เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
บล.พาย ชู KKP หุ้นเด่น สวนกระแสกำไรแบงก์หด มอง SET แกว่ง 1,545-1,565 จุด
Finance บล.พาย ชู KKP หุ้นเด่น สวนกระแสกำไรแบงก์หด มอง SET แกว่ง 1,545-1,565 จุด
แห่ซื้ออสังหาฯหรู ‘พัทยา-ภูเก็ต’ ’ลุมพินี’ ผุดแบรนเดดเรสซิเดนซ์คึก 
Real Estate แห่ซื้ออสังหาฯหรู ‘พัทยา-ภูเก็ต’ ’ลุมพินี’ ผุดแบรนเดดเรสซิเดนซ์คึก 
ราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 66,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 66,300 บาท
มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 สำนักพิมพ์มติชน จัดเต็มหนังสือใหม่ กระชากใจ
Biz Movement มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 สำนักพิมพ์มติชน จัดเต็มหนังสือใหม่ กระชากใจ
โตโยต้า ใจถึงจ่ายเงินเยียวยา ‘น้ำท่วม’ ให้พนักงาน 10,000 บาท
Automotive โตโยต้า ใจถึงจ่ายเงินเยียวยา ‘น้ำท่วม’ ให้พนักงาน 10,000 บาท
ค่าเงินบาทวันนี้ (22 ต.ค.) เปิดตลาดแข็งค่า 33.60 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (22 ต.ค.) เปิดตลาดแข็งค่า 33.60 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
AI เขย่าโลก ยึดเวที ‘โอลิมปิกการเงิน’
Columns AI เขย่าโลก ยึดเวที ‘โอลิมปิกการเงิน’
เวทีโลกที่ ‘ไม่มีประชาชน’ ก็ไม่มีความหมาย
Finance เวทีโลกที่ ‘ไม่มีประชาชน’ ก็ไม่มีความหมาย
ONN ANU ปลุกชีพอนุสาวรีย์ชัย ย่านค้าขายสู่ฮับไลฟ์สไตล์เช้ายันดึก
Business ONN ANU ปลุกชีพอนุสาวรีย์ชัย ย่านค้าขายสู่ฮับไลฟ์สไตล์เช้ายันดึก
FTA ไทย-อียู สะดุด UPOV ห้ามเก็บพันธุ์ปลูกต่อ-ต้นทุนพุ่ง
Economic FTA ไทย-อียู สะดุด UPOV ห้ามเก็บพันธุ์ปลูกต่อ-ต้นทุนพุ่ง
ดูทั้งหมด

ธุรกิจ ‘แลกเงิน’ โดนพิษโควิด-19 ยอดวูบ 80% ภูเก็ตทยอยปิดสาขา

24 ก.พ. 2563 | 09:35น.
เงินบาท

ธุรกิจแลกเงินต่างประเทศ โดนพิษไวรัสโควิด-19 ทำนักท่องเที่ยวหาย สมาคม TAFEX เผยธุรกรรมลดลงทั้งขาเข้า-ขาออก คาดทั้งระบบหดตัว 70-80% ชี้ร้านแลกเงินในภูเก็ตทยอยปิดสาขา ฟาก “ซุปเปอร์ริชสีส้ม” ยอมรับสถานการณ์หนักชี้โดนหลายเด้ง ทั้งเจอแบงก์รุกเข้ามาแย่งตลาด เตรียมรีวิวแผนลดค่าใช้จ่าย-ปิดสาขา 

ธุรกิจแลกเงินวูบ 80% 

นางชนาพร พูนทรัพย์หิรัญ อุปนายกสมาคมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (TAFEX) และประธานกรรมการ บริษัท ทเวลฟ์ วิคทอรี่ เอ็กเชน จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ 2 ส่วน คือ 1.สกุลเงินที่จะนำมาขายไม่ค่อยมี เนื่องจากไม่มีคนเดินทางเข้ามาในประเทศ หรือเดินทางเข้ามาน้อยลง ทำให้การหมุนเวียนของเงินน้อยลง แม้ว่าในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาจะเห็นคนที่มีเงินต่างประเทศในมือนำออกมาแลกบ้าง เพราะเงินบาทอ่อนค่าราว 30-40 สตางค์ แต่ก็เป็นจำนวนน้อย 

