงานของกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่า จำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้จากภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย ในช่วง 10 เดือน (มกราคม-ตุลาคม) ที่ผ่านมา จะมีอัตราการขยายตัวในทิศทางบวก โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวรวม 32.5 ล้านคน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 4.29% และมีรายได้รวมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1.57 ล้านล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 3.97%

ปี”62 เจ็บหนักทุกเซ็กเตอร์

“ในส่วนของเอกชนท่องเที่ยวนั้นเห็นผลกระทบมาอย่างชัดเจนตั้งแต่ช่วงกลางปี 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งเดิมคาดการณ์กันว่าพอเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นปลายปีของปี 2561 และช่วงตรุษจีน 2562 แต่กลับพบว่าภาพรวมในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2562 กลับยิ่งแย่ลงไปกว่าเดิม โรงแรมมีอัตราการเข้าพักลดลงอย่างชัดเจน ขณะที่ฟากขนส่งหรือรถนำเที่ยวก็พบว่ามีความต้องการใช้รถนำเที่ยวที่ลดลงมากกว่า 50%” แหล่งข่าวกล่าว

และว่า ขณะที่บริษัทนำเที่ยวที่ทำตลาดอินบาวนด์ หรือทำตลาดต่างชาติเที่ยวไทยยิ่งเจ็บหนัก เนื่องจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางแบบกรุ๊ปทัวร์ปรับตัวลดลงเกือบทุกตลาด ไม่เพียงเท่านั้น ยังต้องเผชิญกับค่าเงินบาทที่ยังแข็งค่าต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการประสบปัญหาขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนซ้ำเติมเข้ามาอีก

ทัวร์อินบาวนด์กระอัก “ค่าบาท”

นายวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สำหรับตลาดทัวร์อินบาวนด์นั้นเห็นชัดเจนว่า นักท่องเที่ยวเกิดการชะลอการเดินทางในเกือบทุกตลาด ทั้งตลาดระยะสั้นและระยะไกล รวมถึงตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดนักท่องเที่ยวอันดับ 1 ของไทยก็ยังอยู่ในภาวะชะลอตัวต่อเนื่อง ทั้งนี้ จากการมอนิเตอร์ยังพบว่า ปัญหาการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่องนั้น ยังคงเป็นปัจจัยลบต่อเนื่องอีกในปีหน้า

“ยอมรับว่าปีนี้เป็นปีที่เหนื่อยมากของคนทำธุรกิจนำเที่ยวตลาดอินบาวด์ ขนาดช่วงไฮซีซั่นปลายปีที่คาดว่าสถานการณ์รวมน่าจะพลิกฟื้นกลับมาได้บ้าง แต่ถึงขณะนี้ก็ยังคงนิ่ง ๆ ไร้สัญญาณบวก คาดการณ์ว่าภาพรวมของปีหน้าน่าจะยิ่งเหนื่อยกว่าปีนี้”

“กรุ๊ปทัวร์” ร่วงเกือบทุกตลาด

ทั้งนี้ จากสถิติของสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว หรือแอตต้า พบว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 12 อันดับแรกที่เดินทางแบบกรุ๊ปทัวร์ผ่านสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ และสนามบินนานาชาติดอนเมือง ระหว่างวันที่ 1 มกราคม-20 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมาปรับตัวลดลงถึง 10 ตลาด โดยตลาดที่ตกมากที่สุด คือ ตลาดสหราชอาณาจักร ลดลง 32.56%, ฮ่องกง ลดลง 16.96%, รัสเซีย ลดลง 11.97%, เกาหลี ลดลง 11.11%, อินโดนีเซีย ลดลง 5.55%, ญี่ปุ่น ลดลง 4.48%, ฝรั่งเศส ลดลง 4.28% ส่วนตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดอันดับ 1 ลดลง 2.73% โดยมีเพียง 2 ตลาดที่เติบโตเพิ่มขึ้น คือ อินเดีย ขยายตัวเพิ่มขึ้น 4.08% และไต้หวัน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 22.16%และหากประเมินรายเดือนพบว่า ภาพรวมของนักท่องเที่ยวที่เดินทางแบบกรุ๊ปทัวร์ผ่านสนามบินหลักทั้ง 2 แห่งดังกล่าวในปีนี้ (1 มกราคม-20 ธันวาคม 2562) ลดลงเฉลี่ย 3.64% โดยตกลงต่อเนื่องในช่วง 7 เดือนแรก และเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมเป็นต้นมา

