เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กอช. จับมือ AIS แจกใหญ่ ออมเงินรับพอยต์ รัฐช่วยสมทบสะสมสูงสุด 100%
Finance กอช. จับมือ AIS แจกใหญ่ ออมเงินรับพอยต์ รัฐช่วยสมทบสะสมสูงสุด 100%
“ศุภจี” ชูปฏิรูปการแข่งขัน กขค.จับตา GP แพลตฟอร์ม สั่งบางรายชะลอขึ้น 6 เดือน
Economic “ศุภจี” ชูปฏิรูปการแข่งขัน กขค.จับตา GP แพลตฟอร์ม สั่งบางรายชะลอขึ้น 6 เดือน
ธรรมนัส ย้ำ ‘อนุทิน’ ยังเป็นเพื่อน ให้โอกาส รบ.ทำงาน ปัดตอบดีล “น้ำเงิน-เขียว”
Politics ธรรมนัส ย้ำ ‘อนุทิน’ ยังเป็นเพื่อน ให้โอกาส รบ.ทำงาน ปัดตอบดีล “น้ำเงิน-เขียว”
ท็อปส์ เปิดยุทธภูมิเกาะช้าง ปักธงท็อปส์ เดลี่ 3 สาขารวด ชิงกำลังซื้อ 3 ทำเลสำคัญ
Business ท็อปส์ เปิดยุทธภูมิเกาะช้าง ปักธงท็อปส์ เดลี่ 3 สาขารวด ชิงกำลังซื้อ 3 ทำเลสำคัญ
พาณิชย์ รุกเมืองซานซี เปิดทางทุเรียน มังคุด ลำไย มะพร้าวเข้า DX Supermarket
Economic พาณิชย์ รุกเมืองซานซี เปิดทางทุเรียน มังคุด ลำไย มะพร้าวเข้า DX Supermarket
“ศุภจี” ถก ITOCHU ดันไทย–ญี่ปุ่นสู่ Co-Creation ปักธงอุตสาหกรรมอนาคต-ห่วงโซ่มูลค่าสูง
Economic “ศุภจี” ถก ITOCHU ดันไทย–ญี่ปุ่นสู่ Co-Creation ปักธงอุตสาหกรรมอนาคต-ห่วงโซ่มูลค่าสูง
“สมศักดิ์” เร่งขับเคลื่อนนโยบายเกษตร ดันเพิ่มมูลค่าสินค้า-ยกระดับสหกรณ์ 1.09 หมื่นแห่ง
Economic “สมศักดิ์” เร่งขับเคลื่อนนโยบายเกษตร ดันเพิ่มมูลค่าสินค้า-ยกระดับสหกรณ์ 1.09 หมื่นแห่ง
“หอการค้าไทย” ชี้ ก.ย.-ต.ค. จุดเปลี่ยนเศรษฐกิจ จับตาการเมือง-น้ำมัน-ART ก่อนเชื่อมั่นฟื้นต่อ
Economic “หอการค้าไทย” ชี้ ก.ย.-ต.ค. จุดเปลี่ยนเศรษฐกิจ จับตาการเมือง-น้ำมัน-ART ก่อนเชื่อมั่นฟื้นต่อ
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เร่งปลุก IPO ไทย หั่นเวลาเข้าเทรดเหลือ 90 วัน ลุ้นปี’70 ฟื้น
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เร่งปลุก IPO ไทย หั่นเวลาเข้าเทรดเหลือ 90 วัน ลุ้นปี’70 ฟื้น
“เบอร์เกอร์คิง” แก้เกมทัวริสต์วูบ สปีดไซซ์เล็กเจาะในประเทศ ดึง “ดราก้อนบอล” ดันยอด
Business “เบอร์เกอร์คิง” แก้เกมทัวริสต์วูบ สปีดไซซ์เล็กเจาะในประเทศ ดึง “ดราก้อนบอล” ดันยอด
ดูทั้งหมด

เงินบาททรงตัวท่ามกลางความกังวลสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า

13 ก.พ. 2563 | 18:23น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (13/2) ที่ระดับ 31.15/16 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (12/2) ที่ระดับ 31.15/16 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินบาทและค่าเงินของกลุ่มประเทศเอเชียนั้นได้รับปัจจัยหนุนจากรายงานสถานการณ์โคโรน่าไวรัส ซึ่งเผยออกมาในช่วงเย็นวันนี้ (12/2) ว่าอัตราการเิ่มของจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกมีค่าลดลงเป็นวันแรกหลังจากการแพร่ระบาดเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ช่วงสายวันนี้ (13/2) ทางการจีนได้เปิดเผยวิธีการคำนวณจำนวนผู้ติดเชื้อวิธีใหม่ ซึ่งทำให้รวมจำนวนผู้ติดเชื้อแล้วเพิ่มสูงกว่าวิธีเดิม

