เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รมช.แนน หวั่น ศึก กสทช. ลาม ห่วงเน็ตยูโซ่ดับ ประชาชนหันมารุมสวด “ดีอี”
Tech รมช.แนน หวั่น ศึก กสทช. ลาม ห่วงเน็ตยูโซ่ดับ ประชาชนหันมารุมสวด “ดีอี”
คาด ธ.ค.นี้ ได้ ’CEO การบินไทย‘ หลังมีผู้สมัคร 9 คน
Politics คาด ธ.ค.นี้ ได้ ’CEO การบินไทย‘ หลังมีผู้สมัคร 9 คน
ชมแฟชั่นผ้าไทย จาก ‘คริสตาลินา กอร์เกียวา’ ผู้ประกาศตัวเป็น ‘ทูตผ้าไหมไทย’
Biz Movement ชมแฟชั่นผ้าไทย จาก ‘คริสตาลินา กอร์เกียวา’ ผู้ประกาศตัวเป็น ‘ทูตผ้าไหมไทย’
ครม.ไฟเขียวงบกลาง หมื่นล้าน ‘เยียวยาน้ำท่วม‘ เฟส 2 
Politics ครม.ไฟเขียวงบกลาง หมื่นล้าน ‘เยียวยาน้ำท่วม‘ เฟส 2 
มิตรผล เร่งลงทุนเกษตรคาร์บอนต่ำปั้น 3 โรงงานสีเขียว ชิงแต้มต่อการค้าโลก
Economic มิตรผล เร่งลงทุนเกษตรคาร์บอนต่ำปั้น 3 โรงงานสีเขียว ชิงแต้มต่อการค้าโลก
“วราวุธ” เร่ง 3 เหมืองโพแทช 3.2 ล้านตัน ลดนำเข้าปูทางส่งออก 3 หมื่นล้าน/ปี
Economic “วราวุธ” เร่ง 3 เหมืองโพแทช 3.2 ล้านตัน ลดนำเข้าปูทางส่งออก 3 หมื่นล้าน/ปี
เบื้องหลัง Editor-in-Chief ‘สันติธาร’ ยุทธศาสตร์นำไทยสวมบท ‘ผู้เชื่อมโลก’ เวที IMF-World Bank
Finance เบื้องหลัง Editor-in-Chief ‘สันติธาร’ ยุทธศาสตร์นำไทยสวมบท ‘ผู้เชื่อมโลก’ เวที IMF-World Bank
ก.ล.ต.ปลดล็อกปมหุ้นกู้ผิดนัด เปิดทางผู้แทนลุยต่อ ไม่ต้องรอมติ
Finance ก.ล.ต.ปลดล็อกปมหุ้นกู้ผิดนัด เปิดทางผู้แทนลุยต่อ ไม่ต้องรอมติ
GBS ชู 5 หุ้นอสังหาฯ หลบตลาดผันผวน รับสินเชื่อบ้าน PLUS
Finance GBS ชู 5 หุ้นอสังหาฯ หลบตลาดผันผวน รับสินเชื่อบ้าน PLUS
จับตาผลประชุมบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ ปลดล็อก เศรษฐกิจ AI ล้านล้านบาท 
Tech จับตาผลประชุมบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ ปลดล็อก เศรษฐกิจ AI ล้านล้านบาท 
ดูทั้งหมด

แบงก์ระดมมาตรการเร่งด่วน อุ้มลูกหนี้ฝ่าวิกฤต ‘ไวรัสโคโรน่า’

01 ก.พ. 2563 | 13:00น.

การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (2019-nCoV) หรือไวรัสอู่ฮั่น และการระงับการเดินทางของกรุ๊ปทัวร์จีนจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการท่องเที่ยวไทย ที่พึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวจีนมากกว่า 5 แสนล้านบาทต่อปี หรือกว่า 1 ใน 4 ของรายได้ในภาคการท่องเที่ยวจากต่างประเทศ

และล่าสุด (31 ม.ค.) องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศให้การแพร่ระบาดของไวรัส “โคโรน่าสายพันธุ์ใหม่” เป็น “ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับโลก” เนื่องจากการแพร่ระบาดและการเสียชีวิตที่ยังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