“ตัวเลขที่เห็นว่าปรับตัวเพิ่มขึ้นมาตั้งแต่เดือนสิงหาคมนั้นเป็นผลจากตัวเลขของปี 2561 ที่ลดลงค่อนข้างมาก เนื่องจากเป็นช่วงหลังจากเกิดเหตุเรือนักท่องเที่ยวล่มที่จังหวัดภูเก็ต ไม่ได้เป็นเพราะว่าภาพโดยรวมดีขึ้น”

ต้นทุนพุ่ง-ปรับขึ้นค่าทัวร์ไม่ได้

นายวิชิตกล่าวว่า ประเด็นที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มผู้ประกอบการทัวร์อินบาวนด์ (นักท่องเที่ยวขาเข้า) คือ ปัจจัยเรื่องค่าเงินบาทที่แข็งค่าที่ทำให้ผู้ประกอบการประสบภาวะขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน และทำให้มีต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น โดยที่ผ่านมาเฉพาะผลกระทบจากค่าเงิน ทำให้ต้นทุนการทำตลาดของผู้ประกอบการนำเที่ยวตลาดจีนของไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 15% ขณะที่ผู้ประกอบการปรับเพิ่มค่าบริการนำเที่ยวได้เพียงแค่ 3-5% เนื่องจากการแข่งขันที่สูง

“มาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐที่ออกมา เช่น ฟรีค่าธรรมเนียมวีซ่า ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง หรือฟรีวีโอเอ รวมถึงมาตรการลดค่าแลนดิ้งฟีครึ่งหนึ่งให้กับสายการบินชาร์เตอร์ไฟลต์นั้นก็ถือว่าช่วยได้บ้าง สถานการณ์แบบนี้ ภาครัฐน่าจะมีมาตรการใหม่ ๆ ออกมากระตุ้นเป็นระลอก โดยเฉพาะในเรื่องของการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางมาเที่ยวไทยได้ง่ายขึ้น”

รถบัสนำเที่ยว “ตกงาน” 50%

ดร.วสุเชษฐ์ โสภณเสถียร รองประธานสภาสาขาขนส่งท่องเที่ยวทางบก สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) และในฐานะนายกสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย (สปข.) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมของธุรกิจรถขนส่ง รถนำเที่ยวสำหรับปีนี้ถือว่าถดถอยและน่ากลัวที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา มาตรการของภาครัฐที่ออกมายังไม่ได้ช่วยกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวโดยรวมนัก

“ในช่วงปลายปีซึ่งควรจะเป็นช่วงที่ดี แต่ปีนี้ความต้องการใช้รถโดยสารและรถนำเที่ยวยังต่ำกว่าปีที่ผ่านมาถึงราว 50%” ดร.วสุเชษฐ์กล่าวและว่า ขณะที่ตลาดทัวร์อินบาวนด์ โดยเฉพาะตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดหลักยังกลับมาไม่เต็มที่นัก เช่นเดียวกับตลาดการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ยังคงชะลอตัวหนัก”

ดร.วสุเชษฐ์กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันกลุ่มผู้ประกอบการรถบัสนำเที่ยวและรถบัสโดยสาร (ไม่ประจำทาง) อยู่ในภาวะตกงานแล้วประมาณ 50% ประสบปัญหาเรื่องสภาพคล่องอยู่ราว 30% หากสถานการณ์ในไตรมาสแรกของปีหน้ายังไม่ดีขึ้น คาดว่ากลุ่มผู้ประกอบการเหล่านี้จะเริ่มเข้าสู่เอ็นพีแอลไม่ต่ำกว่า 50% แน่นอน