และ 2.จำนวนคนที่มาแลกเงินเพื่อเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศหายไปจำนวนมาก โดยปริมาณธุรกรรมซื้อขายเงินตราต่างประเทศ ปัจจุบันเหลือเพียง 20-30% ของช่วงเวลาปกติ เรียกว่าหายไปถึง 70-80% อย่างไรก็ดี ไทยยังพอมีนักท่องเที่ยวเหลืออยู่บ้าง เมื่อเทียบกับประเทศสิงคโปร์ และฮ่องกง ที่โดนกระทบค่อนข้างหนัก

“ทุกคนโดนกระทบกันหมด ตอนนี้พนักงานแลกเงินก็ใจไม่ดี ในภูเก็ตพบว่าเริ่มมีร้านแลกเงินปิดสาขาไปบ้างแล้ว เพราะเจอเหตุการณ์ตั้งแต่เรือล่ม ซึ่งนักท่องเที่ยวจีนหายไปแล้ว ตอนนี้มาเจอไวรัสโควิด-19 อีก ยิ่งกระทบหนัก”

สำหรับแผนรับมือการทำธุรกิจของบริษัท ทเวลฟ์ฯ จะเน้นลดต้นทุนการดำเนินงาน โดยเฉพาะต้นทุนที่เป็นรายจ่ายประจำ โดยในส่วนของบริษัทไม่มีการลดเงินเดือนหรือพนักงาน แต่จะใช้วิธีการเจรจาขอลดค่าเช่าสถานที่ โดยเฉพาะในส่วนของพื้นที่ห้างสรรพสินค้า อาทิ ลดค่าเช่าไตรมาสแรก หรือกี่เดือน ซึ่งปัจจุบันห้างเซ็นทรัล และเดอะมอลล์ ได้ลดค่าเช่าให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ซุปเปอร์ริชสีส้มชี้โดนหลายเด้ง

นายปิยะ ตันติเวชยานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซุปเปอร์ริช เคอเรนซี่ เอ็กซ์เชนจ์ (1965) หรือซุปเปอร์ริช (สีส้ม) เปิดเผยว่า ประเมินแนวโน้มธุรกิจแลกเงินปีนี้ต้องรับสภาพตลาดหดตัว ส่วนหนึ่งมาจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และธนาคารพาณิชย์ที่ลงมาแข่งมากขึ้น ที่สำคัญ ธุรกิจแลกเงินเป็นธุรกิจที่อิงกับการท่องเที่ยว เมื่อเกิดการระบาดของไวรัส COVID-19 ทำให้ยอดนักท่องเที่ยวลดลง โดยตัวเลขจากทางการระบุว่า นักท่องเที่ยวที่หายไปจากสนามบินสุวรรณภูมิ สูงถึง 6 หมื่นคนต่อวัน ดังนั้นคาดว่าปริมาณธุรกรรมแลกเงินปีนี้น่าจะหดตัวมากกว่า 20% จากเป้าเดิมคาดว่ายอดธุรกรรมแลกเงินจะทะลุ 1 แสนล้านบาท    

โดยในช่วงเดือน ม.ค. 2563 ยอดธุรกรรมแลกเงินอยู่ที่ 9,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,000 ล้านบาท เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน แต่หลังจากเกิดการระบาดของไวรัส COVID-19  ยอดในเดือน ก.พ.ลดลงประมาณ 50% เหลือราวอยู่ที่ 4,000-5,000 ล้านบาท ซึ่งยอดจะมาจากภาคธุรกิจมากกว่ารายย่อย เช่น ธุรกิจไทยที่มีธุรกิจในต่างประเทศ หรือนักเรียนที่ไปเรียนในต่างประเทศ เป็นต้น

“เดิมเรามองธุรกิจซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราปีนี้ลดลงอยู่แล้ว จากการที่แบงก์พาณิชย์ลงมาชิงตลาดมากขึ้น แต่เมื่อมาเจอไวรัสโควิด-19 อีก ยิ่งจอดสนิท เพราะธุรกิจนี้อิงกับนักท่องเที่ยวเป็นหลัก โดยเฉพาะจีน ซึ่งเดิมหยวนเป็นสกุลเงินที่มีธุรกรรมมากอันดับ 2 ตอนนี้ร่วงมาอยู่อันดับ 5 เพราะคนจีนน้อยลง และที่มาก็ไม่ใช้เงินสด แต่ใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชั่นกันหมด ซึ่งกระทบหลายต่อ และหากสถานการณ์ไวรัสยิ่งยืดเยื้อ ปริมาณธุรกิจจะยิ่งลดลงอีก”