รายได้ท่องเที่ยวหาย 1 แสนล้าน

TMB Analytics คาดการณ์ว่า ภาพรวมดีกรีผลกระทบจากไวรัสโคโรน่าต่อภาคการท่องเที่ยวจะอยู่ที่ 70% โดยคาดว่านักท่องเที่ยวจีนลดลง 2.4 ล้านคนในช่วงครึ่งปีแรก ก่อนที่จะเริ่มกลับมาขยายตัวได้ในช่วงครึ่งปีหลัง ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยรวมทั้งปี 2563 จะอยู่ที่ 38.7 ล้านคน ลดลงจากคาดการณ์เดิม 40.8 ล้านคน และรายได้ภาคท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวข้องลดลงกว่า 1 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 0.7% ของจีดีพี

ผลกระทบต่อรายได้ภาคการท่องเที่ยวแบ่งเป็นธุรกิจโรงแรมรายได้หายไป 2.84 หมื่นล้านบาท เช่นเดียวกับธุรกิจค้าปลีกรายได้หายไป 2.84 หมื่นล้านบาท และธุรกิจร้านอาหารลดลง 1.89 หมื่นล้านบาท และที่เหลือ (ค่าเดินทาง ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว และอื่น ๆ) หายไป 2.92 หมื่นล้านบาท

ศูนย์วิเคราะห์ฯประเมินว่า ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรงของไทยในระดับสูง คือ “ธุรกิจโรงแรม” โดยมีผู้ประกอบการโรงแรมที่อยู่ในข่ายได้รับผลกระทบถึง 7,500 ราย ขณะที่ธุรกิจภัตตาคารร้านอาหาร และอื่น ๆ คาดว่าจะได้รับผลกระทบไม่มากนัก เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นเชนธุรกิจของผู้ประกอบการชาวจีน

รร. 7,500 แห่งอ่วม สูญ 2.8 หมื่นล้าน

สำหรับธุรกิจโรงแรมคาดว่าจะได้รับผลกระทบ 7,500 ราย แบ่งเป็นผู้ประกอบการขนาดกลาง 459 ราย และขนาดเล็ก 6,990 ราย คาดว่า “โรงแรมขนาดกลางได้รับผลกระทบหนักสุด”  จากรายได้ของธุรกิจโรงแรมที่ลดลง 2.84 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะเป็นโรงแรมขนาดกลางถึง 49% โรงแรมขนาดเล็ก 31% และโรงแรมขนาดใหญ่ 20% พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบระดับสูงจะอยู่ในพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวจีนชื่นชอบ 7 จังหวัดหลัก ได้แก่ กรุงเทพฯ (32%) ภูเก็ต (29%) ชลบุรี (14%) กระบี่ (7%) สุราษฎร์ธานี (7%) เชียงใหม่ (5%) และพังงา (2%) ซึ่งมีผู้ประกอบการโรงแรมรวม 4,763 ราย หรือประมาณ 65% ของผู้ประกอบการโรงแรมไทยทั้งประเทศ

ขณะที่คุณภาพสินเชื่อธุรกิจโรงแรมขนาดกลางถือว่า “เปราะบาง” และมีแนวโน้มแย่ลงจากผลกระทบไวรัส สะท้อนจาก ณ สิ้นปี 2562 ระดับหนี้เสีย (NPL) อยู่ที่ 5.1% และหนี้ค้างชำระไม่เกิน 3 เดือนที่ต้องเฝ้าระวังสูงถึง 13% ส่วนธุรกิจโรงแรมขนาดเล็กมี NPL อยู่ที่ 4.1%

ธปท.สั่งแบงก์อุ้มลูกหนี้ท่องเที่ยว

ด้าน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกหนังสือเวียนถึงสถาบันการเงินทั้งแบงก์และน็อนแบงก์ ขอความร่วมมือให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ประกอบด้วย

1) พิจารณาให้ความช่วยเหลือด้านเงินทุนและสภาพคล่องแก่ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพหรือดำเนินธุรกิจต่อไปได้ เช่น ให้เงินทุนหมุนเวียนเพิ่มเติม ลดหรือยกเว้นดอกเบี้ย หรือค่าธรรมเนียม ผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ หรือปรับปรุงโครงสร้างหนี้

2) ปรับลดอัตราการผ่อน “ชำระหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำ” ให้ต่ำกว่า 10% ของยอดคงค้างจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2563 และ

3) ผ่อนผันหลักเกณฑ์การกำหนดวงเงินชั่วคราวกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีพของสินเชื่อส่วนบุคคลจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2563