นอกจากนั้น นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวในการบรรยายพิเศษ การประชุมเชิงปฏิบัติการของผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ถึงตัวเลขคาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ปี 2563 ว่ามีความเป็นไปได้ที่จะขยายตัวต่ำกว่าร้อยละ 2 ซึ่งปัจจัยกดดันหลักมาจากการแพร่กระจายของไวรัสโคโรน่า โดยคำพูดของนายดอนทำให้ค่าเงินบาทขยับอ่อนค่าเล็กน้อยในช่วงกลางวันวันนี้ (13/2) ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.11-31.21 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.11/12 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐในวันที่สองของงานแถลงรายงานภาพรวมสถิติและมาตรการด้านนโยบายการเงินล่าสุดต่อคณะกรรมการความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (Joint Economic Committee) ณ กรุงวอชิงตัน สหรัฐ

ถ้อยแถลงดังกล่าวมีใจความสำคัญว่า นายพาวเวลล์ยังคงเชื่อมั่นในความยั่งยืนของการขยายตัวทางเศรษฐกิจสหรัฐว่าจะเติบโตอย่างต่อนื่อง และเป็นการตอกย้ำมุมมองของธนาคารกลางสหรัฐว่านโยบายปัจจุบันสำหรับต้นทุนการกู้ยืมระยะสั้นซึ่งถูกกำหนดไว้ที่ร้อยละ 1.5% ถึง 1.75% เป็นจุดที่เหมาะสมในการขยายตัว

นอกจากนั้น นายพาวเวลล์ยังกล่าวถึงดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจของสหรัฐว่า ค่าจ้างกำลังเติบโตที่ประมาณร้อยละ 3 ขณะที่อัตราการว่างงานอยู่ที่ร้อยละ 3.6 และการเพิ่มขึ้นของตำแหน่งงานมากกว่าการเพิ่มขึ้นของจำนวนพนักงาน รวมถึงได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของหนี้สินรัฐบาลสหรัฐ ที่ในขณะนี้สัดส่วนหนี้สินต่อจีดีพีสหรัฐได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (13/2) ที่ระดับ 1.0871/73 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (12/2) ที่ระดับ 1.0915/19 ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินยูโรยังคงอ่อนค่าต่อเนื่องจากที่วานนี้ (12/2) สหภาพยุโรปเปิดเผยดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหภาพยุโรปเดือนธันวาคมออกมาลดลงร้อยละ 2.1 เทียบกับเดือนก่อนหน้า และลดลงร้อยละ 4.1 เทียบกับปีก่อนหน้า

นอกจากนั้นวันนี้ (13/2) ประเทศเยอรมนีเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมกราคม ออกมาลดลงร้อยละ 0.6 เทียบกับเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 1.7 เทียบกับปีก่อนหน้า ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0871-1.1087 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0885/87 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

Advertisement

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (13/2) ที่ระดับ 109.88/90 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (12/2) ที่ระดับ 109.92/94 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ เงินเยนยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแม้ว่าประเทศญี่ปุ่นเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ออกมาเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 เทียบกับเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.7 เทียบกับปีก่อนหน้า โดยตลาดยังคงกังวลกับการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ หลังจากทางการจีนได้เปิดเผยวิธีการคำนวณจำนวนผู้ติดเชื้อวิธีใหม่ ซึ่งทำให้รวมจำนวนผู้ผลิตเชื้อแล้วเพิ่มสูงขึ้นกว่าวิธีเดิม โดยอัตราผู้เสียชีวิตทั่วโลกวันนี้ (13/2) อยู่ที่ 1,357 ราย และผู้ติดเชื้อรวมทั่วโลกอยู่ที่จำนวน 60,375 ราย ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 109.77-109.90 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 109.76/78 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐเดือนมกราคม (13/2), ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานของสหรัฐ เดือนมกราคม (13/2), จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (13/2), ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของเยอรมนี ไตรมาส 4/2562 (14/2), ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมสหภาพยุโรป ไตรมาส 4/2562 (14/2), ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศเยอรมนี ไตรมาส 4/2562 (14/2), ดุลการค้าสหภาพยุโรป เดือนธันวาคม (14/2), ยอดค้าปลีกของสหรัฐเดือนมกราคม (14/2), ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมสหรัฐ (14/2)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.00/-1.80 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ อัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือน ต่างประเทศอยู่ที่ +3.20/+4.80 สตางค์/ดอลลาร์สหรัญ

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินบาท ไวรัสโคโรน่า