รีวิวแผนลดรายจ่าย-ปิดสาขา

นายปิยะกล่าวเพิ่มเติมว่า ตอนนี้บริษัทอยู่ระหว่างการทบทวนแผนการลดค่าใช้จ่าย เช่น การปิดสาขา เป็นต้น โดยปัจจุบันบริษัทมีสาขาทั้งหมด 49 แห่ง อยู่ในต่างจังหวัด 5 แห่ง คือ ภูเก็ต, หัวหิน, ขอนแก่น, อุดรธานี และนครราชสีมา อย่างไรก็ตาม การปิดสาขา 1 แห่งอาจจะช่วยลดต้นทุนได้ 1 แสนบาทต่อเดือน แต่ก็ทำให้รายได้หายไปด้วย จึงต้องคิดให้รอบคอบ ขณะเดียวกัน บริษัทก็จะต้องหาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ มาทำตลาดมากขึ้น เช่น ธุรกิจโอนเงิน (money transfer) ซึ่งปัจจุบันกำลังขออนุญาตจากผู้กำกับดูแลให้ช่วยผ่อนคลายกฎระเบียบ เนื่องจากปัจจุบันธุรกิจซื้อขายเงินตราต่างประเทศกำลังโดนสถาบันการเงินเข้ามาแข่งขันชิงส่วนแบ่งตลาด ทำให้โอกาสรอดของร้านซื้อขายเงินตราต่างประเทศน้อยลง

ธุรกิจแลกเงิน 8 แสนล้าน/ปี

ทั้งนี้ ข้อมูลจากรายงานธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบว่า ปริมาณการซื้อขายเงินตราต่างประเทศของบุคคลรับอนุญาต หรือ money changer ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2562 อยู่ที่ 26,147 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 7.85 แสนล้านบาท) แบ่งเป็น ขาซื้อ 13,079 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และขาขาย 13,067 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นการเติบโต 7.1% ขณะที่ปริมาณการซื้อขายเงินตราต่างประเทศในปี 2561 อยู่ที่ 26,241 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็น ขาซื้อ 13,129 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขาขาย 13,112 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นการเติบโต 27.1%

ขณะที่จำนวนบุคคลรับอนุญาตพบว่า ในปี 2562 มีจำนวน 2,382 ราย เพิ่มขึ้นจากในปี 2561 ที่มีได้รับอนุญาตจำนวน 2,260 ราย และในปี 2560 อยู่ที่ 2,097 ราย

เคแบงก์ชี้ซึมยาวถึงสิ้นปี

ด้านนายอมร สุวจิตตานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมปริมาณธุรกรรมการซื้อขายเงินตราต่างประเทศในปีนี้ น่ามีปริมาณมูลค่าลดลงราว 50% เป็นผลมาจากการระบาดของไวรัส COVID-19 ที่ขยายวงกว้างในหลายประเทศส่งผลต่อภาพรวมการท่องเที่ยว จากที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยหายไปกว่า 50% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจีน เช่นเดียวกับขาออกที่มีคนไทยเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศลดลงถึง 60% ที่กังวลการระบาดของไวรัสทำให้ยกเลิกการเดินทางไปต่างประเทศชั่วคราว

“สถานการณ์น่าจะซึมยาวไปถึงปลายปี โดยจะเริ่มเห็นสถานการณ์นิ่งและชัดเจนขึ้นในช่วงกลางปี แต่การฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวจะยังไม่ได้กลับมาเป็นปกติ แต่น่าจะทยอยฟื้นตัวดีขึ้นตามลำดับ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากภาครัฐน่าจะทยอยออกมาตรการมากระตุ้นการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น”

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ธนาคารยังมีแผนขยายการติดตั้งตู้แลกเงินตราต่างประเทศอัตโนมัติ (FX machine) เพิ่มขึ้น จากที่ได้ทดลองนำไปให้บริการในสนามบินสุวรรณภูมิ จำนวน 5 เครื่อง ได้รับผลตอบรับที่ดี มีนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทยให้ความสนใจใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยมีปริมาณธุรกรรมแลกเงิน 50 ล้านบาทต่อเดือน โดยสกุลเงินที่ได้รับความนิยมผ่านเครื่องจะมี สกุลเงินเยน-ญี่ปุ่น, วอน-เกาหลีใต้, ดอลลาร์สหรัฐ และปอนด์-ยูโร โดยปีนี้มีแผนติดตั้งเพิ่มอีก 8 เครื่อง เนื่องจากมีพันธมิตรต้องการให้ธนาคารนำไปติดตั้งหลายพื้นที่นอกจากสนามบิน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งล่าสุดก็ได้ติดตั้งในอาคารมหานคร และจะมีในพื้นที่อื่น ๆ ตามมา

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19