แห่ให้พักหนี้เงินต้น 6-12 เดือน

ฟากธนาคารก็ทยอยออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้า เริ่มจากธนาคารไทยพาณิชย์ที่ประกาศมาตรการพักชำระเงินต้นสูงสุด 6 เดือน ขณะที่ “ธนาคารกสิกรไทย” มีมาตรการพักชำระเงินต้น สูงสุด 12 เดือน พร้อมสนับสนุนวงเงินเพิ่มเติมเพื่อฟื้นฟูกิจการ ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 2 ปี กับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)

ด้านธนาคารกรุงไทย ออกมาตรการช่วยเหลือทั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับภาคการท่องเที่ยว รวมทั้งกลุ่มส่งออกสินค้าไปจีน  โดยพักชำระหนี้เงินต้นตามระดับผลกระทบสูงสุด 2 เดือนเช่นกัน พร้อมขยายระยะเวลาชำระหนี้และการค้ำประกัน รวมทั้งสนับสนุนค่าธรรมเนียม บสย.ค้ำประกัน

เช่นเดียวกับธนาคารกรุงเทพก็ประกาศให้มาตรการช่วยเหลือการพักชำระเงินต้นตั้งแต่ 6 เดือนถึง 1 ปี รวมถึงเงินทุนหมุนเวียนเสริมสภาพคล่องให้กับลูกค้าเช่นกัน

ธอส.จัดเงินกู้ดอกต่ำให้ “ไกด์–รายย่อย”

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส.ได้เตรียมกรอบวงเงิน 1,000 ล้านบาท จัดทำมาตรการช่วยเหลือลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบ ด้วยการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินงวดผ่อนชำระไม่เกิน 6 เดือน อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เท่ากับ 0.01% ต่อปี ซึ่งผู้ขอรับมาตรการช่วยเหลือต้องมีคุณสมบัติ คือ เป็นลูกค้าของ ธอส.ที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้จากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า

อาทิ ไกด์นำเที่ยว พนักงานโรงแรม ผู้ประกอบการรายย่อยที่ขายสินค้าให้นักท่องเที่ยว หรืออาชีพอื่น ๆ ธนาคารจะยกเว้นค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องด้วย สามารถยื่นคำร้องเพื่อเข้าร่วมมาตรการได้ที่สาขาของธนาคารระหว่างวันที่ 30 มกราคม-31 มีนาคม 2563 หรือภายใต้กรอบวงเงินที่ธนาคารกำหนด

แบงก์เร่งส่งทีมสำรวจปัญหาลูกค้า

นายสุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ธนาคารได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบทางตรงและทางอ้อมจากไวรัสโคโรน่า แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.โรงแรมที่รับนักท่องเที่ยวจีนเป็นหลัก 2.ซัพพลายเออร์ค้าขายกับโรงแรม และ 3.กลุ่มเกี่ยวเนื่องอื่น ๆ ซึ่งจากการประเมินพบว่ามีลูกค้าประมาณ 5,600 ราย วงเงินสินเชื่อ 3.5 หมื่นล้านบาท

“ธนาคารได้ส่งทีมงานออกไปสำรวจลูกค้า และมีบางส่วนที่ลูกค้าติดต่อขอความช่วยเหลือเข้ามา ซึ่งการช่วยเหลือจะพิจารณาตามปัญหาของลูกค้า”

เช่นเดียวกับ นายศิริเดช เอื้องอุดมสิน รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า มาตรการหลัก ๆ ที่ธนาคารช่วยเหลือจะเป็นการพักชำระเงินต้นตั้งแต่ 6 เดือนถึง 1 ปี รวมถึงเงินทุนหมุนเวียนเสริมสภาพคล่องให้กับลูกค้า โดยจะพิจารณาตามปัญหาของลูกค้าเป็นหลักแต่ละรายจะไม่เหมือนกัน

โดยขณะนี้ธนาคารได้ส่งทีมงานสำรวจผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เช่น โรงแรมที่รับนักท่องเที่ยวจีน รวมถึงกลุ่มร้านอาหารและธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับนักท่องเที่ยวจีน เพราะเมื่อไม่มีกำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวจีนก็ทำให้รายได้ของผู้ประกอบการเหล่านี้ได้รับผลกระทบ ซึ่งก็เริ่มมีเข้ามาคุยกับธนาคารแล้ว และธนาคารก็เริ่มให้ความช่วยเหลือบางส่วนแล้ว