อัตราเข้าพักโรงแรมนิ่งสนิท

ด้านนางสาวศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมของกลุ่มธุรกิจโรงแรมปีนี้ยังไม่ถือว่าดีนัก ในพื้นที่กรุงเทพฯ และภาคใต้ ส่วนใหญ่มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ในอัตราใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ขณะที่ภาคเหนือมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยลดลงเล็กน้อย

“เราหวังว่าในปีหน้าสถานการณ์โดยรวมน่าจะปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น แต่หลาย ฝ่ายยังคงมองว่า ปีหน้าจะยังไม่ดีนัก โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 2 และไตรมาส 3 ซึ่งเป็นช่วงโลว์ซีซั่น” นางสาวศุภวรรณกล่าวและว่า สมาคมโรงแรมฯให้ความสำคัญกับการเก็บข้อมูลพฤติกรรมการเข้าพักในโรงแรมเชิงลึกมากขึ้น โดยเฉพาะประเด็นที่ต้องหาคำตอบที่ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น แต่อัตราการเข้าพักเฉลี่ยในโรงแรมกลับลดลง ทั้งนี้ เพื่อตอบโจทย์การทำธุรกิจในปีหน้าให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

สทท.ชี้ซบยาวยันปีหน้า

นายชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยผ่านสนามบินหลัก 3 แห่ง คือ สุวรรณภูมิ, ดอนเมือง และอู่ตะเภา ที่ยังเติบโตในระดับ 5-7% หากประเมินในกลุ่มที่โฟกัสตลาดนักท่องเที่ยวพบว่าทุกเซ็กเตอร์ได้รับผลกระทบหมด ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม, บริษัทนำเที่ยว, ร้านอาหาร, ร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึก, รถนำเที่ยว ฯลฯ กลุ่มผู้ประกอบการเหล่านี้ได้รับผลกระทบทั้งนักท่องเที่ยวและรายได้หายไปถึงราว 30-40% และยังพบว่า ผู้ประกอบการในเมืองท่องเที่ยวหลัก อาทิ ภูเก็ต, สมุย, พัทยา และเชียงใหม่ มีรายได้ที่ลดลงราว 20-30%

สำหรับปีหน้า 2563 นี้ คาดว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยก็น่าจะยังคงชะลอตัวต่อเนื่อง เพราะปัจจัยเรื่องค่าเงินและอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัญหา ขณะที่การแข่งขันของประเทศต่าง ๆ ในด้านการท่องเที่ยวก็ปรับตัวสูงขึ้น

ทัวร์เอาต์บาวนด์ทยอยปิดตัว

แหล่งข่าวจากบริษัทนำเที่ยวรายใหญ่กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สำหรับในฟากของตลาดเอาต์บาวนด์ หรือตลาดนำคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศ มีอัตราการเติบโตของจำนวนคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง คาดการณ์ว่าจะเพิ่มเป็นประมาณ 10.8-11 ล้านคนในปีนี้ แต่ในเชิงการทำธุรกิจพบว่าผู้ประกอบการต่างประสบปัญหาอย่างหนัก เนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรงของกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ที่โหมทำการตลาด โดยเน้นขายแพ็กเกจ “โปรไฟไหม้” ซึ่งเป็นแพ็กเกจราคาถูกเป็นหลัก ทำให้ผู้ประกอบการรายกลางและเล็กทยอยปิดตัว

แหล่งข่าวยังกล่าวด้วยว่า จากการประเมินในกลุ่มผู้ประกอบการเอกชนด้วยกันเองยังพบว่า ภาพรวมในปีหน้าของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยยังเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างมากทั้งในตลาดอินบาวนด์ และเอาต์บาวนด์ เนื่องจากมีปัจจัยที่มีผลต่อการท่องเที่ยวจำนวนมาก